• ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line  คลิกที่นี่

เยือนหมู่เกาะกาลาปากอส
มหัศจรรย์ธรรมชาติสุดขอบฟ้า

15 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ 2566 ( 23 วัน )
ว่าง 8 ที่
GP1.jpg

ขอเชิญผู้รักในธรรมชาติและการท่องเที่ยว ให้รางวัลกับชีวิต ด้วยการร่วมเดินทางสู่ กาลาปากอส ย้อนรอยชาลส์ ดาร์วิน เที่ยวชมหมู่ เกาะอันงดงามและน่าอัศจรรย์ ในดินแดนไกลโพ้นของอเมริกาใต้ นับเป็นเกาะสุดท้ายที่ปรากฏอยู่บนแผนที่โลก และยังคงความบริสุทธิ์ แบบดั้งเดิมด้วยการอนุรักษ์เป็นอย่างดีในฐานะมรดกโลกทางทะเลจากยูเนสโก เดินทางสะดวกสบายด้วยเรือยอร์ชหรูระดับ Luxury Class สำหรับผู้โดยสาร 16 ท่าน ตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ที่สวยงามน่ามหัศจรรย์ของหมู่เกาะที่ถือกำเนิดจากภูเขาไฟ ชมชีวิตอันน่ารัก ของสัตว์นานาชนิดที่หาดูได้ยาก ทั้งสัตว์บกและสัตว์ทะเล ซึ่งส่วนใหญ่พบเฉพาะที่กาลาปาโกสเพียงแห่งเดียวในโลก เที่ยวชม Bellavista Cloud Forest บ้านหลังใหญ่ของนกฮัมมิ่งเบิร์ดและนกแสนสวยนานาชนิด พร้อมเที่ยวชมเมืองมรดกโลกกีโต้ ชมนกแสนสวยนานาชนิดแห่งอเมริกาใต้ที่เบลลาวิสต้า คลาวด์ ฟอร์เรส ถ่ายภาพกันเต็มอิ่ม นำทริปโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร ช่างภาพมืออาชีพ มีประสบการณ์เดินทางสู่ กาลาปากอสมาแล้วครบทุกเกาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รับสมาชิก 15 ท่าน

* เดินทางด้วยสายการบิน KLM

P1120335.jpg

หมู่เกาะกาลาปากอส เกาะกลางทะเลลึกในดินแดนที่ห่างไกล อยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศเอกวาดอร์ ลักษณะภูมิประเทศเกิดจากการ สะสมตัวของลาวาภูเขาไฟ ที่ผุดขึ้นมาจากใต้ทะเลเมื่อราว 7-9 ล้านปีก่อน ดินแดนแห่งนี้ ราว 170 ปีก่อน ชาร์ล ดาร์วิน อัจฉริยะผู้ไข ปริศนาทฤษฏีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ได้เดินทางมาสำรวจ และกล่าวยกย่องหมู่เกาะกาลาปากอส เปรียบเสมือน เสียงเพลงแห่งความ รื่นรมย์ ความน่าหลงไหลของโลกธรรมชาติ จวบกระทั่งปัจจุบัน เสียงดนตรีแห่งความรื่มรมย์นี้ ยังไม่เคยหยุดขับกล่อมให้ความบันเทิง ใจต่อมวลมนุษย์ที่มีโอกาสได้เดินทางตามรอยเท้าของ ชาร์ล ดาร์วิน ณ ดินแดนที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแห่งนี้

 

หมู่เกาะกาลาปากอส หรือ หมู่เกาะกาลาปาโกส ( Galapagos Islands) เป็นหมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นส่วนหนึ่งของประเทศเอกวาดอร์ ตั้งอยู่ห่างนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของเอกวาดอร์ราว 1,000 กม. ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 5 เกาะ เกาะขนาดกลาง 8 เกาะ และเกาะเล็กอีก 6 เกาะ พร้อมเกาะแก่งเล็ก ๆ หรือโขดหินกลางทะเลอีกประมาณ 40 แห่ง โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 7,994 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในทะเล 59,500 ตารางกิโลเมตร เกาะต่าง ๆ มีชื่อเรียกทั้งในภาษาสเปนและภาษาอังกฤษ มีประชากรประมาณ 40,000 คน ใช้ภาษาสเปน เป็นภาษาราชการ

01.jpg

ยูเนสโกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2521 เพราะมีพืชพันธุ์หายากและสัตว์หายากใกล้สูญพันธ์มากมาย ทั้งบนเกาะและบริเวณ ทะเลรอบๆ หมู่เกาะนี้เกิดจากการสะสมตัวของลาวาจากภูเขาไฟ เมื่อ 7 - 9 ล้านปีมาแล้ว และยังมีภูเขาไฟมีพลัง แม้ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ก็ยังเกิดการระเบิดของภูเขาไฟอยู่ประปราย

เกาะนี้เป็นที่สนใจจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วโลก เพราะลักษณะภูมิประเทศที่แปลกตา ทั้งหน้าผา ปล่องภูเขาไฟ หาด ทรายดำที่เกิดจากลาวา รวมไปถึงลักษณะของสัตว์แปลก ๆ ที่พบเฉพาะบนเกาะกาลาปากอสเพียงแห่งเดียวในโลก ที่มีชื่อเสียงมากคือ เต่ายักษ์ ที่เรียกว่า กาลาปาโก อันเป็นที่มาของชื่อหมู่เกาะนี้ และ นกฟินช์กาลาปาโกส หรือนกฟินช์ดาร์วิน เพนกวิน และแมวน้ำขนเฟอร์ และสัตว์อีกมากมายที่น่าสนใจ

22.jpg

ตามรอยชาลส์ ดาร์วิน เยือนเกาะมหัศจรรย์

   จากหลักฐานที่บันทึกเป็นรายลักษณ์อักษร บุคคลแรกที่กล่าวถึงหมู่เกาะนี้ก็คือ บิชอปแห่งปานามา มาถึงเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2078 (ค.ศ. 1535) ต่อมา พ.ศ. 2113 (ค.ศ. 1570) หมู่เกาะกาลาปาโกสก็ปรากฏในแผนที่โลกเป็นครั้งแรก วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2378 นับเป็นเกาะสุดท้ายของโลกที่ปรากฏอยู่บนแผนที่โลก

  หลังจากนั้น ชาลส์ ดาร์วิน ได้เดินทาง มาที่หมู่เกาะกาลาปากอส โดยพักอยู่ในหมู่เกาะนี้ 5 สัปดาห์ ดาร์วินเดินทางมากับเรือบีเกิล (Beagle) แวะที่เกาะใหญ่ 4 เกาะ คือเกาะแชแทม เกาะชาลส์ เกาะอัลเบอร์มาร์ล และเกาะเจมส์ โดยใช้เวลา 19 วันในการเก็บสะสมตัวอย่าง และสังเกตลักษณะทางพฤกษศาสตร์และสัตววิทยาของที่นี่ ดาร์วินเรียก หมู่เกาะแห่งนี้ว่า "ห้องปฏิบัติการวิวัฒนาการที่มีชีวิต" (living laboratory of evolution) ความหลากหลายและแตกต่างของสิ่งมีชีวิตในหมู่เกาะนี้ ทำให้ ดาร์วินได้ความคิดเรื่องการคัดเลือกพันธุ์โดยธรรมชาติและทฤษฎี วิวัฒนาการ และเมื่อชาลส์ ดาร์วินได้ตีพิมพ์หนังสือ กำเนิดพงศ์พันธุ์ (The Origin of Species หรือชื่อเต็มว่า the Origin of Species by Means of Natural Selection) ในปี พ.ศ. 2402 (ค.ศ. 1859) นับจากนั้นผู้คนก็เริ่มรู้จักหมู่เกาะ กาลาปาโกสมากขึ้น มีการเดินทางมาถ่ายทำภาพยนต์สารคดีเผยแพร่ไปทั่วโลก แต่นักท่องเที่ยวจริงๆ นั้น นับว่าน้อยมาก เนื่องจากการเดินทางที่ยาว ไกล ต้องใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง

GP3.jpg

สาเหตุที่สัตว์บนหมู่เกาะกาลาปากอสเป็นที่น่าสนใจของนักวิทยาศาสตร์

1. มีเปอร์เซ็นต์สัตว์ท้องถิ่นสูงมาก พบได้เฉพาะที่กาลากอสเพียงแห่งเดียวในโลก

2. สัตว์ชนิดต่างๆ ได้พัฒนาเป็นชนิดย่อยของมันเองในแต่ละเกาะ ทั้งๆ ที่อยู่ไม่ห่างไกลกันมากนัก

3.  นกฟินช์กาลาปาโกสได้พัฒนาตนเองขึ้นหลายชนิดจากบรรพบุรุษเดียวกัน โดยมีความแตกต่างสำคัญที่จงอยปาก

4. มีสัตว์อื่นๆ อีกมากที่พัฒนาตัวเองโดยปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม เช่น อีกัวน่าทะเลที่ว่ายน้ำได้ กินพืชทะเลเป็นอาหาร นอกจากนี้ยังมีนก กาน้ำที่บินไม่ได้

5. เต่ายักษ์ที่เคยแพร่พันธุ์บนทวีป แต่ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว เหลืออยู่เพียงบนเกาะขนาดใหญ่ในกาลาปากอสเท่านั้น

6. มีสัตว์ในเขตแอนตาร์กติก (ขั้วโลกใต้) เช่นเพนกวิน และแมวน้ำขนเฟอร์ อาศัยอยู่บนเกาะเหล่านี้ได้อย่างน่าทึ่ง เคียงข้างกับสัตว์เขตร้อน ซึ่งมี เพียงแห่งเดียวในโลกที่เป็นแบบนี้

10.jpg
gp map.jpg
GALAPAGOS8889.jpg
boat.jpg

เรือยอร์ชระดับ Luxury Class ที่ใช้ท่องเที่ยวในหมู่เกาะกาลาปากอสแบบเจาะลึก 15 วัน มีห้องนอน 8 ห้อง เลือกได้แบบเตียงคู่หรือเตียงเดี่ยว พร้อมห้องน้ำ โต๊ะแต่งหน้า โซโฟ เช่นเดียวกับโรงแรม ทุกห้องติดแอร์เย็นฉ่ำ และมีห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องดูทีวี ฟังบรรยายสรุปกิจกรรมแบบวันต่อวัน รวมทั้งดาดฟ้าเรือหรือนั่งเล่นชมวิวอันงดงามของหมู่เกาะกาลาปากอส

b4.jpg

ชั้นต่างๆ บนเรือ

ชั้น 1 ห้องพัก 5, 6, 7, 8 ห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น ห้องทีวี

ชั้น 2 ห้องพัก 1, 2, 3, 4 

ชั้นดาดฟ้า มี 2 จากุชชี่ บาร์ โต๊ะนั่งเล่น เตียงอาบแดด

ห้องพักบนเรือ 8 ห้อง พักห้องละ 2 ท่าน เตียงใหญ่มี 3 ห้อง, เตียงคู่มี 5 ห้อง (จองก่อนเลือกห้องได้ก่อน)

1. Luxury Suite (ชั้น 2) ห้องสูทขนาดใหญ่ เตียงใหญ่ 1 เตียงใหญ่ โซฟา โต๊ะแต่งหน้า โต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เก็บเสื้อผ้า ห้องน้ำส่วนตัว ไดร์เป่าผม น้ำร้อน/เย็น ตู้เซฟ และแอร์ ( เฉพาะห้องนี้เพิ่ม 16,000 บาท/ท่าน )

2. Galapagos Suite (ชั้น 2) ห้องสูทขนาด 25 ตรม 2 เตียงคู่ โซฟา โต๊ะแต่งหน้า  ห้องน้ำส่วนตัว ไดร์เป่าผม น้ำร้อน/เย็น ตู้เซฟ และแอร์ ( จองแล้ว )

3. Galapagos Suite (ชั้น 2) ห้องสูทขนาด 25 ตรม 2 เตียงคู่ โซฟา โต๊ะแต่งหน้า  ห้องน้ำส่วนตัว ไดร์เป่าผม น้ำร้อน/เย็น ตู้เซฟ และแอร์

4. Galapagos Suite (ชั้น 2) ห้องสูทขนาด 25 ตรม 2 เตียงคู่ โซฟา โต๊ะแต่งหน้า  ห้องน้ำส่วนตัว ไดร์เป่าผม น้ำร้อน/เย็น ตู้เซฟ และแอร์ ( จองแล้ว )

5. Galapagos Suite (ชั้น 1) ห้องสูทขนาด 25 ตรม 1 เตียงใหญ่  โซฟา โต๊ะแต่งหน้า  ห้องน้ำส่วนตัว ตู้เก็บเสื้อผ้า ไดร์เป่าผม น้ำร้อน/เย็น ตู้เซฟ และแอร์

6. Galapagos Suite (ชั้น 1) ห้องสูทขนาด 25 ตรม 1 เตียงใหญ่  โซฟา โต๊ะแต่งหน้า  ห้องน้ำส่วนตัว ตู้เก็บเสื้อผ้า ไดร์เป่าผม น้ำร้อน/เย็น ตู้เซฟ และแอร์

7. Galapagos Suite (ชั้น 1) ห้องสูทขนาด 25 ตรม 2 เตียงคู่  โซฟา โต๊ะแต่งหน้า  ห้องน้ำส่วนตัว ตู้เก็บเสื้อผ้า ไดร์เป่าผม น้ำร้อน/เย็น ตู้เซฟ และแอร์ ( จองแล้ว )

8. Galapagos Suite (ชั้น 1) ห้องสูทขนาด 25 ตรม 2 เตียงคู่ โซฟา โต๊ะแต่งหน้า  ห้องน้ำส่วนตัว ตู้เก็บเสื้อผ้า ไดร์เป่าผม น้ำร้อน/เย็น ตู้เซฟ และแอร์ ( จองแล้ว )

b.jpg

กำหนดการ

15 มกราคม 2566  กรุงเทพฯ - อัมเตอร์ดัม

10.30 น. เช็กอินสนามบินสุวรรณภูมิ

12.35 น. ออกเดินทางโดยสายการบิน KLM เที่ยวบิน KL0876 (บิน 12 ชั่วโมง)

18.40 น. เดินทางถึงสนามบินอัมเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เช็กอินเข้าโรงแรม

พักที่โรงแรม CitizenM Schiphol Airport Hotel , อิสระอาหารค่ำที่โรงแรม

16 มกราคม 2566 อัมเตอร์ดัม - กีโต้

    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นเดินทางไปเช็กอิน

10.05 น. ออกเดินทางต่อโดยสายการบิน KLM เที่ยวบิน KL0753 (บิน 12 ชั่วโมง)

16.15 เดินทางถึงสนามบินกีโต ประเทศเอกวาดอร์ นำท่านเช็กอินเข้าที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหาร

พักที่โรงแรม Quito Hotel

17 มกราคม 2566 กีโต้ - กาลาปากอส - San Cristobal 

   หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปเช็กอินสนามบินกีโต้

10.33 ออกเดินทางโดยสายการบิน LATAM Airlines เที่ยวบิน LA1419

13.01 เดินทางถึงเกาะซันกริสโตบัล กาลาปากอส ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมงถึงสนามบินกาลาปากอส จากนั้นเดินทางไปท่าเทียบเรือใช้เวลาเพียง 5 นาที การเดินทางท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ ในหมู่เกาะกาลาปากอสแบบเจาะลึกครบทุกเกาะหลักตลอด 15 วัน จะใช้เรือยอร์ชซึ่งรองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 16 ท่าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างครบครับ ทั้งห้องนอนมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง ห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น ดาดฟ้าชมวิวทิวทัศน์ ฯ โดยมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้นำชมและบรรยายให้ความรู้ต่างๆ ตลอดทริป พร้อมด้วยกัปตันและลูกเรือที่มีความชำนาญในการเดินทาง

  ในช่วงบ่าย เราจะไปเยี่ยมชมศูนย์เพาะพันธุ์เต่ายักษ์ David Rodriguez หรือที่เรียกว่า “La Galapaguera” ที่นี่เเราจะได้พบกับเต่ายักษ์ขนาดใหญ่ เดินหากินอยู่ในที่อยู่อาศัยกึ่งธรรมชาติ ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพ จะได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติมากสามารถชมและถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจให้กับทุกๆ คนที่ได้พบเห็น และในระหว่างทางคุณจะพบเห็น ซันกริสโตบอลมัคกิ้งเบิร์ด, กิ้งก่าลาวา, นกฟินช์ดาร์วิน, นกกระจิบสีเหลือง และต้น Scalesia ซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่นของกาลาปากอส

GALAPAGOS1080.jpg
GALAPAGOS1904.jpg
ICE_4803.jpg
GP2.jpg
ICE_5322.jpg

18 มกราคม 2566 Española Island

   เช้าวันนี้เราจะเดินทางมาถึงเกาะเอสปันโนลา (Espanola) เป็นเกาะเล็กๆที่ส่วนใหญ่มีพื้นที่ราบไม่มีปล่องถูเขาไฟ มีเขตสัตว์ป่าปุนตาซัวเรซ (Punta Suarez) ที่มีชื่อเสียง ในทุกพื้นที่เต็มไปด้วยนกทะเลสายพันธุ์ต่างๆที่อาศัยทำรัง เช่น นกบูบี้เท้าสีฟ้า รวมทั้งนกเวฟอัลบาทรอส ซึ่งเป็นนกทะเลขนาดใหญ่ที่หายากของโลก พบได้เฉพาะที่เกาะแห่งนี้เกาะเดียวในหมู่เกาะกาลาปากอสทั้งหมด 

  เมื่อเดินทางมาถึงจะพบกับอีกัวน่าทะเลและสิงโตทะเลคอยต้อนรับอยู่ที่ท่าเทียบเรือ ระหว่างเดินชมเกาะจะพบกับนกเฉพาะถิ่นมากมายที่พบได้เพียงแห่งเดียวในโลก เช่น นกพิราบกาลาปากอส เหยี่ยวกาลาปากอส กิ้งก่ายักษ์สีต่างๆ และจิ้งเหลนยักษ์ 

  หลังจากขึ้นเกาะเราจะมุ่งหน้าไปชมนกยักษ์ Waved Albatross เป็นลำดับแรก และเดือนมกราคมจะเป็นเวลาที่ลูกนกจำนวนมากโตเต็มที่ มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับพ่อแม่นก นับเป็นเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางมาเที่ยวชม นกอัลบราทรอสสายพันธุ์นี้มีปีกกว้างเกือบ 3 เมตร ระหว่างเดินไปตามเทรลที่กำหนดเอาไว้สำหรับนักท่องเที่ยว อาจจะพบเห็นนกบางตัวอยู่ห่างเพียงไม่กี่เมตร เนื่องจากพ่อแม่นกจะทำรังง่ายๆ ตามพื้นดิน ขนาดที่ใหญ่โตจะทำให้คุณต้องประหลาดใจเลยทีเดียว แต่อย่าลืมกฏเรื่องของการเข้าใกล้สัตว์ทุกชนิด ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

  เมื่อเดินไปถึงบริเวณหน้าผาชายฝั่งจะมองเห็นน้ำทะเลซัดสาดขึ้นตามโพรงหินภูเขาไฟ บางแห่งกลายเป็นน้ำพุขนาดยักษ์พุ่งขึ้นไปบนอากาศ เรียกว่า Dramatic blow hole 

  ช่วงบ่าย เดินทางไปเที่ยวชมอ่าว Gardner มีชายหาดยาว สีขาวสะอาดตา เป็นถิ่นที่อยู่ของสิงโตทะเลนับร้อยๆ ตัว ปิดท้ายของวันด้วยการดำน้ำแบบสนอร์เกิลที่ Gardner หรือ Tortuga Rocks แหล่งดำน้ำขึ้นชื่อเนื่องจากที่นี่มีแมวน้ำที่มักจะมาวนเวียนหยอกล้อกับนักท่องเที่ยว การได้ดำน้ำคู่กับแมวน้ำในธรรมชาติ เป็นอีกประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง เย็นเดินทางไปอ่าวการ์ดเนอร์ อ่าวที่จะทำให้คุณตื่นเต้นไปกับสิงโตทะเลหลายร้อยตัว นอนเรียงกันยาวเหยียดบนหาดทรายขาวสะอาด สามารถถ่ายภาพคู่กับสิงโตทะเลได้อย่างใกล้ชิด

DJI_0687.jpg
GALAPAGOS8785.jpg
ICE_5166.jpg
ICE_5411.jpg

19 มกราคม 2566 Punta Cormorant, Devil’s Crown (Floreana Island)

  จุดหมายในวันนี้ คือ เกาะฟลอเรียนา (Floreana) เหนือสุดของเกาะคือ ปุนตา คอร์มอเรน (Punta Cormoran) หลังอาหารเช้าเราจะขึ้นฝั่งกันที่นี่ ตื่นตาตื่นใจกับชายหาดสีดำสนิทที่เกิดจากทรายและหินภูเขาไฟ จากนั้นเดินลัดเลาะไปสู่ทะเลสาบซึ่งเต็มไปด้วยป่าโกงกาง ที่นี่จะได้พบนกฟลามิงโกสีชมพูแสนสวย นกเป็ดน้ำ และนกน้ำอื่นๆ หลายชนิด เมื่อเดินไปอีกสักพักจะพบกับชายหาดทรายขาวละเอียด ที่นี่เป็นที่แหล่งวางไข่ของเต่าทะเล Green Pacific Sea Turtles ส่วนทางตอนเหนือของปุนตา คอร์มอเรน คือเดวิลส์คลาวน์ เป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีของนักดำน้ำลึกแบบ Scuba Diving ตามชายฝั่งเป็นถิ่นอาศัยของสิงโตทะเล Sea Lion มักนอนเรียงรายอยู่ตามชายหาด พื้นที่โดยรอบยังมองเห็นหินสีดำซึ่งก็คือลาวาเมื่อครั้งที่เกิดการประทุของภูเขาไฟเมื่อหลายร้อยปีก่อน หากมองดูตามโขดหินริมฝั่งจะเห็นปูขนาดใหญ่สีแดงสดราวกับใครไประบายสีเอาไว้ 

  ในช่วงบ่าย เราจะเดินทางไปเยี่ยมชมเกาะอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า โพสท์ออฟฟิส มีตู้จดหมายเก่าๆ ตั้งอยู่ สร้างไว้เป็นครั้งแรกในปี 1973 โดยกัปตันชื่อ James Colnett ภายในตู้มีโปสการ์ดของนักท่องเที่ยวใส่ไว้จนแน่นเต็มตู้ อย่าแปลกใจว่าไกลถึงขนาดนี้จะมีไปรษณีย์มารับโปสการ์ดเหล่านี้หรือเปล่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวทุกคนจะทำหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์ โดยไกด์จะอ่านว่าไปรษณีย์แต่ละฉบันในตู้เป็นของคนจากประเทศใด หากมีโปสการ์ดของคนชาติเดียวกัน ก็ต้องนำกลับไปส่งให้จากไปรษณีย์ในประเทศของตนเอง ส่วนของเราก็ใส่ไว้ในตู้ เมื่อมีนักท่องเที่ยวคนไทยกลุ่มต่อไปมาที่นี่ จะนำโปสการ์ดที่เราใส่เอาไว้ กลับมาส่งไปรษณีย์ในเมืองไทยต่อไป ซึ่งไม่สามารถกำหนดเวลาได้ว่า เราจะได้รับโปสการ์ดที่ใส่ไว้เมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับว่าจะมีคนไทยคนต่อไปจะมาขึ้นเกาะแห่งนี้อีกเมื่อไหร่

 

P1140007.jpg
03.jpg
39.jpg

20 มกราคม 2566  Santa Fe Island

  เช้าวันนี้เราจะขึ้นฝั่งด้วยนำเรือเล็กเทียบกับหาดทรายที่ขาวละเอียดและสวยงาม ที่นี่จะเป็นถิ่นอาศัยของสิงโตทะเลจำนวนมาก นอนเรียงรายกันเต็มชายหาด ส่วนใหญ่เป็นตัวเมีย และมีจ่าฝูงเป็นตัวผู้ขนาดใหญ่ที่วนเวียนเฝ้าฮาเร็มของตัวเองอยู่ใกล้ๆ หากมีตัวผู้อื่นพลัดหลงมา เราอาจจะได้เห็นฉากการต่อสู้ที่รุนแรงของสิงโตทะเลหนุ่มที่หวงอณาเขตและฮาเร็มของตัวเอง อย่างไรก็ตามการเดินชมและถ่ายภาพก็สามารถทำได้อย่างใกล้ชิดภายในระยะที่ถูกกำหนดเอา

  จากนั้นไกด์จะนำเดินผ่านป่าแคคตัสเฉพาะถิ่น (Barringtonensis) ที่นี่จะได้พบกับ แลนด์อีกัวน่าซานตาเฟ ที่หากินบนพื้นดินเท่านั้น รวมทั้งเหยี่ยวกาลาปากอส นกฟินช์หลากหลายชนิด และหนึ่งในสี่ของนกมัคกิ้งเบิร์ดแห่งกาลาปากอส

  หลังจากนั้นคุณสามารถเลือกทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งคือ พายเรือคายัคหรือดำน้ำสนอร์เกิล ชมโลกใต้ทะเล เต่าทะเล ปลานานาชนิด และอาจจะได้พบเห็นสิงโตทะเลหรือแมวน้ำที่มักมาวนเวียนดูนักท่องเที่ยวแบบใกล้ๆ อีกด้วย

  ในช่วงบ่าย ไกด์จะนำเราเดินไปตามเส้นทางผ่านป่าแคคตัสที่น่าประทับใจ ที่นี่จะได้พบกับอีกัวน่าสีเหลืองขนาดใหญ่อาศัยอยู่ มีประชากรราว 300 ตัว ในช่วงฤดูแล้งพวกมันจะอยู่รอดได้ด้วยผลไม้และดอกของต้นกระบองเพชร

  และที่เกาะเซาท์พลาซ่า เป็นสถานที่แห่งเดียวในกาลาปากอสที่เราจะได้พบอีกัวน่าลูกผสม (ระหว่างอีกัวน่าทะเลและอีกัวน่าบก) เป็นสัตว์ที่มีกรงเล็บที่แหลมคมทำให้ง่ายต่อการปีนขึ้นไปบนต้นกระบองเพชรเพื่อหาอาหาร  และเมื่อเดินไปถึงริมหน้าผา ก็จะพบกับนกแสนสวยนานาชนิด อาทิ Red-billed tropicbirds, Blue footed, Nazca boobies, Brown pelicans, Swallow tailed gulls และ Frigates เมื่อเดินจนสุดทางจะเป็นถิ่นอาศัยของสิงโตทะเลจำนวนมาก แต่ที่สะดุดตาคือพืชหญ้าบนพื้นที่มองดูราวกับพรมสีแดงสดตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า เป็นทิวทัศน์ที่งดงามมากทีเดียว

DSCF8951.jpg
DSCF8953.jpg
06.jpg

21 มกราคม 2566  North Seymour Island

  เช้าวันนี้เราจะขึ้นฝั่งที่เกาะ North Seymour เป็นเกาะขนาดเล็กและมีพื้นที่แบนราบ ที่ต้นไม้พุ่มขึ้นอยู่ทั่วไป ที่นี่เป็นแหล่งทำรังวางไข่ของนกฟรีเกท 2 ชนิดคือ Magnificent frigatebird และ Galapagos Great frigatebirds นกทั้งสองชนิดนี้แม้จะเป็นนกทะเล แต่ก็เป็นนกทะเลชนิดเดียวที่ไม่สามารถลอยตัวในน้ำหรือดำน้ำได้ เนื่องจากไม่มีน้ำมันสำหรับปกคลุมขนเพื่อกันน้ำเหมือนนกทะเลชนิดอื่นๆ ทำให้ต้องใช้วิธีแย่งชิงอาหารจากนกทะเลชนิดอื่นๆ เป็นที่มาของชื่อ นกโจลสลัดในอากาศ “Pirates of the air” และเป็นเพียงสถานที่เดียวในหมู่เกาะกาลาปากอสที่เราจะได้เห็นการเกี้ยวพาราสีของนกฟรีเกท ตัวผู้ด้วยการโป่งถุงคอสีแดงสดเพื่ออวดนกตัวเมีย เป็นการเรียกร้องความสนใจให้มาจับคู่ผสมพันธุ์ นอกจากนี้จะได้พบกับนกบูบี้ตีนสีฟ้า (อย่าลืมมองหานกบู้บี้ตีนสีแดงจากเกาะอื่นๆ เพื่อเปรียบเทียบ ) อีกัวน่าบก สิงโตทะเล นกฟินช์ดาร์วิน และกิ้งก่าลาวา ทั้งหมดอาจจะหาดูได้ยากจากที่อื่น แต่ที่นี่เราจะพบเจอตลอดการเดินทาง และหากโชคดี พอก็อาจจะเจองูกาลาปากอส Galapagos Snake เป็นงูขนาดเล็กที่ไม่มีอันตรายใดๆ กินสัตว์เล็กๆ และไข่นกเป็นอาหาร จัดว่าหาดูได้ยาก มีจำนวนน้อย และพบเฉพาะที่กาลาปากอสเพียงแห่งเดียวในโลกเหมือนสัตว์ชนิดอื่นๆ บนเกาะมหัศจรรย์แห่งนี้

  ช่วงบ่ายจะเดินทางไปยังเกาะซานตาครูส เรือเล็กจะนำขึ้นหาดทรายขาว Bachas Beach ซึ่งเป็นแหล่งวางไข่ที่สำคัญของเต่าทะเลสีเขียว ซึ่งมักจะขึ้นมาวางไข่หลังพระอาทิตย์ตก หาดทรายยาวประมาณ 500 เมตร และมีบึงน้ำเล็กๆ ที่นกฟลามิงโกมักจะบินลงมาหากินในแอ่งน้ำตื้นๆ นอกจากนี้ยังมีนกแสนสวยอีกหลายชนิด อาทิ Whimbrels, Black necked stilts, Plovers, Herons, White cheeked pintail, Sandpipers, Sander-lings, Darwin finches, Yellow warblers และยังเป็นถิ่นอากาศัยของอีกัวน่าทะเลอีกด้วย

ICE_4758.jpg

22 มกราคม 2566  Mosquera Islet - Baltra Island

  เช้าวันนี้จะขึ้นฝั่งบนหาดทรายของเกาะเล็กๆ ซึ่งอยู่ระหว่าง North Seymour และ Baltra Island แม้ว่าเกาะจะมีขนาดเล็ก แต่ก็มีหาดทรายขาวละเอียดที่สวยงาม เป็นถิ่นอาศัยของสิงโตทะเลที่มักนอนเรียงรายกันเต็มชายหาด และยังเป็นสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับชมนกน้ำอาทิ นกยางทะเลและนกนางนวลลาวา ที่นี่ไม่มีเทรลเดิน มีเพียงแต่ชายหาดโดยรอบและพื้นผิวของหินลาวา

  บ่าย ขึ้นฝั่งเพื่อเดินเทรลที่มุ่งหน้าไปยังบึงน้ำ ถิ่นอาศัยและหากินอีกแห่งหนึ่งของนกฟลามิงโก ที่นี่เต็มไปด้วยพืชในเขตแล้ง อาทิ Cacti, Incense trees, Galapagos cotton, Sesuvium ทางเดินจะสูงชันขึ้นไปจนถึงจุดชมวิว Dragon Hill บริเวณนี้เป็นแหล่งทำรังวางไข่ของอีกัวน่าบก และยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามจากมุมสูง และป่าไม้แถบนี้ก็เป็นที่อาศัยของนกแสนสวยอีกหลายชนิดอาทิ Mockingbirds, Darwin finches, Galapagos flycatchers และ Yellow warblers

GALAPAGOS1616.jpg
DSCF9445.jpg
16.jpg

23 มกราคม 2566  Santa Cruz Island

  วันนี้จะเดินทางไปในสถานที่พิเศษสุดของกาลาปากอส เป็นผืนป่าโกงกางและป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเต่าทะเลสีเขียว และยังเป็นแหล่งอนุบาลฉลามครีบเงิน รวมไปถึงกระเบนสีทอง กระเบนนก ที่มองเห็นได้ระหว่างล่องเรือเล็กชมป่าโกงกาง นอกจากนี้ยังมีนกน้ำนานาชนิด อาทิ นกกระทุง นกกระสา และนกบู้บี้ตีนสีฟ้าก็พบเห็นได้ไม่ยาก

  ช่วงบ่ายจะได้ชมเกาะเล็กๆ ชื่อ Sombrero Chino มีชื่อเล่นว่า “หมวกจีน” ตามรูปร่างเหมือนหมวกของชาวจีนโบราณ เป็นหนึ่งในหมู่เกาะกาลาปาโกสที่เล็กที่สุดที่มีสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมพร้อมทิวทัศน์ที่ยากจะลืมเลือน เช่นเดียวกับเกาะอื่นๆ ในกาลาปากอส Sombrero Chino มีกำเนิดมาจากภูเขาไฟ อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะซันติอาโก เราจะแวะชมชายหาดที่สวยงามซึ่งเต็มไปด้วยปูแซลลี่แดง อิกัวน่าทะเล สิงโตทะเลกาลาปากอส  นกกระสา และกิ้งก่าลาวา

  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดำน้ำตื้นที่น่าประทับใจ อย่าลืมมองหาสิงโตทะเล ฉลามครีบขาว ปลาหลากสีสัน และถ้าโชคดีคุณจะได้เห็นนกเพนกวินกาลาปากอสแหวกว่ายหากินอยูใต้ทะเล เป็นเพนกวินชนิดเดียวที่พบในหมู่เกาะกาลาปากอส และอาศัยอยู่บริเวณนี้ได้เนื่องจากมีกระแสน้ำเย็นไหลผ่าน 

ICE_5419.jpg
ICE_5185.jpg
27.jpg

24 มกราคม 2566  El Barranco, Prince Philip’s Steps (Genovesa Island)

  เช้าวันนี้เรือมาลอยลำอยู่ที่ TOWER หรือ Genovesa Island เป็นเกาะที่อยู่ทางตอนเหนือของหมู่เกาะกาลาปากอส ห่างไกลจากเกาะอื่นๆ โดยเรือจะแล่นออกมาในเวลากลางคืน ทาวเวอร์เป็นเกาะที่มีนกทะเลอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนกฟรีเกท และนกบู้นี้ตีนแดง ที่น่าสนใจคือนกนางนวล 2 ชนิดซึ่งพบเพียงแห่งเดียวในโลกคือที่กาลาปากอสแห่งนี้ นั่นคือ lava gulls และ swallow-tailed gulls อาศัยและทำรังอยู่ในเกาะแห่งนี้เช่นกัน 

  กิจกรรมยามเช้าคือล่องเรือเล็กชมทิวทัศน์ นกและสัตว์ป่าที่อุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีโอกาสพบเห็นอีกัวน่าทะเลที่มีขนาดเล็กที่สุด รวมทั้งแมวน้ำขนกาลาปากอส และสิงโตทะเลกาลาปากอส จากนั้นนำท่านขึ้นฝั่งเดินขึ้นไปทางด้านบนสุดของเกาะ ระหว่างทางจะเห็นนกนัซคาและนกบูบี้ตีนแดงทำรังอยู่ตามพื้นดิน บางจุดจะเดินผ่านทุ่งลาวาซึ่งไกด์จะตามหานกเค้าแมวหูสั้น เป็นนกเค้าแมวชนิดเดียวของกาลาปากอสและมักจะพบเห็นหลบซ่อนตามโพรงหินในบริเวณนี้

  หากสนใจสามารถทำกิจกรรมพายเรือคายักท่องไปตามลำน้ำที่ใสแจ๋ว มองเห็นใต้ผืนน้ำได้อย่างชัดเจน เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่คุณจะไม่ลืมเลือน

  บ่าย เรือจะไปลอยลำที่อ่าว Darwin Bay เรือเล็กจะนำท่านขึ้นฝั่งที่หาดทรายซึ่งเต็มไปด้วยปะการังอุดมสมบูรณ์ นกที่โดดเด่นของที่นี่คือ Swal-low-tailed gulls และตามชายหาดก็จะพบกับสิงโตทะเล Galapagos sea lions ไกด์จะนำเดินไปตามเทรลที่มีระยะสั้น ผ่านป่าโกงกางเพื่อไปชมรังของนกบู้บี้ตีนแดง ซึ่งสามารถชมและถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด เป็นภาพที่หาดูได้ยากในพื้นที่อื่นๆ ของหมู่เกาะกาลาปากอส และนกนางนวลที่หายากที่สุดในโลก lava gull ก็พบได้ง่ายๆ ที่นี่เช่นกัน ปัจจุบันคาดว่ามีเหลืออยู่ราว 900 ตัวเท่านั้น นอกจากนี้ยังจะได้ชมนก Darwin finches, Galapagos doves, mockingbirds, Nazca boobies และ migratory birds หลังจากกลับขึ้นเรือจะนำท่านไปดำน้ำตื้นเพื่อชมกับโลกใต้ทะเลแสนสวยในจุดอื่นๆ ที่น่าสนใจ

P1130108.jpg
DSCF9747.jpg
33.jpg

25 มกราคม 2566  Bartolome Island 

  เช้าวันที่น่าตื่นเต้น เรือใหญ่จะไปลอยอยู่ใกล้ๆ เกาะบาร์ทูโลเม แล้วนั่งเรือเล็กไปเทียบชายฝั่งที่มีบันไดหินและทางเดินที่จัดทำเป็นอย่างดี สองข้างทางเดินเป็นทุ่งลาวาสีดำสนิท อย่าลืมหยิบหินลาวาขึ้นมาดู คุณจะต้องประหลาดใจกับน้ำหนักที่เบาหวิวเมื่อเทียบกับขนาดของมัน ทางเดินจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ มองเห็นวิวทิวทัศน์ที่กว้างไกล รวมทั้งปล่องภูเขาไฟที่เคยพ่นลาวาออกมาเมื่อหลายร้อยปีก่อนจนเต็มพื้นที่ในแถบนี้ และสวยที่สุดคือจุดชมวิวมุมสูงที่มองเห็นโค้งอ้าวสองอ่าวมาบรรจบกัน มีแท่งหินที่ถูกคลื่นลมกัดเซาะจนมีลักษณะปลายแหลม เป็นภาพวิวสัญลักษณ์ของหมู่เกาะกาลาปากอสก็ว่าได้

  ขากลับจะล่องเรือเล็กชมทิวทัศร์ริมฝั่ง อย่าลืมมองหาเพนกวินกาลาปากอส ที่มักแหวกว่ายหากินอยู่ในบริเวณนี้ หากต้องการดำน้ำตื้นก็สามารถทำได้ เนื่องจากน้ำทะเลบริเวณนี้ใสสะอาดและปราศจากคลื่นลม อีกทั้งมีโอกาสได้เห็นเพนกวินใต้ทะเลแหวกว่ายอยู่ใกล้ๆ

  บ่ายจะเดินทางไป Sullivan Bay ทางทิศตะวันออกของเกาะ Santiago Island ที่นี่คือบ้านหลังใหญ่ของแมวน้ำ Fur Seal Grotto แมวน้ำสายพันธุ์พิเศษที่พบเพียงแห่งเดียวในโลกที่กาลาปากอสเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำและนกทะเลนานาชนิด อาทิ นกยาง with yellow-crowned night herons และนกชายเลน American Oystercatchers และเมื่อเดินขึ้นเกาะ อย่าลืมมองหาตั๊กแตนพันธุ์ painted locusts และ grasshoppers รวมทั้งงู Galápagos snake และนกจับแมลง Galápagos flycatchers เหยี่ยว Galápagos hawks ตามโขนหินยังมีอีกัวน่าทะเลเกาะนิ่งๆ เป็นแบบให้ถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิดมากมาย แต่อย่าเข้าใกล้มาก เพราะอาจจะถูกพ่นเกลือใส่หน้า ซึ่งเป็นวิธีที่บรรดาอีกัวน่าทะเลใช้ขับเกลือออกจากร่างกาย ที่พิเศษคือมีโอกาสพบนกฟินซ์ได้มากถึง 10 ชนิดในพื้นที่เดียวกัน ยามเย็นระหว่างแล่นเรืออย่าพลาดโอกาสขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ เนื่องจากบรรดานกฟรีเกรทที่มีถุงคอสีแดง มักจะบินตามเรือเป็นฝูงใหญ่เพื่อรอเศษอาหารที่พ่อครัวทิ้งลงในทะเลโฉบกินเป็นอาหาร ฟรีเกทหลายตัวจะมาเกาะที่ดาดฟ้าเรือระยะห่างเพียง 3-4 เมตร ถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด

DSCF9652.jpg
18.jpg

26 มกราคม 2566  Highlands Tortoise Reserve (Santa Cruz Island)

  เช้าวันนี้จะนำท่านไปเยือนเกาะซานตาครูซ (Santa Cruz) เกาะใหญ่อันดับสอง ของกาลาปากอส มีผู้คนอาศัยอยู่ในเมืองเล็กชื่อปัวร์โต อาโยรา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานอุทยาน แห่งชาติกาลาปากอสและสถาบันวิจัยชาว์ลส์ ดาร์วิน ซึ่งมีการเพาะพันธุ์เต่ายักษ์กาลาปากอส ส่วนบริเวณบนเขาคือ ซานตาครูซไฮแลนด์ส เป็นพื้นที่ป่าดิบปกคลุมรอบปล่องภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจ ตลอดจนนกภูเขาเฉพาะถิ่นของกาลาปากอสหลายชนิด ส่วนด้านเหนือของเกาะจะเป็นอ่าวใหญ่คือคาเลตา ทอร์ทูกา เนกรา (Caleta Tortuga Negra) อันมีหาดทรายสีขาวทอดยาว บนชายหาดด้านในเป็นป่าชายเลน มีบึงน้ำที่อาศัยของนกกระทุงและนกฟลามิงโกหลังอาหารกลางวัน เที่ยวชม Black Turtle Cove ป่าโกงกางที่อยู่ทางเหนือของเกาะซานตาครูซ ที่นี่เป็นแหล่อาศัยของนกบู้บี้หลายร้อยตัว มักบินมาเป็นฝูงแล้วปักหัวลงในน้ำเหมือนลูกธนูนับร้อยๆ พุ่งสู่จุดเป้าหมายเพื่อจับปลากินเป็นอาหาร และยังเป็นถิ่นอาศัยของ นกกระทุง นกยาง รวมทั้งเป็นแหล่งอนุบาล ปลากระเบนสีทอง ลูกฉลามขนาดประมาณหนึ่งเมตรพันธุ์ White-tipped reef shark และเต่าทะเล Green sea turtle 

  บ่าย เรือจะล่องไปทางทิศใต้ของเกาะซานตาครูซ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเล็กๆ เพียงแห่งเดียวในกาลาปากอสชื่อ Puerto Ayora มีผู้คนอาศัยอยู่ราวสามหมื่นคน และมีท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ และอาคารบ้านเรือน ร้านค้าต่างๆ เรียกว่าเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวก็ว่าได้ หากขาดเหลืออะไรสามารถหาซื้อได้ที่นี่ รวมทั้งมีอินเตอร์เน็ตให้ใช้งาน ต่างกับเกาะอื่นๆ ที่ไม่อนุญาตให้อาศัยอยู่ ยกเว้นสัตว์ป่าในธรรมชาติเท่านั้น 

  หลังจากนั่งรถบัสราว 40 นาทีก็จะถึงจุดเดินชมธรรมชาติ  เช่น Tree and Ground finches, Paint-billed Crakes, Yellow warblers และ Cattle egrets และที่น่าสนใจมากที่สุดคือมีเต่ายักษ์กาลาปากอส เดินหากินอยู่ในธรรมชาติจริงๆ พบเห็นได้ไม่ยากในระหว่างทางเดิน ซึ่งในอดีตสามารถพบเห็นได้ทั่วไป และมีปริมาณมาก แต่หลังจากที่มีการค้นพบหมู่เกาะกาลาปากอส เต่ายักษ์ถูกจับไปเป็นอาหารของนักเดินเรือเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหลายเดือนโดยไม่ต้องกินอาหาร แต่ในปัจจุบันมีกฏเหล็กห้ามล่าและจับอย่างเข้มงวด รวมทั้งมีการอนุรักษ์เพาะพันธุ์ทำให้มีประชากรเพิ่มมากขึ้นทุกปี เราจะนำท่านเยี่ยมชมศูนย์วิจัยเต่ากาลาปากอส Charles Darwin Research Station เรียนรู้วงจรชีวิตของเต่ายักษ์ที่มีหลายสายพันธุ์ตามเกาะต่างๆ อาทิ Santiago, Santa Cruz, Floreana และ Pinzon ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีวิวัฒนาการของชาลล์ ดาร์ดิน จากเดิมที่มีเพียงสายพันธุ์เดียว จากนั้นจะมีเวลาให้เดินเที่ยวชมเมือง และซื้อของฝาก ของที่ระลึกต่างๆ ก่อนกลับขึ้นเรือใหญ่

ICE_5309.jpg
DSCF9712.jpg

27 มกราคม 2566  White Tipped Reef Shark Canal & Sierra Negra Volcano (Isabela Island)

  ในวันนี้เรือจะเดินทางมาถึงเกาะอิสเบลลา เกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะลากาปากอส มีพื้นที่ 4,586 ตารางกิโลเมตร (และความยาวจากเหนือลงใต้กว่า 100 กิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะอื่นๆ ทุกเกาะในกาลาปากอสรวมกัน ได้รับการตั้งชื่อตามพระราชินีอิซาเบลลาที่ 1 แห่งกัสติยา และเกาะแห่งนี้ยังผ่านเส้นศูนย์สูตรอีกด้วย มีภูเขาไฟ Sierra Negra ภูเขาไฟเก่าแก่และใหญ่ที่สุดของกาลาปากอส ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 5 x 6 ไมล์     การเที่ยวชมชีวิตว์สัตว์ใช้วิธีล่องเรือเข้าไปชมและถ่ายภาพจากบนเรือเนื่องจากพื้นที่โดยรอบมีแต่หน้าผาสูง ที่น่าสนใจคือ นกเพนกวิน เต่าทะเล และอีกัวน่าทะเลที่มักว่ายน้ำและดำน้ำลงไปหาอาหารใต้ทะเล ก่อนหลับขึ้นมาเกาะนิ่งบนโขดหิน นอกจากนี้นกบู้บี้ตีนสีฟ้าและนกกระทุงก็มักหากินอยู่ในบริเวณนี้ โดยใช้วิธีบินขึ้นแล้วปักหัวดิ่งลงไปจับปลาใต้น้ำ เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมากทีเดียว และไม่ควรพลาดกับการบันทึกภาพนกกาน้ำตาสีฟ้าเป็นกาน้ำชนิดเดียวในโลกที่บินไม่ได้ เนื่องจากวิวัฒนการจนปีกเหลือเล็กนิดเดียว ใช้ชีวิตหากินในน้ำเป็นหลัก โดยไม่มีความจำเป็นต้องบินขึ้นไปบนอากาศ สามารถลงไปดำน้ำแบบสนอร์เกิลเพื่อชมชีวิตสัตว์ใต้ทะเล ที่น่าตื่นเต้นคือ การได้ดำน้ำกับเพนกวินและเต่าทะเลตัวใหญ่ อย่าลืมมองหาอีกัวน่าทะเลที่กำลังกินพื้ชทะเลเป็นอาหาร ปิดท้ายของวันนี้ด้วยการไปเยือนศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่ายักษ์ที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้ ปัจจุบันมีการรวบรวมเต่ายักษ์เอาไว้นับร้อยตัว ขนาดแต่ละตัวโตกว่าหนึ่งเมตร อายุ 100 - 150 ปี สามารถถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด และเข้าไปเยี่ยมชมแหล่งเพาะพันธุ์เต่ายักษ์ที่เพิ่งฟักออกจากไข่ตัวเล็กนิดเดียว แต่มีอายุยืนยาวได้อีกเป็นร้อยปีทีเดียว

  เรือเล็กจะนำท่านขึ้นฝั่งที่ Puerto Villamil จากนั้นนั่งรถบัสไปยังเนินภูเขาไฟ Sierra Negra ควรมีรองเท้าเดินป่าแบบพื้นแข็งที่ดีและเสื้อแจ็คเก็ตกันฝนแบบบางเบา เนื่องจากมีโอกาสที่ฝนจะตกได้ตลอดทั้งปี หลังจากนั่งรถไม่นานก็จะถึงศูนย์เพาะพันธุ์ เต่ายักษ์สายพันธุ์ Jacinto Gordillo แล้วเดินไปตามป่าโกงกางจนถึงบึงน้ำซึ่งมักพบเห็นนกฟลามิงโก นกกระสา อีกัวน่าทะเล หากินอยู่บริเวณนี้ ทางเดินจะไปสิ้นสุดที่หน้าชายหาด ซึ่งคุณจะได้เพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์ที่งดงาม และยังสามารถเยี่ยมชมหมู่บ้านเล็กๆ และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย

GALAPAGOS8860.jpg
GALAPAGOS8924.jpg
DSCF9849.jpg
09.jpg

28 มกราคม 2566  Punta Moreno (Isabela Island) 

  เช้าวันนี้เราคงยังอยู่ที่เกาะอิสเบลลาทางตอนใต้ เรือเล็กจะนำท่านลงที่หาดทรายเล็กๆ ที่นี่จะพบกับทุ่งลาวาสีดำสนิทอันกว้างใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจมาก  จะเห็นฟอร์มการไหลของลาวาที่น่ามหัศจรรย์ บ้างก็เป็นลอนคลื่น บ้างก็คดเคี้ยวไปมาจนอาจจะจินตนาการเป็นรูปร่างต่างๆ บ้างก็สีดำสนิท แต่บางพื้นที่สะท้อนแสงเป็นสีรุ้ง บางส่วนก็แตกหักเนื่องจากผ่านกาลเวลามานานหลายสิบปี แต่บางส่วนก็เป็นผืนลาวาขนาดมหมา เส้นทางเดินจะไปสุดที่ชายหาดอีกด้านหนึ่งซึ่งเรือเล็กจะรอรับและนำไปล่องเรือเพื่อค้นหาอีกัวน่าทะเลที่ใหญ่ที่สุด รวมทั้งเพนกวินกาลาปาโกส นกกาน้ำชนิดเดียวในโลกที่บินไม่ได้ นกกระทุง และนกบูบีตีนสีฟ้า และสามารถทำกิจกรรมดำน้ำชมโลกใต้ทะเลที่นี่ได้ด้วย

​  บ่ายเรือจะไปลอยลำในอ่าว Elizabeth Bay ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะอิสเบลลา เรือเล็กจะนำท่านล่องไปในอ่าวที่รายล้อมไปด้วยต้นโกงกางสีแดงเพื่อชมปลากระเบนน้ำด่าง ปลากระเบนสีทอง เต่าทะเล นกกาน้ำ และนกนานาชนิด บริเวณนี้เป็นแหล่งผสมพันธุ์ตามธรรมชาติของเต่าทะเล การล่องเรือไม่อนุญาตให้ติดเครื่อง ต้องใช้ใบพายเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนสัตว์ป่าทะเล ความเงียบปราศจากเสียงเครื่องยนต์ ทำให้ถ่ายภาพสัตว์ป่าในธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย เป็นสถานที่ถ่ายภาพที่สนุกและเพลิดเพลินมากอีกแห่งหนึ่งในกาลาปากอสก็ว่าได้ 

07.jpg
GP4.jpg

29 มกราคม 2566  Punta Espinoza (Fernandina Island) 

  ในวันนี้เราจะท่องเที่ยวทางตอนเหนือของเกาะเฟอร์นานดินา เกาะที่เกิดขึ้นใหม่ล่าสุดในหมู่เกาะกาลาปากอสจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมามีการปะทุของภูเขาไฟมากกว่าสิบครั้ง ครั้งล่าสุดทำให้เกาะแห่งนี้ได้รับการยกตัวสูงขึ้น 90 ซม. ในปี 1975 และแน่นอนว่าที่นี่เป็นแหล่งอาศัยชั้นดีของนกทะเลนานาชนิด รวมทั้งอีกัวน่าทะเล และสิงโตทะเล สำหรับกิจกรรมดำน้ำที่นี่ก็น่าสนใจและไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เนื่องจากมีโอกาสพบเห็นการหากินของเต่าทะเล อีกัวน่าทะเล ที่กำลังกินสาหร่ายเป็นอาหาร แม้กระทั่งการดำน้ำจับปลาของนกกาน้ำก็พบเห็นเป็นประจำ

  บ่ายวันนี้มีจุดหมายอยู่ที่ Tagus Cove ตั้งอยู่ที่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ Isabela เรือเล็กจะเทียบชายฝั่งที่บันไดไม้ ซึ่งกะลาสีเรือชาวอังกฤษได้ทำเอาไว้เมื่อมีการเดินทางมาถึงบริเวณนี้เป็นครั้งแรก จากนั้นจะนำท่านเดินไปตามเทรลมุ่งหน้าไปสู่ทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่ในปล่องภูเขาไฟ ชมทัศนียภาพอันงดงามของทุ่งลาวาและการก่อตัวของภูเขาไฟที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน จากนั้นเราจะเดินทางกลับในเส้นทางเดียวกันเพื่อล่องเรือไปตามแนวชายฝั่งที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ที่โดดเด่นคือ นกบูบีตีนสีฟ้า นกหัวขวานสีน้ำตาล นกกาน้ำที่บินไม่ได้ และนกเพนกวินกาลาปากอส 

DSCF8966.jpg
DSCF9657.jpg

30 มกราคม 2566  Espumilla Beach (Santiago Island) 

  ช่วงเช้าจะนำท่านขึ้นสู่หาดที่มีชื่อว่า เอสพูมิลลา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของอ่าวเจมส์ เป็นแหล่งทำรังที่สำคัญของเต่าทะเล มีปู ghost crabs จำนวนมากซ่อนตัวอยู่ในทราย จากนั้นจะเดินทางไปชมบึงน้ำเล็กๆ ที่มักพบเห็นนกฟลามิงโกและเป็ดหางแหลมกาลาปากอส เส้นทางนี้จะเดินวนผ่านพื้นที่แห้งแล้ง ซึ่งคุณสามารถสังเกตนกบางชนิดได้ เช่น เหยี่ยวกาลาปากอส นกกระเต็นกาลาปากอส นกฟินช์ดาร์วิน นกกระจิบสีเหลือง และนกพิราบกาลาปากอส เมื่อกลับขึ้นเรือหากไม่เหนื่อยเกินไป คุณสามารถทำกิจกรรมดำน้ำตื้นใกล้ๆ เรือได้

​  ในช่วงบ่ายเรือจะอ้อมหัวเกาะอิสเบลลา นั่นหมายถึงว่าการเดินทางของเราเริ่มจากใต้สุดเมื่อหลายวันก่อน มาจนถึงบนสุดของเกาะที่มีรูปทรงเหมือนม้าน้ำ ระยะทางราว 100 กิโลเมตร จุดหมายอยู่ที่เกาะซันติอาโก เส้นทางนี้จะผ่านเส้นศูนย์สูตรพอดี แถบนี้เป็นบริเวณร่องน้ำลึกอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งมักพบเห็นวาฬออก้า หรือวาฬเพชรฆาต ซึ่งเป็นโลมาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด รวมทั้งโลมานับร้อยๆ ตัวที่มักว่ายตามเรือเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมากทีเดียว

  เรือเล็กจะนำไปเที่ยวชม Puerto Egas ซึ่งมีหาดทรายสีดำสนิทจากเถ้าถ่านของภูเขาไฟ มีสิงโตทะเลกาลาปากอสนอนเรียงรายบนชายหาด เราจะเดินวนเป็นวงกลม ช่วงแรกเป็นเถ้าภูเขาไฟ และช่วงหลังเป็นหินบะซอลต์จากภูเขาไฟ ทางเดินจะไปถึงชายฝั่งซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด อาทิ สิงโตทะเล อิกัวน่าทะเล ปูขาแซลลี นกกระสา นกฟินช์ดาร์วิน นกกระจิบสีเหลือง เทิร์นสโตน แทตต์เลอร์ และนกพิราบกาลาปากอส 

22.jpg

31 มกราคม 2566  Isla Lobos (San Cristobal) 

  เช้าวันสุดท้ายเราจะเดินทางไปเที่ยวชมเกาะซันกริสโตบัล ที่อยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่เกาะกาลาปากอส มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแปลกตา ณ ที่แห่งนี้คือหนึ่งในที่แรกๆ ของชาร์ลดาร์วินที่ได้มาเยือน เที่ยวชมชายหายขาวอันสวยงาม และพบกับสิงโตทะเลจำนวนมากนอนเรียงรายตามชายหาด ถ่ายภาพคู่กับสิงโตทะเลเป็นครั้งสุดท้ายก่อนอำลาหมู่เกาะที่งดงามและสุดมหัศจรรย์แห่งนี้ จากนั้นเรือจะไปเทียบท่าใกล้ๆ กับสนามบิน

11.00 น. เดินทางไปเช็กอินสนามบินซันกริสโตบัล

13.46 น. ออกเดินทางโดยสายการบิน LATAM Airlines เที่ยวบิน LA1418

18.06 น. เดินทางถึงสนามบินกีโต เช็กอินเข้าพักที่โรงแรม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ

พักที่โรงแรม พักที่โรงแรม Quito Hotel

ICE_2762.jpg
ICE_2696.jpg
bw.png
bw room.jpg

1 กุมภาพันธ์ 2566 คีโต้ - เบลลาวิสต้า

   06.00 น. ออกเดินทางจากโรงแรมโดยรถตู้ มุ่งหน้าสู่ Bellavista Cloud Forest Reserve ซึ่งเป็นเขตป่าสงวนและพื้นที่อนุรักษ์มีพื้นที่ราว 8 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขา Andean รถจะนำท่านเดินทางไปตามถนนชื่อ Calacali – Nanegalito ผ่านภูมิประเทศที่สวยงามตามระดับความสูงบนภูเขาที่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ จนถึงกิโลเมตรที่ 52 จะเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสายเล็กๆ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ถึงเขตอนุรักษ์ บนพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยป่าไม้คล้ายกับป่าเมฆบนดอยอินทนนท์ของบ้านเราเนื่องจากตั้งอยู่บนที่สูงถึง 2,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และมีความชื้นสูงมาก ทำให้ต้นไม้ปกคลุมไปด้วยมอสและเฟิร์น เป็นแหล่งอาศัยของนกจำนวนมาก โดยเฉพาะนกฮัมมิ่งเบิร์ดมีอยู่อย่างชุกชุม เชื่องและถ่ายภาพได้ง่ายๆ ที่โดดเด่นเป็นพิเศษอาทิ lesser violetearbuff-tailed coronetsparkling violeteargorgeted sunangelAndean emeraldpurple-bibbed whitetipspeckled hummingbirdwhite-booted racket-tailviolet-tailed sylph และ purple-throated woodstar รวมทั้งนกที่โดดเด่นดึงดูดให้นักดูนกและนักถ่ายภาพนกจากทั่วโลกเดินทางมาที่นี่ อาทิ  Tanager-finchGiant antpittaSwallow-tailed nightjarPlush-capped finchBeautiful jay, White-faced nunbird, Plate-billed mountain-toucan, Toucan barbet รวมทั้งไฮไลท์ที่น่าสนใจมากคือ Andean cock-of-the-rock

  หลังจากรับประทานอาหารเช้า ณ ที่พักซึ่งตั้งอยู่ใจกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ไกด์จะนำเดินชมนกในเทรลที่เดินง่ายๆ มีทั้งหมด 10 เส้นทาง โดยจะมีเวลาเดินชมนกที่แน่นอนคือ 09:30 และ 15:00 แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจะเลือกถ่ายภาพนกรอบๆ ที่พักก็ได้ 

พักที่ Bellavista Cloud Forest

2 กุมภาพันธ์ 2566 เบลลาวิสต้า

05.00 ออกเดินทางจากที่พักไปยังพื้นที่อนุรักษ์พิเศษของท้องถิ่น ชมนกแสนสวยมากมาย หากโชคดีจะพบกับนกหายากมากชื่อ Cock-of-the- Rock lek ได้เวลาพอสมควรจะกลับมารับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก จากนั้นไกด์จะนำชมนกในเทลอื่นๆ ที่น่าสนใจ สำหรับช่วงบ่ายจะให้อิสระในการเลือกเทรลชมนกและเดินสำรวจด้วยตัวเอง หรือจะเดินตามไกด์ท้องถิ่นก็ได้ในเวลาบ่ายสามโมง

พักที่ Bellavista Cloud Forest


3 กุมภาพันธ์ 2566 เบลลาวิสต้า - กีโต้

  เช้าหลังจากฟ้าเริ่มสว่าง ไกด์จะนำเดินชมนกที่น่าสนใจใกล้ๆ ที่พัก จากนั้นกลับมารับประทานอาหารเช้า และพักผ่อนตามอัธยาศรัย จากนั้นออกไปดูนกกันอีกรอบ 

  หลังอาหารกลางวัน จะเดินทางกลับเมืองกีโต้ แวะเที่ยวชม Middle of the World City ซึ่งเป็นจุดที่เส้นศูนย์สูตรพาดผ่าน แบ่งแยกซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ มีกิจกรรมทดสอบเรื่องราวต่างๆ ที่น่าอัศจรรย์ของเส้นศูนย์สูตร Equator

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ

พักที่โรงแรม Quito Hotel

29.jpg
DSCF9865.jpg

4 กุมภาพันธ์ 2566  กีโต้ 

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปชมวิวเมืองกีโต้จากมุมสูงด้วยเคเบิลคาร์ มองเห็นยอดเขามากกว่า 14 แห่งของเทือกเขาแอนดีสที่เรียกว่า Volcanoes Avenue Teleferico สูงถึง 4,050 เมตรบนยอดเขาครูซโลมา จากนั้นไปชม Basílica del Voto Nacional มหาวิหารแห่งคำปฏิญาณแห่งชาติ เป็นโบสถ์นิกายโรมันคาธอลิกที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของกีโต นับเป็นมหาวิหารนีโอกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ในทางเทคนิคแล้ว มหาวิหารยังคง "ยังไม่เสร็จ"" ตามตำนานท้องถิ่นกล่าวว่าเมื่อมหาวิหารสร้างเสร็จแล้ว จุดจบของโลกจะมาถึง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน

15.00 เช็กอินสนามบินคีโต

17.30 ออกเดินทางโดยสายการบิน KLM เที่ยวบิน KL0751 ( ใช้เวลาบิน 14 ชั่วโมง )

5 กุมภาพันธ์ 2566 อัมเตอร์ดัม

13.20 ถึงสนามบินอัมเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

17.30 ออกเดินทางต่อโดยสายการบิน KLM เที่ยวบิน KL0875 ( ใช้เวลาบิน 10.35 ชั่วโมง

6 กุมภาพันธ์ 2566 กรุงเทพฯ

10.05 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ค่าใช้จ่ายท่านละ 440,000 บาท ( ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน Bangkok - Quito )

( รับเพียง 15 ท่านเท่านั้น )

การชำระเงิน :

  • มัดจำเมื่อจองทัวร์ 150,000 บาท

  • ชำระงวดที่สอง 150,000 บาท ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2565

  • ชำระส่วนที่เหลือ 140,000 บาท ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2565

ค่าใช้จ่ายรวม :

  • ค่าที่พักทั้งหมดตามโปรแกรม ( บนเรือและโรงแรม พักห้องละ 2 ท่าน ) 

  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดไปกลับ คีโต้-กาลาปากอส  

  • อาหารทุกมื้อตามรายการ ( ยกเว้นที่ระบุไม่รวมในค่าทริป )

  • ไกด์นำเที่ยวที่หมู่เกาะกาลาปาโกส

  • ทัวร์เมืองกีโต้ตามโปรแกรม

  • ทัวร์ Bellavista Cloud Forest

  • ค่าประกันการเดินทางวงเงิน 3,000,000 บาท

ค่าใช้จ่ายไม่รวม :

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน Bangkok - Quito ประมาณ 85,000 บาท

  • ค่าทิปไกด์และพนักงานบนเรือ

  • ค่าเครื่องดื่มซอฟท์ดริ้งและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดทั้งที่โรงแรมและบนเรือ

  • ค่าธรรมเนียมขึ้นเกาะกาลาปากอส $100 (เงินส่วนนี้นำไปใช้ในการอนุรักษ์เกาะกาลาปากอสให้คงอยู่สืบไป) จ่ายเป็นเงินสดเท่านั้นระหว่างผ่านด่านตรวจการขึ้นเกาะกาลาปาโกส

  • ค่าบัตร Tourist/Migration Card $ 10

  • ค่าวีซ่าเนเธอร์แลนด์

​วีซ่า :

1. เอกวาดอร์ : คนไทยเข้าประเทศเอกวาดอร์ ไม่เกิน 90 วัน ไม่ต้องขอวีซ่า

2.  เนเธอร์แลนด์ ต้องยื่นขอวีซ่าเช็งเก้นด้วยตัวเอง (หากมีวีซ่าเช็งเก้นที่ครอบคลุมถึงวันเดินทางกลับไทย ไม่ต้องขอวีซ่าใหม่)

ของใช้ส่วนตัวและกระเป๋าเดินทาง :

1. กระเป๋าเดินทางโหลดขึ้นเครื่อง 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม

2. กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง หรือกระเป๋ากล้อง 1 ใบ

3. เสื้อผ้าสวมสบาย น้ำหนักเบา สำหรับทริปทั้งหมดตามรายการ

4. เสื้อแจ๊คเก็ตกันลม และกันฝน

5. รองเท้า 2 ชนิด คือ รองเท้าเดินป่า และรองเท้าสำหรับเดินชายหาด

6. หมวกปีกกว้างกันแดด

7. ครีมกันแดด + แว่นกันแดด

8. ของใช้ส่วนตัวอื่นๆ เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ ผ้าเช็ดตัว ฯ

9. ยาประจำตัว

10. กล้องถ่ายภาพ

11. กล้องส่องทางไกลแบบพกพา

สิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือ

1. ห้องนอนเตียงคู่ หรือเตียงเดี่ยว แอร์และห้องน้ำในตัวทุกห้อง พักห้องละ 2 ท่าน

2. ห้องรับประทานอาหาร

3. ห้องนั่งเล่น พักผ่อน ชมวิดีโอ อ่านหนังสือ

4. ดาดฟ้าเรือสำหรับพักผ่อน บาร์ จากุชชี่

5. ปลั๊กสำหรับเสียบสายไฟชาร์จแบตเตอรี่มีทุกห้อง

6. อาหาร ผลไม้ ของว่าง และน้ำดื่มบริการตลอดทริป (ยกเว้นเครื่องดื่มซอฟท์ดริ้งและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชำระแยกแต่ละท่านในวันสุดท้ายก่อนกลับฝั่ง)

ข้อควรทราบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวกาลาปากอส :

1. ต้องเชื่อฟังไกด์นำเที่ยวอย่างเคร่งครัด

2. ห้ามเดินออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้

3. ห้ามเดินเที่ยวโดยลำพังหรือแยกออกจากกลุ่ม

4. ห้ามเข้าใกล้สัตว์ทุกชนิดเกินกว่า 2 เมตร

5. ห้ามให้อาหารสัตว์ทุกชนิด

6. ห้ามทิ้งขยะทุกชนิดบนเกาะ