เบตง 28-30 เมษายน 2564

ขอเชิญร่วมทัวร์ถ่ายภาพเบตง ดินแดนใต้สุดแดนสยาม ทะเลหมอก อัยเยอร์เวง และทะเลหมอกชฆูนุงซีลีปัต สุดยอดทะเลหมอกที่งดงามตระกูลตา เที่ยวชมเมืองเบตงที่เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่หลากหลายอย่างน่าทึ่ง ถ่ายภาพกันสนุกและเต็มอิ่มตลอด 3 วัน 2 คืน นำทริปโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร และทีมงาน

พุธ 28 เมษายน 2564 กรุงเทพฯ - หาดใหญ่ - เบตง - ใต้สุดสยาม - อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์

09.00 น. เช็กอินสนามบินสุวรรณภูมิ 

10.45 น. ออกเดินทางโดยสายการบินไทยสไมล์ เที่ยวบิน WE269

12.10 น. เดินทางถึงสนามบินหาดใหญ่ รับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นเดินทางด้วยรถตู้ปรับอากาศเข้าสู่เมืองเบตง ชมป้ายใต้สุดสยาม กั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย มีเอกลักษณ์ลายเส้นแผนที่ประเทศไทยสีทองโดดเด่นสลักบนป้ายหินอ่อน จุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้หากเดินทางมาเยือนเบตง จากนั้นไปชมตู้ไปรษณีย์ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดโลก ซึ่งสามารถส่งจดหมายได้จริง ตู้ไปรษณีย์มีความพิเศษเพราะด้านบนกมีลำโพงเพื่อใช้กระจายเสียงข่าวสารให้กับชาวบ้าน ไปรษณีย์เป็นเครื่องมือสื่อสารสำคัญในอดีตของเบตง เพราะการติดต่อกับภายนอกทำได้อย่างลำบาก จึงต้องพึ่งพาการส่งจดหมายเป็นหลัก

   ค่ำ ไปชมอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ตั้งอยู่ ณ บริเวณถนนอมรฤทธิ์ตัดกับถนนภักดีดำรงผ่านสวนสาธารณะออกสู่ถนนบริเวณหน้าสวนนก เชื่อมต่อกับถนนมงคลประจักษ์ทะลุไปสู่ชุมชนเมืองใหม่หมู่บ้านแกรนด์วิว ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กมีความยาวตลอดอุโมงค์ ประมาณ 273 เมตร กว้าง 9 เมตร สูง 7 เมตร เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2544 ในยามค่ำคืน อุโมงค์เบตงจะเปิดไฟประดับแสงสีที่สวยงามเหมาะกับการถ่ายภาพเป็นอย่างยิ่ง เป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของการมาเยือนเบตง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำร้านบ้านคุณชาย ชิมอาหารเลิศรสของเบตง อาทิ ไก่สับเบตง ปลานิลสายน้ำไหล  ปลาจีน ผัดผักน้ำ หมี่เบตง 

พักที่โรงแรม Grand Mandarin Betong Hotel

พฤหัสบดี 29 เมษายน 2564  ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง - อุโมงค์ปิยะมิตร - สวนหมื่นบุปผา - บ่อน้ำร้อนเบตง - พิพิธภัณฑ์เมืองเบตง - เบตงสตรีทอาร์ต - ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในโลก - หอนาฬิกาเบตง

  03.30 น. ออกเดินทางจากโรงแรมด้วยรถตู้ แล้วเปลี่ยนรถออฟโรด 4x4 เดินทางไปชมทะเลหมอกที่มีชื่อเรียกว่า ฆูนุงซีลีปัต จากลานจอดรถต้องเดินเท้าขึ้นไป ระยะทางประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นการเดินที่คุ้มค่ามาก เนื่องจากทะเลหมอกฆูนุงซีลีปัต ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง สามารถชมทะเลหมอกสุดอลังการได้แบบ 360 องศา ไม่มีอะไรมาบดบัง ( ทะเลหมอกมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน ) มองเห็นสายหมอกที่คลอเคลียงดงามตามไหล่เขาสลับซับซ้อน มีเพียงไม่กี่แห่งในเมืองไทยที่จะได้เห็นทิวทัศน์แบบนี้ โดยด้านหนึ่งจะเห็นเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งแบ่งกั้นพรมแดนไทย-มาเลเซีย นับเป็นสุดยอดความงามของธรรมชาติแห่งหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว สร้างความประทับใจแบบไม่รู้ลืมให้กับทุกคนที่เดินทางมาเยือน

  จากนั้นเดินทางกลับโรงแรม รับประทานอาหารเช้า แวะชิมเฉาก้วยโบราณแสนอร่อยหนึ่งเดียวในเบตง จากนั้นเดินทางไปชม อุโมงค์ปิยะมิตร เป็นอุโมงค์ดินที่อดีตขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มลายาสร้างขึ้น สำหรับใช้เป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้ทางการเมือง แต่ต่อมาได้กลับมาร่วมพัฒนาชาติไทย อุโมงค์ปิยะมิตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2519 ในปัจจุบันได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในอดีต พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีน อุโมงค์ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร จุคนได้เกือบ 200 คน มีทางเข้าออกทั้งหมด 9 ทาง เชื่อมต่อถึงกันหมด ภายในมีสถานีวิทยุ ห้องนอน ห้องเก็บเสบียง ด้านบนเป็นป่ามีต้นไม้ใหญ่มากมายปกคลุม ยากแก่การค้นหาและถูกค้นพบโดยทหารฝ่ายรัฐบาล  ภายในอุโมงค์มีการติดตั้งไฟฟ้าตลอดแนว อากาศภายในถ่ายเทดีมาก เย็นสบายกว้างขวาง ไม่อึดอัด ตลอดอุโมงค์จะพบเห็นร่องรอยของการดำเนินชีวิตที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เช่น ห้องนอนที่มีเตียงดิน ก่อติดกับผนัง อุปกรณ์ในการสู้รบ และเครื่องไม้เครื่องมือในการเดินป่า รวมทั้งห้องบัญชาการรบ และยังมีต้นไทรพันปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการเที่ยวอุโมงค์ปิยะมิตร ต้นไทรสวยงามขนาดใหญ่ มีโพรงที่สามารถเดินทะลุผ่านต้นไทรได้

  จากนั้นเดินทางไปชมสวนหมื่นบุปผา หรือ สวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวในภาคใต้ เนื่องจากเบตงมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ด้วยสภาพภูมิประเทศที่อยู่สูงจากระดับทะเลราว 800 เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี สวนดอกไม้นี้อยู่ท่ามกลางภูเขา ในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ มีดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง ถ่ายภาพกันได้อย่างเพลิดเพลิน

  จุดหมายต่อไปคือ บ่อน้ำร้อนเบตง ทดลองนั่งแช่น้ำร้อนในบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ โดยจะมีน้ำร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย ตรงจุดที่มีน้ำเดือดสามารถต้มไข่ไก่ได้จนสุกภายใน 10 นาที 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน

  บ่าย ชมพิพิธภัณฑ์เมืองเบตง เก็บรวบรวมสิ่งของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยเก่า บริเวณชั้น 3 ยังเป็นหอคอยชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองเบตงทั้งเมืองอย่างสวยงาม จากนั้นไปชมวัดพุทธาธิวาส วัดสวยใจกลางเมืองเบตง โดยองค์เจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขา มีบรรยากาศร่มรื่นทัศนียภาพงดงาม มองเห็นภูเขาที่รายล้อมเมืองเบตงอยู่เบื้องหน้า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนนิยมมาสักการะบูชา 3 สิ่งคือ พระมหาธาตุเจดีย์ พระพุทธธรรมประกาศ พระพุทธธรรมกายมงคลปยุรเกศานนท์สุพพิธาน และวิหารหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด 

  จากนั้นไปถ่ายภาพกันต่อที่สตรีทอาร์ต เป็นภาพวาดบนกำแพงที่สวยงาม โดดเด่น และหลากหลายมาก อาทิ ภาพกบภูเขากำลังกินป๊อบคอร์น ตู้ไปรษณีย์สีแดง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองเบตง ชมตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในโลก และหอนาฬิกาเบตง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำร้านต้าเหยิน ร้านอาหารขึ้นชื่อของเบตง เมนูเป็นอาหารจีน อาทิ ผัดถั๋วเจี๋ยน ผัดหมี่เบตง ปลาจีนนึ่งซีอิ๋ว หมูสามชั้นต้มกับเผือก ซุปปูใส่หมูสับ 

พักที่โรงแรม Grand Mandarin Betong Hotel

ศุกร์ 30 เมษายน 2564 ทะเลหมอกฆูนุงซีลีปัต - สะพานฮาลาบาลา - จุดชมวิวเขาคอหงส์

  04.30 น. ล้อหมุนเดินทางไปชมทะเลหมอกอันโด่งดัง ณ จุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ตั้งอยู่ที่ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยอดฮิตของเบตงที่เดินทางสะดวกสบาย และมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี ( ทะเลหมอกมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน ) อยู่ห่างจากตัวอำเภอเบตง ประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นทะเลหมอกที่กว้างใหญ่และสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย สัมผัสอากาศแสนบริสุทธิ์ในยามเช้า ถ่ายภาพกันอย่างเต็มอิ่ม จากนั้นกลับโรงแรมรับประทานอาหารเช้า

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เก็บสัมภาระเช็กเอ้าท์ เดินทางไปเที่ยวต่อกันที่สะพานข้ามทะเลสาบป่าฮาลาบาลา แวะชม วัดช้างให้ ปัตตานี ตั้งอยู่ที่อำเภอโคกโพธิ์ ถือว่าเป็นวัดต้นตำรับของหลวงปู่ทวด เพราะท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดและอัฐิของท่านก็ถูกบรรจุไว้ที่วัดแห่งนี้ วัดช้างให้จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อและเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของจังหวัด ด้านหน้าวัดเป็นที่ตั้งของสถูปหรือมณฑปบรรจุอัฐิหลวงพ่อทวด ชาวบ้านเรียกว่า “เขื่อนหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” หรือ “เขื่อนท่านเหยียบน้ำทะเลจืด” (คำว่าเขื่อนเป็นภาษาพื้นเมืองทางภาคใต้ หมายถึงสถูปที่บรรจุอัฐิของผู้มีบุญ) ซึ่งสถูปแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง มีผู้คนไปกราบไหว้บนบานอย่างไม่ขาดสาย ใครเจ็บไข้ได้ป่วยหรือวัตถุสิ่งของถูกขโมย หรือสูญหายก็พากันไปบนบาน ณ ที่สถูปแห่งนี้ เมื่อเดินเข้ามาภายในบริเวณวัดจะพบกับซุ้มประตูทางเข้าโดดเด่นสวยงาม ภายในวัดเป็นที่ตั้งของ วิหารหลวงพ่อทวด อุโบสถและตรงกลางเป็นเจดีย์สูงนั้นคือ วิหารพระครูวิสัยโสภณ หรือจะเรียกว่าวิหารยอดก็ได้ เป็นสถาปัตยกรรมแบบอาคารทรงไทยประยุกต์ ฐานบนของวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ทรงลังกาองค์ใหญ่และเจดีย์บริวาร
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในตัวเมืองยะลา
  บ่าย เที่ยวจุดชมวิวเขาคอหงส์ มองเห็นวิวเมืองหาดใหญ่จากมุมสูง กราบไหว้ขอพรจากพระพุทธมงคลมหาราช พระพุทธรูปปางค์ห้ามญาติองค์ใหญ่หันหน้าออกสู่เมืองหาดใหญ่ มองเห็นตัวเมืองและทะเลสาบสงขลาที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างชัดเจน 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในตัวเมืองหาดใหญ่

19.00 น. เดินทางไปสนามบิน เช็กอินสายการบินไทยสไมล์

21.05 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน WE268

22.35 น. เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภุมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมภาพประทับใจ 

ค่าทัวร์ ท่านละ 9,800 บาท ( ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน )

ค่าทัวร์รวม

ค่าที่พัก 2 คืนตามโปรแกรม

ค่าอาหาร 7 มื้อ นับตั้งแต่มื้อเช้า วันที่ 26 มีนาคม ถึงมื้อกลางวันวันที่ 28 มีนาคม 2564 

ค่ารถตู้ปรับอากาศนำเที่ยวตามโปรแกรม

ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามโปรแกรม

ค่าประกันอุบัติเหตุ 

ค่าใช้จ่ายไม่รวม

ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ

ไม่รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวและอื่นๆ ที่ไม่ระบุในโปรแกรม

ไม่รวมค่าทิปคนขับรถและทีมงาน

หลังจากจองทัวร์แล้ว กรุณาจองตั๋วเครื่องบินดังนี้

เที่ยวไป 

พุธ 28 เมษายน 2564 Thai Smile WE269

10.45 น. กรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ

12.10 น. หาดใหญ่

เที่ยวกลับ

ศุกร์ 30 เมษายน 2564 Thai Smile WE268

21.05 น. หาดใหญ่

22.35 น. กรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ

*** หากต้องการไปรอพบคณะที่สนามบินหาดใหญ่ กรุณาระบุให้ชัดเจนในแบบฟอร์มจองทัวร์

กระเป๋าเดินทาง

ขนาดไม่เกิน 25 นิ้ว น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม

 

สภาพอากาศโดยประมาณ

กลางวัน 32 องศา กลางคืน 20 องศา

 

ที่พัก ( พัก 2 คืน )

Grand Mandarin Betong Hotel

  • ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line  คลิกที่นี่

  • ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com

30 ถนนอุดมสุข แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250  

sale@thailand-photo-tours.com

© 2020 by Thailand Photo Tours