ทริปถ่ายภาพดอยอินทนนท์ - แม่ฮ่องสอน
4-11 สิงหาคม 2564 ( 8 วัน 7 คืน ) ว่าง 6 ที่

ขอเชิญร่วมเดินทางสู่จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนในฤดูฝน ชมธรรมชาติเขียวชอุ่ม งดงามด้วยนาข้าวขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง ชมป่าเมฆบนยอดสูงสุดแดนสยาม ดอยอินทนนท์ เที่ยวน้ำตกที่เต็มไปด้วยสายน้ำในช่วงเวลาดีที่สุด บันทึกภาพทางช้างเผือกอันน่าอัศจรรย์ เยือนแม่ฮ่องสอน ดินแดนแห่งเมืองสามหมอก เที่ยววัดจองคำ-วัดจองกลาง บ้านผาบ่อง สะพานซูตองเป้ ถ้ำลอดปางมะผ้า เที่ยวเมืองปาย ปิดทริปที่หมู่บ้านแม่กำปองอันลือชื่อ รับสมาชิกเพียง 14 ท่าน นำทริปโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร และทีมงาน จองด่วนก่อนเต็ม

d3.jpg
IMGP7680.jpg
9882206_1_orig.jpg

4 สิงหาคม 2564 กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ผาช่อ น้ำตกแม่ยะ

07.30 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เค้าท์เตอร์ D สายการบินไทยสไมล์

09.25 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน WE104 

10.35 เดินทางถึงสนามบินเชียงใหม่ ออกเดินทางต่อด้วยรถตู้ จุดหมายแรกของเช้าวันนี้คือ ผาช่อ ตั้งอยู่ในอำเภอดอยหล่อ ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของ ลมฝนจนทำให้แผ่นดินที่เชื่อกันว่าเมื่อหลายร้อยปี หรือพันปีก่อนบริเวณแห่งนี้เคยเป็นทางเดินของแม่น้ำปิง ซึ่งสังเกตได้จากก้อนกรวดหินกลมมนกระจัดกระจายอยู่ในเนื้อดินจำนวนมาก จนกระทั่งแม่น้ำปิงได้เปลี่ยนสายย้ายทิศไหลผ่านไปที่อื่น บริเวณนี้ได้ถูก ยกตัวเป็นเนินเขาสูงตะกอนแม่น้ำปิงก่อตัวทับถมกันเป็นชั้นๆ ผ่านกลายเวลาและถูกกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาและเสาดินที่มีรูปร่างแปลกตาคล้ายกับที่แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ หรือละลุในจังหวัดสระแก้ว มีทั้งกำแพงและเสาหินขนาดใหญ่ลวดลายแปลกตา สูงราว 30 เมตร ด้วยลักษณะทางธรรมชาติที่แปลกตาคล้ายกับแกรนด์แคนยอน จึงทำให้ ผาช่อ ได้รับสมญานามว่า แกรนด์แคนยอนเมืองไทย 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านครัวเฟื่องฟ้า อำเภอจอมทอง

   บ่าย เดินทางสู่น้ำตกแม่ยะ อยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำห้วยแม่ยะ ไหลลดหลั่นลงมาถึง 30 ชั้น รวมความสูงประมาณ 260 เมตร เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในช่วงฤดูฝนเดือนสิงหาคม สายน้ำตกจะแผ่กว้างถึง 100 เมตร นับเป็นน้ำตกชั้นเดียวที่กว้างที่สุดในเมืองไทย  

   เย็นเดินทางเช็กอินเข้าที่พัก และรับประทานอาหารค่ำ

พักที่ดอยอินวิว รีสอร์ท ( บ้านพัก หลังละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัว )

C91U9274.jpg
223.png
C91U9661.jpg

5 สิงหาคม 2564 น้ำตกวชิรธาร นาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่รีสอร์ท

จากนั้นเดินทางไปชมน้ำตกวชิรธาร มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า น้ำตกตาดฆ้องโยง เกิดจากลำห้วยแม่กลาง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 80 เมตร สายน้ำไหลตกจากหน้าผาลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ในยามที่แสงอาทิตย์ส่องกระทบละอองน้ำจะปรากฏสายรุ้งงดงามขึ้นเหนือธารน้ำ ตรงข้ามมีหน้าผาสูงชัน เรียกว่า ผามอแก้ว หรือภายหลังเรียกว่า ผาแว่นแก้ว

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารโครงการหลวงดอยอินทนนท์

  บ่ายเดินทางไปเที่ยวชมนาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนาขั้นบันไดที่งดงามที่สุดในเมืองไทย ชาวบ้านจะเริ่มปลูกข้าวในเดือนกรกฎาคม และจะเขียวชอุ่มอย่างสวยงามในเดือนสิงหาคม แนวนาข้าวโค้งเว้าไปตามไหล่เขางดงามมากทีเดียว มีมุมสวยๆ ให้ค้นหาและบันทึกภาพมากมาย 

  ในช่วงกลางคืนหากโชคดีท้องฟ้าเปิด จะได้ชมและถ่ายภาพทางช้างเผือกอันสวยงาม

พักที่ดอยหมอกตะวัน ( บ้านพัก หลังละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัว )

3174287_1_orig.jpg
DJI_0952.jpg
7132692_1_orig.jpg
C91U8436.jpg
untitled-9_orig.jpg

6 สิงหาคม 2564 ยอดดอยอินทนนท์ อ่างกาหลวง สวนดอกไม้โครงการหลวง พระมหาธาตุนภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริ

เช้าออกเดินทางสู่ยอดดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดของประเทศไทย เดิมมีชื่อว่า "ดอยหลวง" หรือ "ดอยหลวงอ่างกา" ชื่อของ ดอยอินทนนท์ เป็นชื่อของกษัตริย์พระนามว่าพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ทรงเป็นผู้ที่ห่วงใยในป่าทางภาคเหนือและพยายามรักษาไว้ ภายหลังเสด็จพิราลัย พระอัฐิส่วนหนึ่งได้เชิญไปประดิษฐาน ณ พระสถูปบนยอดดอยหลวง และเปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นเกียรติ 

  โปรแกรมเช้าวันนี้จะเดินเที่ยวในเส้นทาง อ่างกาหลวง แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันชวนหลงไหลของป่าดงดิบเขา ระยะทางประมาณ 360 เมตร ทางเดินเป็นสะพานไม้เพื่อป้องกันมิให้เหยียบย่ำธรรมชาติอันเปราะบางเสียหาย บรรยากาศในอ่างกาหลวงปกคลุมด้วยเมฆที่ลอยพัดผ่านเข้ามาตลอดเวลาอากาศจึงชื้นเต็มไปด้วยละอองน้ำ ทำให้ต้นไม้ใหญ่ในป่าดงดิบเขามีมอสและเฟินขึ้นหุ้มเต็มต้นจนแลดูราวกับป่าในยุคดึกดำบรรพ์ ที่นี่มีนกกินปลีหางยาวเขียว เป็นนกขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงามและพบเฉพาะบนยอดดอยแห่งนี้เท่านั้น นอกจากนี้ในอ่างกาหลวงยังมีแหล่งน้ำจืดที่อยู่สูงที่สุดของประเทศไทยอีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารโครงการหลวง

   บ่าย เที่ยวชมสวนดอกไม้โครงการหลวง มีแปลงดอกไม้นานาชนิดที่จัดแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม จากนั้นไปเที่ยวชมพระมหาธาตุนภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริ เป็นองค์พระธาตุที่สร้างอยู่คู่กัน โดยพระมหาธาตุนภเมทนีดล ได้สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2530 และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ได้สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2535 เรียกได้ว่าเป็น พระมหาธาตุคู่พระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชินี 

   พระมหาธาตุนภเมทนีดล มีความหมายว่า “พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุที่ยิ่งใหญ่เพียงฟ้าจดดิน” ถือเป็นพระมหาสถูปเจดีย์องค์แรกที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินที่สูงที่สุดในประเทศไทย องค์พระมหาสถูปเจดีย์เป็นสีน้ำตาล มีสัณฐานทรงระฆัง 8 เหลี่ยม และมีลวดลายแบ่งออกเป็น 3 ช่วง แทนพระบารมี 3 ขั้นตอนที่พระพุทธเจ้าได้ทรงบำเพ็ญ อันประกอบด้วย บารมีขั้นแรก 10 ขั้น อุปบารมี 10 ขั้น และปรมัตถบารมี 10 ขั้น รวมเป็น บารมี 30 ทัศ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานพร พร้อมด้วยสวนดอกไม้หน้าพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

   เย็น ถ่ายภาพแสงสีพระอาทิตย์ตกอันงดงามที่จุดชมวิว หากโชคดีท้องฟ้าเปิดในค่ำคืนนี้จะได้ชมและถ่ายภาพทางช้างเผือก ซึ่งเดือนสิงหาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีมากสำหรับการถ่ายภาพทางช้างเผือก

พักที่ดอยหมอกตะวัน ( บ้านพัก หลังละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัว )

din-4640_orig.jpg
224.png
C91U8649.jpg
C91U8496.jpg
d1.jpg

7 สิงหาคม 2564 นาขั้นบันไดแม่กลางหลวง น้ำตกรักจัง ป่าเฟิร์น

หลังอาหารเช้าเดินทางไปเที่ยวนาขั้นบันไดแม่กลางหลวง เป็นสถานที่ปลูกข้าวนาขั้นบันไดที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง มีมุมสวยๆ ให้บันทึกภาพมากมาย จากที่นี่จะเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมงไปยังน้ำตกผาดอกเสี้ยว หรือน้ำตกรักจัง ซึ่งเคยโด่งดังมากจากภายนตร์ชื่อ รักจัง น้ำตกมีหลายชั้น แต่ที่สวยงามมากที่สุดคือน้ำตกรักจัง ชั้นท่ี่ 7

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารโครงการหลวง

น้ำตกผาดอกเสี้ยว (น้ำตกรักจัง) https://th.readme.me/p/9870

   บ่ายไปเที่ยวชมน้ำตกสิริธาร เดิมน้ำตกแห่งนี้มีชื่อว่า "น้ำตกป่าคา" ซึ่งเป็นน้ำตกที่ไหลมาจากลำน้ำแม่กลาง บริเวณเทือกเขาดอยอินทนนท์ และไหลลงสู่น้ำแม่ปิงที่อำเภอจอมทอง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2545 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาทอดพระเนตร ทรงพระราชทานนามน้ำตกว่า "น้ำตกสิริธาร" เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากผาหินขนาดใหญ่มีความสูงของน้ำตกประมาณ 50 เมตรจากฐานไหลลดหลั่นกันลงมาเป็น 2 ชั้นต่อกันอย่างสวยงาม

   เย็นเดินทางไปชมป่าเฟิร์นในเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกสิริภูมิ เป็นพื้นที่รวบรวมเฟิร์นกว่า 50 สกุล 140 ชนิด อาทิ “กูดต้น” (Tree Fern) เป็นเฟิร์นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่กระจายอยู่ตามป่าเขตร้อนมักพบได้ในป่าดิบที่มีความชื้นสูง “เฟิร์นก้านดำ” ที่ชอบความชื้นค่อนข้างสูงสามารถพบได้ในทางภาคเหนือของประเทศไทย สามารถใช้ทำยารักษาอาการไอ ลดไข้ได้ และ “เฟิร์นรัศมีโชติ” เฟิร์นลูกผสมพันธุ์ใหม่ที่เกิดจากฝีมือของคนไทย

  ช่วงค่ำ หากโชคดีท้องฟ้าเปิดจะได้ชมและถ่ายภาพทางช้างเผือกอีกครั้งหนึ่ง

พักที่ดอยหมอกตะวัน ( บ้านพัก หลังละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัว )

C91U9607.jpg
DSCF0166.jpg
untitled-12_orig.jpg
Doikongmu.jpg
mhs025-2_orig.jpg

8 สิงหาคม 2564 แม่แจ่ม แม่ฮ่องสอน บ้านผาบ่อง วัดจองคำ-จองกลาง

หลังอาหารเช้า ออกเดินทางไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยใช้เส้นทางดอยอินทนนท์-แม่แจ่ม ในอำเภอแม่แจ่มถือได้ว่าเป็นชุมชนหนึ่งที่มีการทอผ้าซิ่นตีนจกกันมากที่สุด ผ้าทอของแม่แจ่มมีเอกลักษณ์ในการท่อหรือจกในลักษณะการคว่ำลาย ทำให้ลวดลายที่ได้สวยงาม ปราณีตเฉพาะแบบไม่เหมือนใคร ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มยังถือเป็นศิลปหัตถกรรมท้องถิ่นล้านนาที่สืบทอดเป็นมรดกทางวิถีชีวิตและวัฒนธรรม 
  ระหว่างทางแวะชมนาขั้นบันไดบ้านกองกาน อยู่ด้านเหนือของเมืองแม่แจ่ม เป็นนาข้าวขั้นบันไดที่งดงามมากอีกแห่งหนึ่ง จะเห็นทุ่งนาเขียวชอุ่มเฉพาะเดือนสิงหาคมถึงกันยายนเท่านั้น

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่อำเภอขุนยวม

  จากนั้นเดินทางต่อ แวะเที่ยวชมสะพานข้าว ๙ ก้าวเพื่อสุข อยู่ที่บ้านผาบ่อง เป็นชุมชนเล็กๆ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประเพณีและวัฒนธรรมของชนเผ่า ซึ่งส่วนใหญ่คือ ชาวไตหรือไทใหญ่และชาวปกาเกอะญอ ซึ่งอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวมานานนับร้อยปี เดินชมและถ่ายภาพกันที่สะพานไม้ไผ่ทอดยาวกลางทุ่งข้าวเขียวขจีโอบล้อมไปด้วยขุนเขา บรรยากาศแสนบริสุทธิ์และมีความเป็นธรรมชาติมากทีเดียว

  เย็นเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เที่ยวชมวัดจองคำ-จองกลาง เปรียบเสมือนวัดแฝด ด้วยตั้งอยู่ในกำแพงเดียวกัน เมื่อมองจากด้านหน้า วัดจองคำ จะอยู่ด้านซ้ายมือ ส่วนวัดจองกลางจะอยู่ทาง ขวามือ วัดจองคำและวัดจองกลางตั้งอยู่กลางเมืองแม่ฮ่องสอน และ เป็นเสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองไทใหญ่แห่งนี้ เพราะนอกจากความงดงามทางศิลปะแล้ว วัดทั้งสองยังเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางวัฒนธรรม และประเพณีของชาวแม่ฮ่องสอน

พักโรงแรมอิมพีเรียลแม่ฮ่องสอน

MHS_0248.jpg
MHS013.jpg
d4.jpg

9 สิงหาคม 2564 สะพานซูตองเป้ พระธาตุดอยกองมู ถ้ำลอดปางมะผ้า วัดพระธาตุแม่เย็น

  เช้าวันนี้ตื่นเช้าเป็นพิเศษ เดินทางไปเที่ยวชม สะพานซูตองเป้ ตั้งอยู่ที่บ้านกุงไม้สักห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร มีความกว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 500 เมตร ซูตองเป้ เป็นภาษาไทใหญ่แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ หรือบางคนก็บอกว่าแปลว่า ความสำเร็จ ซึ่งมีความเชื่อกันว่า หากได้มายืนอยู่กลางสะพานแล้วอธิษฐานขอความสำเร็จใดๆ ก็จะพบกับความสมหวัง นับว่าเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สะพานซูตองเป้ เป็นสะพานที่เกิดจากความศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านกุงไม้สักที่ต่างก็ช่วยกันลงแรงสานพื้นสะพานด้วยไม้ไผ่ทอดยาวไปบนที่นาของเจ้าของที่อุทิศผืนนาถวาย โดยสร้างเพื่อเชื่อมต่อระหว่างสวนธรรมภูสมะและหมู่บ้านกุงไม้สัก เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านที่อยู่อีกฝั่งได้ใช้สัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น ในช่วงเช้าตรู่ของทุกวัน พระภิกษุสามเณรจะเดินข้ามสะพานแห่งนี้ท่ามกลางนาข้าวเขียวขจี เป็นภาพที่งดงามมากทีเดียว

  จากนั้นกลับโรงแรม รับประทานอาหารเช้า แล้วเดินทางขึ้นไปชมพระธาตุดอยกองมูซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาในตัวเมือง วัดพระธาตุดอยกองมู เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาช้านาน เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดปลายดอยประกอบ ด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย จองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของ พระโมคคัลลานะ เถระ ซึ่งนำมาจากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย พระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก จากวัดพระธาตุดอยกองมูนี้สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน และสวยงามมากวัดนี้มีงานเทศกาลประจำปีหลายงาน เช่น ในวันปีใหม่ วันสงกรานต์ โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน

  บ่ายเดินทางไปถ้ำลอดปางมะผ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญ ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มแม่น้ำปาย มีสถานที่น่าสนใจคือ ถ้ำลอด ซึ่งมีลำห้วยชื่อ น้ำลางไหล ลอดภูเขาไปทะลุออกอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม จากการพบเครื่องมือเครื่องใช้ โบราณในถ้ำสันนิษฐานได้ว่ามีอายุประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว จากปากทางเข้าถ้ำต้องนั่งแพไปประมาณ 300 เมตร ภายในมีธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ “ม่านหินย้อย” หรือที่เรียกกันว่า “หินกากเพชร” มีลักษณะเป็นตะกอนหินปูนคล้ายม่านมีสีขาวสะท้อนแสง นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า “ผลึกแร่แคลไซด์” ก่อเกิดจากน้ำใต้ดินนับพันปี สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในถ้ำแห่งนี้ คือ เสาหินที่ตั้งอยู่ใจกลางถ้ำ มีลักษณะเป็นแท่งเกิดจากหินงอกหินย้อยมาบรรจบกันอย่างสวยงาม มีความสูงประมาณ 21.45 เมตร เปรียบเสมือนเสาหินที่ค้ำเพดานและพื้นถ้ำเอาไว้

  จากนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองปาย เดินทางไปชมวัดพระธาตุแม่เย็น เป็นวัดแก่เก่าคู่เมืองปายมาช้านาน ด้านหลังโบสถ์เป็นที่ตั้งเจดีย์เก่า สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอำเภอปายได้อย่างชัดเจน รอชมแสงสีพระอาทิตย์ตกโดยมีเทือกดอยจิกจ้องเป็นฉากหลังที่งดงาม 

พัก ริมปายคอทเทจ ( บ้านพัก หลังละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัว )

PC160706.jpg
PC160709.jpg

10 สิงหาคม 2564 ปายแคนยอน สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย

  เช้า รับประทานอาหารเช้าที่รีสอร์ท จากนั้นไปเที่ยวชม กองแลน หรือปายแคนยอน อยู่ห่างจากตัวอำเภอปายไปตามเส้นทางสายปาย - แม่มาลัย ประมาณ 7 กม. คำว่ากองแลนมาจากภาษาพื้นเมือง กอง หมายถึง ถนน เส้นทางที่ใช้สัญจร ส่วนแลน หมายถึง ตัวตะกวด (ตัวเงินตัวทอง) พอมารวมกันเป็น กองแลน หมายถึง เส้นทางสัญจรของตะกวดที่แคบและเล็ก กองแลนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการถูกกัดเซาะของลมและฝน จนกลายเป็นทางเส้นเล็กๆบนสันเขา ท่ามกลางภูเขาสลับซับซ้อน และบรรยากาศที่สวยงามคล้ายกับแพะเมืองผีที่จ.แพร่ สามารถเดินสำรวจเส้นทางได้เป็นวงกลม ชมความสวยงามได้โดยรอบแบบ 360 องศา เป็นไฮไลท์ยอดฮิตอันดับต้นๆของคนมาเที่ยวปาย และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องปาย อิน เลิฟ ถึงขนาดมีป้ายมาตั้งเป็นที่ระลึกไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปเล่นแบบเก๋ๆ

  จากนั้นแวะชม สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ตั้งอยู่ริมถนนสาย 1095  บริเวณกิโลเมตรที่ 88 ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองปาย สะพานแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนประตูสู่อำเภอปาย สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทหารประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายและลำเลียงเสบียงและอาวุธเข้าไปยังประเทศพม่า หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง อำเภอปายจึงกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง โดยหลงเหลือไว้เพียงแต่สะพานแห่งนี้ว่า “สะพานประวัติศาสตร์” ในอดีตสะพานแห่งนี้ถูกสร้างด้วยไม้ แต่หลังจบสงครามได้เผาสะพานไม้นี้ทิ้ง และถูกสร้างขึ้นใหม่โดยใช้สะพานเหล็กจากสะพานนวรัฐมาแทนซึ่งเป็น ของเดิมในจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของปายที่ไม่ควรพลาดต้องแวะมาเดินเล่นบนสะพานและถ่ายภาพที่นี่

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ แดนเทวดา

  บ่ายเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ออน เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กอยู่บนเนินเขาท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ ลำธาร และน้ำตกอยู่ในตัวหมู่บ้าน สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี หมู่บ้านแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว ประชากรส่วนใหญ่อพยพมาจากอำเภอดอยสะเก็ด เพื่อเข้ามาทำสวนเมี่ยงเป็นอาชีพ และตั้งบ้านเรือนบริเวณใกล้แม่น้ำลำธาร สมัยก่อนมีดอกไม้ชนิดหนึ่งดอกสีเหลืองแดง ขึ้นอยู่ตามริมลำธารเรียกว่า ดอกกำปอง จึงเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ตามชื่อของดอกไม้รวมกับแม่น้ำเป็นบ้านแม่กำปอง ทั้งหมู่บ้านบรรยากาศดูคล้่ายกับชนบทของประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งมีโฮมสเตย์ที่สร้างและตกแต่งอย่างสวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติกว่า 20 แห่ง ทำให้ได้รับความนิยมสูงมากจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในธรรมชาติ

พักเชียงใหม่ ในคืนนี้จะพักที่บ้านสุพรรณภูมิ 
พักที่บ้านสุพรรณภูมิ แม่กำปอง ( บ้านพักห้องละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัว )

kp1.jpg
kp2.jpg

11 สิงหาคม 2564 เชียงใหม่ - กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  จากนั้นเดินทางไปชม "อุโบสถเงินแห่งแรกของโลก" วัดศรีสุพรรณ ตั้งอยู่บนถนนวัวลาย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดที่มีประวัติการก่อสร้างมาตั้งแต่ครั้งอดีตกว่า 500 ปี ในรัชสมัยของพระเจ้าเมืองแก้ว กษัตริย์เชียงใหม่ราชธานี และพระนางสิริยสวดี พระราชมารดามหาเทวีเจ้า โปรดเกล้าฯ ให้มหาอำมาตย์ชื่อเจ้าหมื่นหลวงจ่าคำ สร้างวัดชื่อว่า “วัดศรีสุพรรณอาราม” ต่อมาเรียกสั้น ๆ ว่า “วัดศรีสุพรรณ” ภายในวัดมีอุโบสถเงินแห่งแรกของโลก ที่ชาวชุมชนร่วมแรงร่วมใจสืบสานเครื่องเงินชุมชนวัวลาย ซึ่งเป็นชุมชนทำหัตถกรรมเครื่องเงินที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน

13.30 เช็กอินสนามบินเชียงใหม่

15.00 ออกเดินทางโดยสายการบินไทยสไมล์ เที่ยวบิน WE111

16.10 เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมภาพประทับใจ

R11769.jpg

สภาพอากาศ (บางวันอาจจะมีฝนตก ควรเตรียมเสื้อกันฝนให้พร้อม)

ดอยอินทนนท์ 10-15 องศา ( ยอดดอยอากาศหนาว )

แม่ฮ่องสอน/ปาย 26-30 องศา

แม่กำปอง 20-27 องศา

รับสมาชิก 14 ท่าน

 

ค่าใช้จ่าย ท่านละ 22,000 บาท

ค่าใช้จ่ายรวม

ค่าตัวเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-เชียงใหม่
ค่ารถตู้ปรับอากาศ

ค่าที่พัก 7 คืนตามโปรแกรม

ค่าอาหารทุกมื้อตามโปรแกรม

ค่าประกันอุบัติเหตุ

 

ค่าใช้จ่ายไม่รวม

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในโปรแกรม

ตารางบิน

สายการบิน ไทยสไมล์

4 สิงหาคม 2564 เที่ยวบิน WE104 09.25-10.35 กรุงเทพฯ-เชียงใหม่

11 สิงหาคม 2564 เที่ยวบิน WE111 15.00-16.10 เชียงใหม่-กรุงเทพฯ