• ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line  คลิกที่นี่

  • ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com

  • โทร 02 399 5460 จ-ศ 09.30-18.00

30 ถนนอุดมสุข แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 โทร 0-2399-5460 แฟกซ์ 0-2398-2573  

sale@thailand-photo-tours.com

© 2019 by Thailand Photo Tours

ครั้งหนึ่งในชีวิต ทัวร์ล่าแสงเหนือ

ไอซ์แลนด์ 14 วัน ( ดูแสงเหนือ 11 คืน )

การจองทัวร์ แสดงว่าท่านได้อ่านโปรแกรมทัวร์ ราคา และ เงื่อนไขต่างๆ ครบถ้วนแล้ว

  • ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line คลิกที่นี่

  • ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com

( ทัวร์ล่าแสงเหนือไอซ์แลนด์ของเรา ทุกกรุ๊ปที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2014 - ตุลาคม 2019 เห็นแสงเหนือ 100% ทุกกรุ๊ป )

เดินทางกลุ่มเล็ก รับสมาชิก 14 ท่าน
ก่อนจองทัวร์ ล่าแสงเหนือไอซ์แลนด์ อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่า ได้ดูแสงเหนือกี่คืน เนื่องจากแสงเหนือไม่ว่าที่ใดก็ตาม หากมีเวลาน้อย โอกาสเห็นแสงเหนือจะน้อยลง หรือไม่เห็นเลยก็เป็นได้ เนื่องจากสภาพอากาศปิด หรือระดับความแสงของแสงเหนือต่ำ ทริปล่าแสงเหนือไอซ์แลนด์ของเรา มีเวลาชมแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์นานมากที่สุดถึง 11 คืน และนำทริปโดยผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการนำชมแสงเหนือมาแล้วมากมายทั้งไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ อะลาสก้า และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้ทุกทริปที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ตุลาคม 2563 ประสบความสำเร็จเห็นแสงเหนือ 100% ทุกกรุ๊ป 

เรามีทีมงานถ่ายภาพท่านคู่กับแสงเหนือและวิวสุดอลังการของไอซ์แลนด์ หากสนใจการถ่ายภาพ รับคำแนะนำการถ่ายภาพทุกรูปแบบได้จากอาจารย์ ประสิททธิ์ จันเสรีกร ช่างภาพมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 30 ปี พร้อมรับโฟโต้บุ๊ค รวมภาพประทับใจหลังจบทริปเป็นที่ระลึกหนา 100 หน้า ท่านละ 1 เล่มฟรี

กำหนดวันเดินทาง ปี 2019 :

  • 20 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2662 ( 14 วัน 11 คืน ) , กรุ๊ปนี้มีกิจกรรมพิเศษ Snowmobil , (เต็ม)

  • 1-14 พฤศจิกายน 2562 ( 14 วัน 11 คืน ) ดูแสงเหนือ 11 คืน , กรุ๊ปนี้มีเข้าถ้ำน้ำแข็ง Ice Cave , (เต็ม)

กำหนดวันเดินทาง ปี 2020 :

  • 1-14 มีนาคม 2563 ( 14 วัน 11 คืน ), ดูแสงเหนือ 11 คืน , กรุ๊ปนี้มีเข้าถ้ำน้ำแข็ง Ice Cave ( ว่าง 8 ที่ ) จองทัวร์นี้

  • 13-26 มีนาคม 2563 ( 14 วัน 11 คืน ), ดูแสงเหนือ 11 คืน , กรุ๊ปนี้มีเข้าถ้ำน้ำแข็ง Ice Cave ( ว่าง 12 ที่ ) จองทัวร์นี้

  • 11-24 ตุลาคม 2563 ( 14 วัน 11 คืน ), ดูแสงเหนือ 11 คืน , กรุ๊ปนี้มีขี่สโนว์โมบิล  จองทัวร์นี้

  • 2-15 พฤศจิกายน 2563 ไอซ์แลนด์ ล่าแสงเหนือ กรุ๊ปนี้มีเข้าถ้ำน้ำแข็ง Ice Cave  จองทัวร์นี้

โปรดทราบ :

  • สำหรับกรุ๊ปเดินทางปี 2562

  1. กรุ๊ปเดินทาง 20 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2562 เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิพร้อมหัวหน้าทัวร์ ขากลับทีมงานส่งขึ้นเครื่องที่สนามบินเรคยาวิก ไอซ์แลนด์

  2. กรุ๊ปเดินทาง 1-14 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเช็กอินส่งขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ  โดยมีทีมงานรอรับที่สนามบินเรคยาวิก ไอซ์แลนด์ และเดินทางกลับพร้อมหัวหน้าคณะและทีมงาน
     

  • สำหรับกรุ๊ปเดินทางปี 2563

  1. กรุ๊ปเดินทาง 1-14 มีนาคม 2563 เดินทางจากกรุงเทพฯ พร้อมหัวหน้าคณะและทีมงาน ขากลับทีมงานส่งขึ้นเครื่องที่สนามบินเรคยาวิก ไอซ์แลนด์

  2. กรุ๊ปเดินทาง 13-26 มีนาคม 2563 ทีมงานส่งขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเดินทางกลับจากไอซ์แลนด์พร้อมหัวหน้าคณะและทีมงาน
     

ค่าใช้จ่าย : ท่านละ 160,000 บาท ( โปรดอ่านรายละเอียดรายการที่ไม่รวมในค่าทริป ), กรณีซื้อตั๋วการบินไทยเอง กรุงเทพฯ - ออสโล ลดท่านละ 28,000 บาท, กรณีมีวีซ่าแล้ว ลดค่าวีซ่าไอซ์แลนด์ 2,000 บาท

พักเดี่ยว : เพิ่มท่านละ 30,000 บาท

การจองทริป : โอนมัดจำ 50,000 บาท

งวดที่สอง ชำระส่วนที่เหลือภายใน 60 ก่อนวันเดินทาง

จองทัวร์ คลิกที่นี่


การยกเลิกทริป : 

ยกเลิกก่อนเดินทาง 90 วัน หักเฉพาะค่าใช้จ่ายบางส่วนของตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศและในประเทศ เฉพาะที่ไม่สามารถขอคืนเงินได้

ยกเลิก 30-59 วัน หักค่าใช้จ่าย 25% ของค่าทัวร์
ยกเลิก 15-29 วัน หักค่าใช้จ่าย 50% ของค่าทัวร์
ยกเลิกน้อยกว่า 15 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

อายุผู้ร่วมเดินทาง : 18 ปีขึ้นไป สุขภาพแข็งแรง สามารถเดินเที่ยวได้ตามปกติ  
สภาพอากาศ : ไอซ์แลนด์มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูหนาวอากาศจะหนาวถึงหนาวจัด กลางวันไม่เกิน 10 องศา, กลางคืนต่ำสุด 0 ถึง -10 องศา ลมแรงเป็นครั้งคราว อาจมีฝนตกหรือหิมะตกในบางวัน
กิจกรรม : ชมแสงเหนือ , ทิวทัศน์ที่งดงามทางภาคตะวันตกและภาคใต้ของไอซ์แลนด์ , เที่ยวเมืองหลวงเรคยาวิก , ชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ , แช่น้ำแร่ร้อนบลูลากูน, กลาเซียร์วอร์ค เดินบนธารน้ำแข็ง , สโนว์โมบิลหรือถ้ำน้ำแข็ง
โอกาสเห็นแสงเหนือ : 99% ทริปนี้มีเวลาดูแสงเหนือมากถึง 11 คืน ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือมากกว่าทัวร์ไอซ์แลนด์ทั่วๆ ไป และช่วงเวลาที่เดินทางทุกกรุ๊ป เราเลือกจุดชมแสงเหนือดีที่สุดสำหรับการชมแสงเหนือในทุกคืน เพื่อให้ประสบความสำเร็จมากที่สุด หากที่โรงแรมท้องฟ้าปิด และมีสถานที่อื่นท้องฟ้าเปิดและแสงเหนือมีกำลังแรงพอ จะออกตามล่าแสงเหนือในทุกคืน ( ทริปล่าแสงเหนือที่ผ่านมา 2014-2019 ประสบความสำเร็จเห็นแสงเหนือ 100% ทุกกรุ๊ป )
อาหาร : ค่าทริปรวมเฉพาะอาหารเช้าที่โรงแรม ( กลางวันและค่ำ ทีมงานจะนำไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารระหว่างทาง หรือที่โรงแรม โดยแต่ละท่านชำระค่าอาหารเอง หรือจะนำอาหารจากเมืองไทยไปทานก็ได้ )
ที่พัก : โรงแรมมาตรฐาน มีห้องน้ำในตัวทุกแห่ง พร้อมอาหารเช้า พักห้องละ 2 ท่าน ( หากต้องการพักห้อง 3 ท่าน แบบ 3 เตียง กรุณาแจ้งให้ทราบในวันจองทัวร์ )
พาหนะการเดินทาง : รถมินิบัส จอดถ่ายภาพได้ทุกพื้นที่ ( รถบัสใหญ่จอดถ่ายภาพวิวระหว่างทางไม่ได้ )
หัวหน้าทัวร์ : อาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร ช่างภาพมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 30 ปี เดินทางทั่วประเทศไอซ์แลนด์มาแล้วกว่า 20 ทริป มีความชำนาญในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไอซ์แลนด์ 

 

โปรดทราบ :
ทริปนี้เดินทางกลุ่มเล็ก โดยใช้รถมินิบัส ผู้นำทริปจะเป็นผู้ขับรถนำเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ตามโปรแกรม ทำให้สะดวกสามารถจอดรถถ่ายภาพวิวได้ทุกสถานที่ เนื่องจากไอซ์แลนด์มีภูมิประเทศ และทิวทัศน์ที่งดงาม แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวนซึ่งเป็นเรื่องปกติของประเทศทางแถบซีกโลกเหนือ และยังสามารถออกไปดูแสงเหนือในช่วงเวลากลางคืนได้ทันทีเมื่อมีแสงเหนือปรากฏให้เห็น สมาชิกทุกท่านต้องเตรียมพร้อมสำหรับการล่าแสงเหนือซึ่งไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนได้ เนื่องจากมีโอกาสเห็นแสงเหนือได้ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงก่อนฟ้าสว่าง หากวันใดดูแสงเหนือช่วงกลางคืนนาน ซึ่งอาจจะล่วงไปถึงหลังเที่ยงคืน โปรแกรมเที่ยวกลางวันก็จะมีการสลับปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่และเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง โดยจะยังคงเที่ยวให้ครบทุกสถานที่ตามระบุในโปรแกรม ยกเว้นเหตุสุดวิสัยอันเนื่องมากจากสภาพอากาศหรือเหตุไม่คาดฝันอื่นๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้    

ค่าใช้จ่ายรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ - ออสโล การบินไทย ชั้นประหยัด ( หากต้องการออกตั๋วเอง กรุณาแจ้งขอส่วนลดในวันจองทริป )

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ออสโล - เรคยาวิก ไอซ์แลนด์แอร์ ชั้นประหยัด

  • ค่าโรงแรมที่พัก 11 คืน ตามโปรแกรม ( โรงแรมมาตรฐาน พักห้องละ 2 ท่าน มีฮีทเตอร์ WiFi และห้องน้ำในตัวทุกแห่ง )

  • ค่าอาหารเช้าที่โรงแรมทุกมื้อ 

  • ค่าขอวีซ่าไอซ์แลนด์ ( ขอวีซ่าก่อนเดินทาง 30-60 วัน ) ผู้ร่วมเดินทางต้องยื่นวีซ่าด้วยตนเองเพื่อสแกนลายนิ้วมือ 

  • ค่าประกันเดินทางคุ้มครองสูงสุด 4,000,000 บาท ( คุ้มครองเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และอื่นๆ ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ )

  • ค่ารถมินิบัสนำเที่ยวตามโปรแกรม

  • ค่าทัวร์กลาเซียร์วอล์ค เดินบนธารน้ำแข็ง 

  • ค่าทัวร์ถ้ำน้ำแข็ง เฉพาะกรุ๊ปเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม ( กรุ๊ปเดือนเมษายน - ตุลาคมจะเปลี่ยนเป็นขี่สโนว์โมบิล )

  • ค่าบัตรท่องเที่ยวและแช่น้ำร้อนที่บลู ลากูน

  • ค่าบัตรชมวิวเรกยาวิกมุมสูงที่โบสถ์ฮัลกริมสเคียร์ค่า

  • ค่าบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งตามที่ระบุในโปรแกรม

  • ค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นการเหมาจ่าย หากท่านยกเลิกโปรแกรมท่องเที่ยวใดๆ จะไม่ได้รับเงินคืน เนื่องจากมีการจ่ายล่วงหน้าไปแล้ว ไม่สามารถรับเงินคืนได้   
     

ค่าใช้จ่ายไม่รวม

1. ค่าอาหารกลางวันและอาหารค่ำ

2. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในโปรแกรม

* เดินทางด้วยรถมินิบัส 17 ที่นั่ง ( รับสมาชิก 14 ท่าน )

 

สัมผัสสุดยอดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ทัวร์ชม แสงเหนือ ออโรร่า ประเทศไอซ์แลนด์ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้ แสงเหนือ เกิดจากพายุสุริยะของดวงอาทิตย์ที่พุ่งตรงมาที่โลก แต่ไม่ได้ทำอันตรายใดๆ เนื่องจากมีสนามแม่เหล็กโลกกั้นอยู่ พายุสุริยะได้ผ่านข้ามไปยังขั้วโลก เหนือและใต้ซึ่งมีสนามแม่เหล็กอ่อนกว่า อนุภาคที่แตกตัวในระดับความสูงราว 70-200 กิโลเมตร ทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือเป็นวงกว้าง โดยใน ช่วงเวลานี้แสงเหนือยังมีกำลังแรง มองเห็นด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน ทั้งสีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม สีแดง สีม่วง และสีฟ้า ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความแรงของ แสงเหนือในแต่ละคืน มีหน่วยวัดเป็น kp ตั้งแต่ kp 0 -9 หลังจากนี้ไปแสงเหนือจะอ่อนกำลังลงไปเรื่อยๆ และคาดว่าจะกลับมาแรงอีกครั้งในอีก 10 ปีข้าง หน้า ไม่อยากรออีก 10 ปี ตัดสินใจเดินทางล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์กับเรา ไม่ผิดหวังแน่นอน

ทริปล่าแสงเหนือของเราเดินทางกลุ่มเล็ก ดูแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์มากถึง 11 คืน ทำให้มีโอกาสแสงเหนือมากกว่าทัวร์แสงเหนือทั่วๆ ไป และในทริปนี้จะ ได้เที่ยวชมสุดยอดทิวทัศน์อันน่ามหัศจรรย์และหลากหลายของไอซ์แลนด์ อาทิ น้ำตกขนาดใหญ่ตระการตา ธารน้ำแข็งโบราณ หาดทรายดำ และ ธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ กิจกรรมเดินบนกลาเซียร์ธารน้ำแข็ง เดินทางค้นหาสถานที่เหมาะสมสำหรับตามล่าและถ่ายภาพแสงเหนือในยามค่ำคืน นำ ทริปโดยช่างภาพมืออาชีพ อาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร ผู้มีประสบการณ์ถ่ายภาพและเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์มาแล้วทั่วประเทศ ในทุกฤดูกาล ( บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว Department of Tourism กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา )

จากการเดินทางเยือนประเทศไอซ์แลนด์ในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ผมได้เดินทางท่องเที่ยวมาแล้วแทบทุกแห่งในประเทศไอซ์แลนด์ รวมแล้วกว่า 300 วัน ณ ดินแดนที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่งดงามตระการตา ไม่เหมือนที่ใดในโลก มั่นใจว่าจะสร้างความประทับใจให้กับทุกๆ ท่านได้อย่างไม่รู้ลืม โดยเฉพาะ ปรากฏการณ์แสงเหนือ ที่ได้เห็นแล้วถ่ายภาพมาแล้วกว่า 100 ครั้ง ในทุกระดับความแรงตั้งแต่อ่อนสุดจนถึงสูงสุด kp9 ประสบการณ์ที่ผ่านมามั่นใจว่า จะสร้างความประทับใจให้กับสมาชิกร่วมเดินทางล่าแสงเหนือกับเรา และจะอยู่ในความทรงจำไปตลอดกาล โดยทุกท่านจะได้ภาพถ่ายของตัวเองคู่กับ แสงเหนืออันน่าอัศจรรย์ และหลังจากจบทริปแล้วจะได้รับโฟโต้บุ๊ค อัลบั้มรวมภาพถ่ายจากไอซ์แลนด์เป็นที่ระลึกฟรี

การขอวีซ่า : ( ขอวีซ่าก่อนเดินทาง 60 วัน )

ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าต้องยื่นคำร้องด้วยตนเอง โดยมีทีมงานอำนวยความสะดวกในวันยื่นวีซ่าทุกขั้นตอน ( ทางสถานฑูตจะสแกนลายนิ้วมือผู้เดินทางทุกท่าน )

เอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่า ประกอบด้วย ( เอกสารที่ต้องจัดเตรียมเอง ข้อ 1 - 7 )

1. หนังสือเดินทางเล่มจริงที่ยังไม่หมดอายุ (ต้องมีอายุที่สามารถใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 6 เดือนจนถึงวันที่เดินทางกลับประเทศไทย)

2. สำเนาหน้าแรกของหนังสือเดินทาง จำนวน 2 แผ่น

3. สำเนาหน้าที่เคยได้รับวีซ่าทุกประเทศ และตราประทับการเข้าออกจากประเทศต่างๆ ทุกหน้า 1 ชุด

4. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป ไม่สวมแว่นตาและต้องเป็นรูปที่มีพื้นหลังสีอ่อน 

5. สเตทเม้นท์เงินฝากจากธนาคาร ย้อนหลังไม่เกิน 6 เดือน ( ออมทรัพย์หรือกระแสรายวันก็ได้ ) ( ถ่ายสำเนาสมุดเงินฝากไม่ได้ ) 
6. หนังสือรับรองการทำงาน ( หากเกษียณแล้วไม่ต้องใช้ ) ในหนังสือมีชื่อบริษัทและที่อยู่ ข้อความในหนังสือระบุชื่อ ตำแหน่ง และเงินเดือน ระบุวันลางาน และระบุวันที่เดินทางกลับมาปฏิบัติงานอีกครั้ง , กรณีเจ้าของกิจการให้ออกหนังสือรับรองการทำงานโดยเซ็นรับรองตัวเอง หนังสือรับรองบริษัท และสำเนาทะเบียนพาณิชย์ แปลเอกสารทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ แล้วเซ็นชื่อรับรอง

7. แบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่ากรอกเป็นภาษาอังกฤษ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอวีซ่า ได้ที่ > http://vfsglobal-denmark.com/thailand/thai/iceland_tourist_visaapplicationform.html

 

กรุณาส่งเอกสารข้อ 1-7 ให้ทีมงานก่อนวันนัดยื่นวีซ่า 10 วัน เพื่อตรวจสอบเอกสารทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนวันสัมภาษณ์วีซ่า

 

ส่งเอกสารยื่นวีซ่าที่

ไทยแลนด์ โฟโต้ ทัวร์

30 ถนนอุมดมสุข ( ปากซอยอุดมสุข 60 ) แขวงหนองบอน เขตประเวศ

กรุงเทพฯ 10250

โทร 0-23995460

ข้อ 9-11 ทางทีมงานจะจัดเตรียมให้หลังจากได้รับใบสมัครทริปและเงินโอนมัดจำเรียบร้อยแล้ว
8. ประกันการเดินทางวงเงิน 4,000,000 บาท ( รวมในค่าทริป )
9. ใบจองตั๋วเครื่องบินและที่พักทุกแห่ง ( พักโรงแรมมาตรฐาน ห้องละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัว )
10. สรุปโปรแกรมการเดินทางภาษาอังกฤษ

ส่งเอกสารยื่นวีซ่า :  กรุณาส่งเอกสารข้อ 1-7 ให้ทีมงานก่อนวันนัด 10 วันเพื่อตรวจสอบเอกสารทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนวันสัมภาษณ์วีซ่า )
*กรณีไม่สามารถไปยื่นวีซ่าด้วยตัวเองตามวันนัดหมายด้านล่าง ท่านต้องไปยื่นขอวีซ่าแยกต่างหากด้วยตัวเอง

 

กำหนดการยื่นวีซ่าไอซ์แลนด์  ( หลังจากจองทัวร์แล้ว ทีมงานจะนัดหมายวันยื่นวีซ่าก่อนเดินทาง 30-60 วัน )

( สถานที่ยื่นขอวีซ่าไอซ์แลนด์ ศูนย์ยื่นวีซ่า vfs ชั้น 8 อาคารเทรนดี้ สุขุมวิท ซอย 13 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดการยื่นวีซ่า โทร 02-1187006 )

 

ข้อควรทราบ

1 ) อุณหภูมิที่ไอซ์แลนด์เดือนตุลาคม กลางคืนประมาณ 0 องศา, กลางวันประมาณ 4 องศา ( หากมีลม จะรู้สึกหนาวมากขึ้น )เดือนพฤศจิกายน กลางคืนประมาณ -4 องศา, กลางวันประมาณ 2 องศา ( หากมีลม จะรู้สึกหนาวมากขึ้น )

2) น้ำหนักกระเป๋าโหลดขึ้นเครื่อง ไม่เกิน 23 กิโลกรัม

3 ) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ISK = 0.30 บาท (โดยประมาณ )

4 ) อาหารกลางวันและอาหารค่ำ ไม่รวมในค่าทริป

5 ) ควรแลกเงินยูโร เพื่อแลกเป็นเงิน ISK ที่สนามบินเรคยาวิก (ไอซ์แลนด์)

6 ) ร้านค้าต่างๆ จะรับเงินยูโร แต่จะคิดอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้นเป็นเงินสกุล ISK และทอนเป็นเงิน ISK

อาหาร

1. อาหารเช้าแบบบุฟเฟห์หรืออาหารชุดที่โรงแรม ( รวมในค่าทริป )

2. อาหารกลางวันและอาหารค่ำ ( ไม่รวมในค่าทริป ) ทีมงานจะนำสมาชิกไปรับประทานตามร้านอาหารระหว่างเส้นทางในเวลากลางวัน ส่วนอาหารค่ำบางมื้ออาจจะรับประทานที่โรงแรมหรือร้านอาหาร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแสงเหนือในแต่ละคืน บางคืนสามารถดูใกล้ๆ โรงแรม แต่บางคืนต้องเดินทางออกนอกเมือง ซึ่งกำหนดแน่นอนไม่ได้ ( ค่าอาหารประมาณมื้อละ 500 - 1,000 บาท )

3. สามารถนำอาหารสำเร็จรูปจากเมืองไทยเข้าไอซ์แลนด์ได้ ยกเว้นผลไม้และอาหารสด ( ที่พักบางแห่งมีครัวในห้อง )

 

ข้อแนะนำการแต่งตัวและสิ่งของที่ควรเตรียมไป

1. เสื้อผ้ากันหนาว

2. ลองจอนด์ เสื้อ + กางเกง

3. กางเกงกันหนาว + กันนำ้

4. ถุงมือ 2 ชั้น

5. ผ้าพันคอ

6. หมวกคลุมศรีษะ

7. ครอบหูกันความเย็น

8. รองเท้าชนิดกันน้ำ

9. ถุงเท้าหนาๆ

10. ไฟฉาย หรือ App ไฟฉายในสมาร์ทโฟน ( ไฟฉายแบบคาดศรีษะจะดีมาก )

11. ยาประจำตัว ( ถ้ามี )

เมื่อไหร่ถึงจะได้เห็นแสงเหนือ Northern Light ?

  • แสงเหนือเกิดขึ้นตลอดทั้งปี 365 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความแรงของพายุสุริยะซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้

  • องค์การนาซา มีการใช้ดาวเทียมเพื่อวัดพลังงานจากพายุสุริยะ เป็นสิ่งที่ใช้ในการคำนวณเพื่อคาดเดาระดับความแรงของแสงเหนือในแต่ละวัน แสงเหนือมีความสว่างไม่มาก จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจนทุกสีเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น

  • ค่าระดับความแรงของแสงเหนือมีตั้งแต่  KP 0 จนถึงสูงสุด KP 9

  • แสงเหนือในระดับความแรงไม่มาก ตั้งแต่ KP 0 - 3 จะเห็นเป็นเพียงฝ้าขาวๆ เป็นทางยาวบนท้องฟ้า

  • แสงเหนือในระดับความแรง KP 4 ขึ้นไป จะเห็นด้วยตาเปล่าเป็นสีเขียวอ่อน และเข้มมากขึ้นตามระดับความแรง

  • แสงเหนือในระดับความแรง KP 5 หรือ G 1 ขึ้นไป จะมองเห็นสีอื่นๆ ด้วย อาทิ สีแดง สีม่วง สีฟ้า แต่จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่เหมือนกับสีเขียวที่เห็น ได้ยาวนานมากกว่า และเห็นได้นานมากขึ้นตามระดับความแรงที่เกิดขึ้นในแต่ละคืน

  • ทัวร์ล่าแสงเหนือของเรา จะคัดเลือกสถานที่ดูแสงเหนือที่เหมาะสมในทุกๆ คืน 3-4 แห่ง ขึ้นอยู่ว่าสถานที่ใดเหมาะสม และมีโอกาสเห็นสูงสุด

  • เนื่องจากแสงเหนือเกิดขึ้นในระดับที่สูงกว่าเมฆมาก หากคืนใดท้องฟ้าปิด ฝนตก หรือหิมะตก จะออกไปล่าแสงเหนือในสถานที่ท้องฟ้าเปิดโล่งมาก ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ประสบความสำเร็จมากที่สุด ทำให้บางคืนต้องเดินทางยาวไกลและนาน ส่งผลให้ทัวร์ในเวลากลางวันอาจมีการสลับ เปลี่ยนแปลงได้ แต่จะเดินทางไปเที่ยวครบทุกสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม

  • แสงเหนือจะปรากฏกระจายเป็นวงกว้าง ในบริเวณเส้นรุ้งที่ 66 องศาเหนือ หรือที่เรียกว่า อาร์กติกเซอร์เคิล

  • ประเทศที่อยู่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าเส้นรุ้งที่ 66 องศาเหนือ จะไม่เห็นแสงเหนือ

  • ประเทศไอซ์แลนด์ ทั้งประเทศอยู่บนเส้นรุ้งที่ 66 พอดี ทำให้เป็นประเทศเดียวที่เห็นแสงเหนือได้ทั่วทั้งประเทศ

  • ประเทศไอซ์แลนด์จะมืดในเวลากลางคืนตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนถึงกลางเดือนเมษายน ซึ่งตรงกับฤดูหนาว จึงเห็นแสงเหนือได้เฉพาะช่วงเวลานี้

  • ประเทศไอซ์แลนด์เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์อากาศหนาวจัด และมักมีพายุหิมะ มีกลางวันสั้น ไม่เหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยว

  • ทริปล่าแสงเหนือไอซ์แลนด์ของเรา เลือกจัดเฉพาะช่วงเวลาดีที่สุดในรอบปีคือ ปลายเดือนกันยายน ถึงปลายเดือนพฤศจิกายน และเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายน ของทุกปี ทำให้มีโอกาศเห็นแสงเหนือสูงสุด และได้ท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ อย่างเต็มที่ รวมเดินทางท่องเที่ยว 14 วัน 11 คืน

 

10 ข้อดีของการเดินทางร่วมทริปล่าแสงเหนือกับไทยแลนด์ โฟโต้ทัวร์

  1. หัวหน้าทัวร์มีความชำนาญในทุกพื้นที่ ทุกเส้นทาง ทั่วประเทศไอซ์แลนด์

  2. สำหรับท่านที่สนใจการถ่ายภาพ อาจารย์ประสิทธิ์ให้คำแนะนำการถ่ายภาพได้ทุกรูปแบบ

  3. สำหรับท่านที่ไม่มีกล้อง เรามีทีมงานถ่ายภาพท่านคุ่กับแสงเหนือและทิวทัศน์ที่งดงามอลังการของไอซ์แลนด์ให้ มั่นใจว่าได้ภาพสวยแน่นอน

  4. เดินทางกลุ่มเล็ก ด้วยรถมินิบัสที่ได้มาตรฐาน สะดวกคล่องตัว สามารถจอดรถถ่ายภาพวิวได้ทุกพื้นที่ (รถบัสใหญ่จอดไม่ได้ )

  5. เราคือผู้เชี่ยวชาญการนำชมและถ่ายภาพแสงเหนือลำดับต้นๆ ของประเทศไทย ทุกกรุ๊ปที่ผ่านมา เห็นแสงเหนือ 100% เต็ม

  6. ทัวร์ล่าแสงเหนือไอซ์แลนด์ เที่ยวเฉพาะไอซ์แลนด์อย่างเดียว มีเวลาดูแสงเหนือมากถึง 11 คืน ( หากมีเวลาน้อยโอกาสเห็นจะน้อยตามลำดับ )

  7. ทัวร์ล่าแสงเหนือของเราเลือกเดินทางในเดือนที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือสูงสุดในรอบปีเท่านั้นคือ มีนาคมถึงต้นเมษายน, ปลายกันยายนถึงปลายพฤศจิกายน

  8. ในทุกคืนเราจะเลือกพื้นที่ชมแสงเหนือที่ดีที่สุด ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือสูงสุด ( ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความแรงของแสงเหนือ ) หากคืนใดไม่ ต้องการออกไปล่าแสงเหนือ สามารถเลือกพักผ่อนที่โรงแรมได้

  9. ค่าทัวร์รวมค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าทิปทุกอย่างแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มแต่อย่างใด ( ยกเว้นอาหารกลางวันและอาหารค่ำ )

  10. หลังจากจบทริปกลับมาแล้ว สมาชิกทุกท่านจะได้รับโฟโต้บุ๊ค อัลบั้มรวมภาพประทับใจท่านละ 1 เล่ม เป็นที่ระลึก เพื่อเก็บทุกความทรงจำดีๆ ไว้ตลอดกาล

ไฮไลท์ของทัวร์ไอซ์แลนด์

  • แสงเหนือ ( Northern Light ) ในทริปนี้เน้นการดูแสงเหนือ โดยมีการดูและถ่ายภาพทุกคืน  ( ปรากฏการณ์แสงเหนือ ที่ไอซ์แลนด์มีฤดูกาลที่เหมาะสมตั้งแต่ตุลาคม - มีนาคม ทั้งนี้การมองเห็นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของพายุสุริยะและสภาพอากาศในแต่ละวัน หาก คุณโชคดีจะได้เห็นแสงเหนือในระดับเข้มข้นเต็มท้องฟ้าในช่วงเวลาค่ำคืน ) 

  • เรคยาวิก ( Reykjavík ) เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้น อาร์กติกเซอร์เคิลมากนัก ทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ด้านมุมล่างของอ่าว Faxaflói ซึ่ง Ingolfur Arnarson ชา วนอร์ดิค เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี พ.ศ. 1413 เมื่อเรคยาวิกกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 2329 ปัจจุบันเขตเมืองมีประชากรประมาณ 120,000 คน ประกอบด้วย 7 เทศบาลนครซึ่งรวม เทศบาลนครเรคยาวิกด้วย

  • เพอร์แลน อยู่ในเมืองเรคยาวิก ในภาษาไอซ์แลนด์ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า The Pearl ที่แปลว่าอ่าว ออกแบบโดยสถาปนิก  นายอิงกิมูนดูร์ มี ความสูงเฉพาะตัวอาคารจากพื้นดิน  25.7 เมตร เป็นอาคารขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายลูกโลก ตั้งอยู่บนฐานที่คล้ายถังน้ำขนาดใหญ่ 4 ฐาน  มีพื้นที่ ประมาณ 10,000 ตารางเมตร ภายในมี ร้านอาหาร  ร้านไอซ์ครีม ชั้นบนมีจุดชมวิวที่สามารถดินได้รอบเป็นวงกลมคล้ายดาดฟ้าเรือ  มองเห็นเมือง เรคยาวิกได้อย่างชัดเจน

  • ฮัลกริมสเคียร์ค่า โบสถ์คริสต์ลูเธอรันที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นและมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ (อยู่ห่างจาก โรงแรมเดินเพียง 2 นาที ) ชื่อของโบสถ์ตั้งตามชื่อกวีและนักบวช ฮัลกริมูร์ เพทูร์สัน มีความสูง 73 เมตร สูงที่สุดในเมืองเรคยาวิก และไอซ์แลนด์ ออกแบบโดยสถาปนิก กุธยอน ซามูเอลสัน ในปี 1937 และก่อสร้างปี 1945 ใช้เวลาสร้างนานมากถึง 41 ปี ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นของนักสำรวจ เลฟ อีริคสัน ส่งมาเป็นของกำนัลจากสหรัฐฯ ในวาระฉลองรัฐสภาอัลธิงกิ ครบรอบ 1000 ปีเมื่อปี 1930 สามารถขึ้นลิฟท์ไปยังจุดสูงสุดเพื่อชม ทัศนียภาพของเมืองเรกยาวิกอันสวยงามแบบพาโนรามา 360 องศา 

  • น้ำตกกุลล์ฟอสส์ มาจากคำว่า Gull  ในภาษาไอซ์แลนด์ที่แปลว่าทอง  และ Foss ที่แปลว่า น้ำตก  จัดเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป มี ความกว้างมากถึง 1 กิโลเมตร น้ำตกลดหลั่นเป็นชั้นๆ รวม 3 ชั้น ช่วงแรกสูง 11  เมตร และช่วงที่สอง   สูง 21 เมตร  มีรอยแยกอันเป็นทางเดิน ของน้ำกว้างประมาณ  20 เมตร  ลึก 32 เมตร ยาวโดยรวมประมาณ  2.5 กิโลเมตร  ความแรงของน้ำอยู่ที่  140 ลูกบาศก์เมตรต่อ/ต่อวินาที สามารถเที่ยวชมได้อย่างใกล้ชิดโดยมีทางเดินเลียบน้ำตก แต่ละอองน้ำจำนวนมหาศาล ควรมีเสื้อกันฝนหากต้องการเดินเข้าไปใกล้น้ำตก

  • ไกเซอร์ น้ำพุร้อนที่ปล่อยกระแสน้ำร่วมกับไอน้ำออกมาเป็นระยะๆ ประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง บางครั้งก็พ่นน้ำร้อนสูงมากถึง 40 เมตรเหมือนการ ระเบิดของไอน้ำ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าที่ง การเกิดของไกเซอร์ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะทางอุธกธรณีวิทยา ซึ่งสามารถพบได้เพียงไม่กี่แห่ง ในโลก จัดได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมมชาติที่หาดูได้ยากชนิดหนึ่ง

  • ซิงเควลลิร์ มาจากภาษาไอซ์แลนด์ Þing แปลว่า สภา vellir แปลว่า ทุ่งหญ้า เมื่อรวมกันคงจะหมายถึงสภาที่ตั้งขึ้นในที่โล่งเป็นลานประชุมของชุม ชนไอซ์แลนด์ในยุคแรก ๆ  สถานที่แห่งนี้จึงมีความสำคัญในฐานะเป็นสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์ โดยรัฐสภาหรือ อัลชิงกิ AlÞingi  ได้ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.930  และต่อเนื่องมาจนถึง ปี ค.ศ.1789   ซิงเควลลิร์ ตั้งอยู่ตรงรอยรอยแยกของหุบเขากับทะเลสาป Þingvallavatn ซึ่งเป็นทะเลสาปตาม ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นจุดกำเนิดทางด้านประวัติศาสตร์ และทางด้านธรณีวิทยา เพราะเป็นจุดที่มีรอยเลื่อนของโลก เป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร และเป็นจุดเชื่อมระหว่างทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป ซิงเควลลิร์ ถูกจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประ เทศไอซ์แลนด์  อันเกิดจากกฏหมายตามคำสั่งพระราชกฤษฎีกา ในค.ศ.1928  โดยกฏหมายระบุโดยสรุปว่า “ให้รักษาสิ่งที่ชาวไอซ์แลนด์เคารพหวงแหนเพื่อชาวไอซ์แลนด์  ที่จะเป็นสมบัติชาติไอซ์แลนด์ที่จะขายหรือจำนองมิได้”  และได้ขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็น มรดกโลก ในปี ค.ศ. 2004 

  • น้ำตก Hraunfossar ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของไอซ์แลนด์ มีความกว้างประมาณ 900 เมตร มีสองน้ำ 2 แห่งอยู่ใกล้ๆ กัน มีทางเดินเชื่อมต่อ บาง ช่วงต้องเดินผ่านหินลาวาซึ่งเป็นลาวาที่เกิดจากการประทุของภูเขาไฟลูกหนึ่งซึ่งอยู่ใต้กลาเซียร์น้ำแข็ง Langjökull  น้ำตกมีน้ำที่ไหลลดหลั่นลงมา เป็นชั้นๆ ทำให้ได้ภาพที่งดงาม 

  •  ภูเขาเคิร์คจูเฟล ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแหลมสแนเฟลล์เนสอันเต็มไปด้วยกลาเซียร์และโตรกผาสูงชัน ภูเขาเคิร์คจูเฟล หนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพ ทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไอซ์แลนด์ ในมุมมองยอดเขารูปกรวยคว่ำ มีน้ำตกและธารน้ำรายรอบ เป็นภาพสัญลักษณ์ของประเทศไอซ์แลนด์ก็ ว่าได้  ช่วงกลางคืนมืดสนิท เหมาะสำหรับถ่ายภาพแสงเหนือ

  • น้ำตกซลย่าแลนด์สฟอส์ส เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ มีทิวทัศน์แวดล้อมที่สวยงาม ที่พิเศษคือ มีทางเดินเล็กที่สามารถเดินไปหลังม่านน้ำตกได้ เมื่อ มองย้อนออกมาจะเห็นผาหินโค้งเป็นรูปวงกลม เป็นมุมมองที่เรียกได้ว่า สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของไอซ์แลนด์เลยทีเดียว 

  • น้ำตกสโคกาฟอส์ส ส่วนหนึ่งของเทือกเขา Eyjafjöll ตัวน้ำตกมีขนาดใหญ่ สูงถึง 61 เมตร เป็นน้ำตกที่ชั้นสูงที่สุดในไอซ์เเลนด์ ปริมาณน้ำจำนวน มหาศาลที่ถาโถมลงมาทำให้ทุกคนที่ได้เห็นต้องตะลึงถึงความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกแห่งนี้ ภาพจำนวนนับล้านๆ ภาพ และวิดีโอ ภาพยนตร์ จำนวนมากถูกถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลก ทำให้แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย สามารถถ่ายภาพได้หลากหลายมุม มองตั้งแต่ระยะไกล ไปจนถึงตีนน้ำตก และสามารถเดินไปตามเส้นทางเดินที่จัดทำไว้อย่างดีจนถึงด้านบนสุดเพื่อบันทึกภาพมุมสูง

  • เรย์นิสฟยาร่า (Reynisfjara) ชายหาดสีดำสริทใกล้เมืองวิค (Vik) เต็มไปด้วยก้อนกรวดขนาดเล็กสีดำ ที่โดดเด่นคือ มีหินบะซอลต์เป็นแท่งทรง สี่เหลี่ยมจำนวนมากเรียกว่า "การ์ด้าร์ (Gardar)" มองดูแทบไม่น่าเชื่อว่าเกิดจากฝีมือของธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนสถานที่แห่ง นี้ และมองออกไปในทะเลจะเห็นคลื่นลูกยักษ์ของมหาสมุทรแอตแลนติดเหนือโอบล้อมแท่งหินบะซอลต์ขนาดใหญ่ที่อยู่กลางทะเลมีทั้งหมด 4 ยอด เรียกว่า เรย์นิสดรันก้าร์ ในฤดูร้อนบริเวณนี้จะเป็นถิ่นทำรังวางไข่ของนกทะเลจำนวนมาก เช่น นกพัฟฟิน (Puffin) , นกทะเลปากยาว (guillemots) และนกฟูลม่าร์ (northern fulmars) หรือนกจมูกหลอด

  • จุดชมวิวเมืองวิก มีลักษณะเป็นผาหินที่ถูกน้ำกัดเซาะจนเป็นโพรงขนาดมหึมา มองเห็นได้ชัดเจนจากจุดชมวิวบนเนินเขา

  • บลู ลากูน สปาน้ำร้อนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก หากไม่ได้มาบลู ลากูน เท่ากับว่ายังมาไม่ถึงไอซ์แลนด์ บลู ลากูนอยู่ในแอ่งลาวาห่างจากสนาม บินนานาชาติเรคยาวิกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งแอ่งน้ำร้อนหรือลากูนเป็นผลพลอยได้จากเครื่องกังหันผลิตกระแสไฟฟ้าที่อยู่ติดกัน  โดยใช้ พลังงานไอน้ำร้อนจากใต้ดินมาปั่นกระแสไฟฟ้า   น้ำร้อนที่ผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าสู่ทะเลสาบโดยอุณหภูมิจะลดลงกลายเป็นน้ำอุ่นที่ อุดมไปด้วยแร่ธาตุเชื่อว่าสามารถรักษาโรคผิวหนังได้ โดยอุณหภูมิของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส มีระบบการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม กำหนดให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่ต้องการลงไปแช่น้ำร้อนต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้เรียบร้อยก่อนลงแช่น้ำร้อน ภายในมีร้านอาหาร เครื่องดื่มและ ร้านขายสินค้านานาชนิด เปิดให้บริการตลอดทั้งปี พักผ่อนแช่น้ำร้อนธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศที่มีธรรมชาติงดงาม 

 
 

กำหนดการเดินทาง  ( B = อาหารเช้า )

วันแรกของการเดินทาง  กรุงเทพฯ - ออสโล - ไอซ์แลนด์ 

22.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็กอินเค้าท์เตอร์การบินไทย  00.55 น. ออกเดินทางโดยการบินไทย เที่ยวบิน TG954 ( กระเป๋าโหลด น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม ท่านละ 1 ใบ เช็กทรูไปรับที่ปลายทางไอซ์แลนด์ )

วันที่สอง ไอซ์แลนด์ - เรคยาวิก ( B )

07.25 น. ถึงสนามบินออสโล ประเทศนอร์เวย์ เปลี่ยนเครื่องเดินทางต่อโดยสายการบิน SAS

จากนั้นเปลี่ยนเครื่องเดินทางต่อโดยสายการบิน SAS เที่ยวบิน SK4787 เดินทางถึงสนามบินเคฟลาวิค ( Keflavik Airport ) เมือง เรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้น

อาร์กติกเซอร์เคิลมากนัก ทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ด้านมุมล่างของอ่าว Faxaflói ซึ่ง Ingolfur Arnarson ชาวนอร์ดิค เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี พ.ศ. 1413 เมื่อเรคยาวิกกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลาง ทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 2329 ปัจจุบันเขตเมืองมีประชากรประมาณ 120,000 คน ประกอบด้วย 7 เทศบาลนครซึ่งรวมเทศบาลนครเรคยาวิกด้วย 

           เย็น เดินทางไปชมสถาปัตยกรรม Solfar (Sun Voyager) Sculpture ที่ตั้งอยู่ริมอ่าวเรคยาวิก สถานที่ถ่ายภาพยอดนิยมแห่ง หนึ่งในเมืองเรคยาวิก 

ค่ำ เดินทางออกนอกเมืองทัวร์ชม แสงเหนือ ออโรร่า ในคืนแรก

พักโรงแรม Hótel Vellir มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน ( Free WiFi ) หรือเทียบเท่า

วันที่สาม เส้นทางวงแหวนทองคำ ( B )

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปบนเส้นทางยอดนิยมที่มีชื่อเรียกว่า “Golden Circle” เส้นทางผ่านภูมิประเทศที่งดงาม จนถึง น้ำพุ ร้อนสโตรกคัวร์ ประเทศไอซ์แลนด์ เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟมากกว่า 120 ลูก จึงไม่น่าแปลกใจที่เกือบทั่วประเทศมีพุน้ำร้อนกี เซอร์ โดยกีเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ มีชื่อเรียกว่า สโตรกคัวร์ เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่พื้นที่โดยรอบปกคลุม ไปด้วยกลุ่มควันจากไอร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ผิวโลก สำหรับบ่อสโตรกคัวร์ เป็นบ่อขนาดใหญ่ ทุกๆ 4-10 นาทีจะพ่นน้ำร้อนออก มาสูงมากถึง 22 เมตร ตลอดทั้งวัน หลังจากพ่นน้ำร้อนออกมา บ่อน้ำจะดูสงบนิ่งเหมือนบ่อน้ำทั่วๆ ไป ไม่นานน้ำในบ่อจะค่อยๆ 

กระเพื่อม และแรงขึ้น จนน้ำถึงดันให้โป่งพองเหมือนหลังเต่าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะระเบิดเสียงดังกึกก้องพ่นละอองน้ำขึ้นสูง เป็นที่น่า ตื่นตาตื่นใจของบรรดานักท่องเที่ยวที่มาล้อมวงดูในระยะห่างเพียงไม่กี่เมตร หากอยู่ใต้ลมจะได้กลิ่นกำมะถันที่ลอยออกมาพร้อม ละอองน้ำ

         จากนั้นเดินทางไปถ่ายภาพที่ น้ำตกกุลล์ฟอสส์ น้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป สามารถเที่ยวชมได้อย่างใกล้ชิดโดยมีทาง เดินเลียบน้ำตก แต่ละอองน้ำจำนวนมหาศาล ควรมีเสื้อกันฝนหากต้องการเดินเข้าไปใกล้น้ำตก

         ปิดท้ายการท่องเที่ยวในเวลากลางวันที่ ซิงเควลลิร์ มรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ซิงเควลลิร์ แปลว่า สภาทุ่งโล่ง สถานที่แห่ง นี้คือลานประชุมของชุมชนไอซ์แลนด์ในยุคแรก ๆ  จะเรียกว่า สภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์ก็ไม่ผิด ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.930 หรือกว่าพันปี ล่วงมาแล้ว และต่อเนื่องมาจนถึง ปี ค.ศ.1789 นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่มีรอยเลื่อนของโลกหลายหมื่นกิโลเมตร เชื่อมระหว่างทวีป

อเมริกาและทวีปยุโรป ต่อมาได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไอซ์แลนด์ เพื่อ ให้รักษาสิ่งที่ชาวไอซ์แลนด์เคารพหวงแหนให้เป็นสมบัติชาติไอซ์แลนด์ไปตลอดกาล

ค่ำ เดินทางออกนอกเมืองทัวร์ชม แสงเหนือ ออโรร่า ในคืนที่สอง (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความแรงของแสงเหนือ)

โรงแรม Hótel Vellir มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน หรือเทียบเท่า ( Free WiFi )

วันที่สี่ แหลมสเนฟเฟลสเนส ภูเขาเคิร์คจูเฟล ( B )

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางขึ้นเหนือไปยังแหลมสแนเฟลล์เนส แวะถ่ายภาพที่นำ้พุร้อนเดลดาทุงกูเวล เป็นบ่อพุร้อนขนาดใหญ่ จากนั้นไปชมและถ่ายภาพน้ำตกเฮินฟอซซ่าที่งดงาม มีความกว้างประมาณ 900 เมตร ไหลผ่านทุ่งลาวาที่เกิดจากการประทุของ

ภูเขาไฟซึ่งอยู่ใต้ธารน้ำแข็งลองโจกุลกลาเซียร์ มีความกว้างประมาณ 900 เมตร สายน้ำเป็นสีฟ้างดงามมาก จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ภูเขาเคิร์คจูเฟล ภูเขาที่ดูคล้ายพิรามิด สูง 463 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีฉากหน้าเป็นน้ำตกเคิร์คจูเฟลฟอส์ส นับเป็นจุดชมวิวยอด นิยมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์

ค่ำ ชมแสงเหนือที่จุดชมวิวภูเขาเคิร์คจูเฟลมีฉากหน้าเป็นน้ำตก และเงาสะท้อนน้ำที่งดงาม เป็นสุดยอดสถานที่ถ่ายภาพ แสงเหนือ ออ โรร่า และเป็นภาพสัญลักษณ์ของประเทศไอซ์แลนด์

พักที่  Dís Cottages อพาร์ทเม้นท์ มีห้องครัว ห้องน้ำในตัว หรือเทียบเท่า ( Free WiFi )

วันที่ห้า  น้ำตกซลย่าแลนด์สฟอส์ส น้ำตกสโคกาฟอส์ส ( B )

     เช้าวันนี้จะออกเดินทางสู่ภาคใต้ของไอซ์แลนด์ จุดหมายคือ น้ำตกซลย่าแลนด์สฟอส์ส เป็นน้ำตกที่สวยงามและถูก บันทึกภาพมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งทั่วทั้งประเทศมีน้ำตกจำนวนมากที่ละลายมาจากกลาเซียร์หรือธารน้ำแข็ง ภาพของ น้ำตกแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของไอซ์แลนด์ก็ว่าได้ มีความสูงราว 60 เมตร นอกจากด้านหน้าของน้ำตกแล้ว สามารถเดิน ลัดเลาะไปทางด้านหลังของม่านน้ำตกได้ด้วย เป็นที่นิยมของบรรดาช่างภาพทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ

     จากนั้นเดินทางไปชมน้ำตกสโคกาฟอส์ส ตัวน้ำตกมีขนาดใหญ่ สูงถึง 61 เมตร เป็นน้ำตกที่ชั้นสูงที่สุดในไอซ์เเลนด์ ปริมาณ น้ำจำนวนมหาศาลที่ถาโถมลงมาทำให้ทุกคนที่ได้เห็นต้องตะลึงถึงความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกแห่งนี้ ภาพจำนวนนับล้านๆ ภาพ และวิดีโอ ภาพยนตร์จำนวนมากถูกถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลก ทำให้แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย สามารถถ่ายภาพได้หลากหลายมุมมองตั้งแต่ระยะไกล ไปจนถึงตีนน้ำตก และสามารถเดินไปตามเส้นทางเดินที่จัดทำไว้อย่างดีจนถึง ด้านบนสุดเพื่อบันทึกภาพมุมสูง

พักที่โรงแรม Hótel Skógafoss มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน หรือเทียบเท่า  ( ฟรี WiFi ในห้องพัก )

วันที่หก : หาดทรายดำ , กลาเซียร์ลากูน   ( B )

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 แวะเที่ยวถ่ายภาพจุดแรกที่จุดชมวิว Dyrhólaey จากนั้นไปเที่ยวต่อที่ หาดทรายดำ Kirkjufjara หาดทรายดำสวยที่สุดในโลก ต่อด้วย Lava Rocks ทุ่งหินลาวาที่ห่อหุ้มด้วยมอสและเฟิร์นราวกับพรมสี เขียวอันกว้างใหญ่ เย็นเดินทางถึงลากูนธารน้ำแข็ง Fjallsárlón มองเห็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่อย่างใกล้ชิด มีก้อนน้ำแข็งน้อยใหญ่ ลอยอยู่ในลากูนและลอยออกสู่ทะเลในที่สุด 

ค่ำ เดินทางออกจากโรงแรมไปทัวร์ชมแสงเหนือบริเวณกลาเซียร์ลากูน  , ด้านหน้าโรงแรมเป็นทะเลสาบ สามารถตั้งกล้องถ่ายภาพ แสงเหนือ ออโรร่า ได้ตลอดคืน

พักที่ พักที่ Hotel Skaftafell  มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน หรือเทียบเท่า ( Free WiFi )

วันที่เจ็ด : ฮอฟน์ ( B )

หลังอาหารเช้า ทัวร์เดินบนกลาเซียร์ กิจกรรมเดินบนธารน้ำแข็งโดยไกด์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยเปลี่ยนรถเป็น แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ วิ่งไปในถนนออฟโรดที่เรียกว่า F Road ไปจนถึงปลายสุดของธารน้ำแข็ง จากนั้นสวมพื้นรองเท้าสำหรับเดินบน น้ำแข็งพร้อมขวานอลูมิเนียมสำหรับยึดเกาะน้ำแข็ง ( อุปกรณ์สองอย่างนี้ทัวร์จะจัดเตรียมให้ ) ใช้เวลาเดินเที่ยวชมบนน้ำแข็งอันน่า ตื่นตาตื่นใจราวหนึ่งชั่วโมง นับเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนเลยทีเดียว

บ่ายไปเที่ยวลากูน Jökulsárlón ชมก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ลอยอยู่ในลากูนอย่างใกล้ชิด จากนั้นไปเที่ยวถ่ายภาพกันต่อที่ หาด ทรายดำ ซึ่งมีก้อนน้ำแข็งใสขนาดใหญ่มากมาย เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมากทีเดียว

ค่ำ เดินทางออกจากโรงแรมไปทัวร์ชม แสงเหนือ ออโรร่า โดยเลือกจุดที่เหมาะสมและท้องฟ้าเปิดมากที่สุด

พักที่ Hotel Skaftafell  มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน  ( Free WiFi )

วันที่แปด : ฮอฟน์  ( B )

        08.00 น. เช้าวันนี้มีโปรแกรมพิเศษ เที่ยวชมถ้ำน้ำแข็ง หรือ ขี่สโนว์โมบิล สำหรับถ้ำน้ำแข็งเป็นกิจกรรมที่มีเฉพาะฤดูหนาว เท่านั้น เริ่มจากต้นเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนมีนาคมของทุกปีโดยจะนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อยกสูงพิเศษ เดินทางเข้าไปจนถึงกลา เซียร์หรือธารน้ำแข็ง ที่มีธารน้ำไหลผ่านจนเกิดเป็นโพรงซึ่งเรียกว่า Ice Cave มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ เพดานน้ำแข็งมองดูเป็นสีฟ้า  อย่าลืมถามไกด์ว่าสีฟ้าในน้ำแข็งเกิดจากอะไร ( หากอุณหภูมิสูงขึ้นมากเกินศูนย์องศา น้ำแข็งจะเริ่มละลาย และหากละลายมากจน อาจจะเกิดอันตราย ทัวร์ถ้ำน้ำแข็งอาจจะงดให้บริการเพื่อความปลอดภัย กรณีนี้จะจัดทัวร์อื่นทดแทนตามความเหมาะสม ) ทั้งนี้ถ้ำน้ำ แข็งจะเปลี่ยนสถานที่ทุกปีเนื่องจากผนังถ้ำที่เป็นน้ำแข็งจะละลายกลายเป็นน้ำจนหมดในฤดูร้อน แต่ละปีจะมีการค้นหาถ้ำใหม่ๆ สำหรับการเดินทางไปเที่ยวชม หากเดินทางหลังเดือนมีนาคมถึงตุลาคม จะเปลี่ยนกิจกรรมถ้ำน้ำแข็งเป็นขี่สโนว์โมบิลบนยอดเขาที่มี หิมะปกคลุมตลอดทั้งปีแทน การขี่สโนว์โมบิลเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างไม่รู้ลืม

        จากนั้นเดินทางเที่ยวชมทิวทัศน์อันงดงามของอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajokull National Park) สุดยอดสถานที่ท่อง เที่ยวของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในยุรป โดยรวมพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติสกาฟทาเฟล (Skaftafell National Park) และอุทยานแห่งชาติโจกุลซาร์ฟูร์เข้าด้วยกัน มีความโดดเด่นที่กลาเซียร์ธารน้ำแข็งมหึมา หลายแห่งสามารถเข้าชม ได้อย่างใกล้ชิด

        เย็นเดินทางไปถ่ายภาพที่ภูเขา Vesturhorn จุดถ่ายภาพทิวทัศน์ที่มีเงาท้อนน้ำของภูเขางดงามตระการตาและมีชื่อเสียงมากอีก แห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ แล้วไปเยี่ยมชมหมู่บ้านไวกิ้งแบบโบราณที่ทำจากหิน ไม้ และปูหลังคาด้วยหญ้า รอถ่ายภาพแสงเหนือที่นี่ หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยจะเปลี่นเป็นกลาเซียร์ลากูน หรือสถานที่อื่น

พักที่ Hotel Skaftafell  มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน  หรือเทียบเท่า ( Free WiFi )

วันที่เก้า : น้ำตกสวาร์ติฟอส, วิก ( B )

เช้า หลังอาหารเช้าที่โรงแรมเดินทางไปถ่ายภาพกันที่น้ำตกสวาร์ติฟอส (Svartifoss) บ้างก็เรียกน้ำตกดำ (Black Fall) อยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติสกาฟทาเฟล น้ำตกโอบล้อมด้วยแท่งหินลาวาสีดำ ตัวน้ำตกตั้งอยู่บนภูเขา ต้องเดินเท้าขึ้นจากบริเวณที่ทำการอุทยา นฯ ใช้เวลาไปกลับประมาณ 2-3 ชั่วโมง หากไม่สะดวกในการเดินขึ้นเขา สามารถเลือกเดินไปชมกลาเซียร์แทนได้เริ่มต้นจากที่ทำการ อุทยานเช่นกัน 

         บ่าย เดินทางไปเที่ยวเมืองวิก ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง จากเมืองวิกมีจุดชมวิวเมืองวิกจากมุมสูง มองเห็นโบสถ์ประจำเมืองเป็นฉาก หน้า จากนั้นเดินทางไปเที่ยวหาดทรายดำแห่งเมืองวิกอันสวยงาม

ค่ำ ทัวร์ชมแสงเหนือนอกเมืองวิก (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความแรงของแสงเหนือ)

พักที่โรงแรม Icelandair Hotel , Vik มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน หรือเทียบเท่า  ( Free WiFi )

วันที่สิบ : เซลฟอสส์ ( B )

ในวันนี้จะเดินทางย้อนกลับเส้นทางเดิมตามถนนหลวงหมายเลข 1 แวะถ่ายภาพทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างทาง แวะชมพิพิธภัณฑ์ Eyjafjallajökull Erupts ที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการระเบิดของภูเขาไฟครั้งใหญ่เมื่อปี 2010

ค่ำ ทัวร์ชมและถ่ายภาพแสงเหนือ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความแรงของแสงเหนือ)

Hotel Selfoss & Spa  มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน หรือเทียบเท่า  ( Free WiFi )

วันที่สิบเอ็ด : บลูลากูน - เรคยาวิก ( B )

หลังอาหารเช้า ออกเดินทางไป บลูลากูน สปาน้ำร้อนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก หากไม่ได้มาบลู ลากูน เท่ากับว่ายังมาไม่ถึงไอซ์ แลนด์ บลูลากูนอยู่ในแอ่งลาวาห่างจากสนามบินนานาชาติเรคยาวิกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งแอ่งน้ำร้อนหรือลากูนเป็นผลพลอยได้ จากเครื่องกังหันผลิตกระแสไฟฟ้าที่อยู่ติดกัน  โดยใช้พลังงานไอน้ำร้อนจากใต้ดินมาปั่นกระแสไฟฟ้า   น้ำร้อนที่ผ่านการผลิตกระแส ไฟฟ้าจะไหลเข้าสู่ทะเลสาบโดยอุณหภูมิจะลดลงกลายเป็นน้ำอุ่นที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุเชื่อว่าสามารถรักษาโรคผิวหนังได้ โดยอุณหภูมิ ของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส มีระบบการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม กำหนดให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่ต้องการลงไปแช่น้ำร้อนต้อง อาบน้ำชำระร่างกายให้เรียบร้อยก่อนลงแช่น้ำร้อน ภายในมีร้านอาหาร เครื่องดื่มและร้านขายสินค้านานาชนิด เปิดให้บริการตลอด ทั้งปี

ค่ำ เดินทางออกจากโรงแรมไปทัวร์ชมแสงเหนือ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความแรงของแสงเหนือ)

พักที่  Hótel Vellir​  มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน หรือเทียบเท่า  ( Free WiFi )

วันที่สิบสอง เรคยาวิก ( B )

หลังอาหารเช้า เดินทางไปชมปากปล่องภูเขาไฟเเคิร์ธ ปากปล่องมีความลึก 55 เมตร กว้าง 270 เมตร มีอายุกว่า 3000 ปี สามารถ เดินขึ้นไปบนปากปล่องด้านบนได้ในระยะทางสั้นๆ เพียง 5 นาทีจากลานจอดรถ ถ่ายภาพทิวทัศน์อันน่ามหัศจรรย์ สามารถเดินเล่ม รอบปากปล่องภูเขาไฟเป็นวงกลมได้ใช้เวลาประมาณ 20 นาที และมีสะพานเดินลงไปชมทะเลสาบในปล่องทางด้านล่างได้อย่างใกล้ ชิด

       ในคืนสุดท้าย หากโชคดีท้องฟ้าเปิดและแสงเหนือแรงพอ จะไปชมแสงเหนือส่งท้าย

พักที่ Hótel Vellir  มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน  หรือเทียบเท่า  ( Free WiFi )

วันที่สิบสาม เรคยาวิก - กรุงเทพฯ ( B )

04.00 ออกเดินทางไปสนามบินเรคยาวิกขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ

05:00 เช็กอินที่สนามบินเคฟลาวิค ( Keflavik Airport ) กระเป๋าเดินทางใบใหญ่เช็กทรูรับที่ปลายทางกรุงเทพฯ 07:50 ออกเดินทางโดยสายการบิน Icelandair เที่ยวบิน FI 318 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ออสโล

13.30 ออกเดินทางโดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 955

วันที่สิบสี่ กรุงเทพฯ

06.20 เดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานคร สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมภาพประทับใจที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน แสนนาน

*** แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถกำหนดแน่นอนได้ การชมแสงเหนือในทุกคืนจะเลือกจุดดูที่ดีที่สุด อาจจะ เปลี่ยนแปลงสถานที่และเวลาจากที่กำหนดเอาไว้ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการชมแสงเหนือมากที่สุดในทุกๆ คืน

* ในทริปนี้มีวิทยากรอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร ให้คำปรึกษาแนะนำเทคนิคการถ่ายภาพแสงเหนือและการถ่ายภาพกลางคืน พร้อม การถ่ายภาพทิวทัศน์และอื่นๆ ตลอดการเดินทาง

เงื่อนไขการเดินทาง กรุณาอ่านก่อนจองทัวร์

  • การเดินทางท่องเที่ยวของ Thailand-Photo-Tours จัดขึ้นสำหรับผู้ที่สนใจการเดินทางท่องเที่ยวตามถ่ายภาพตาม โดยจะใช้เวลานานกว่าทัวร์ทั่วๆ ไปค่อนข้างมาก เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่งดงามมากที่สุด และอาจมีการสลับปรับเปลี่ยนโปรแกรมต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม โดยผู้จัดจะเป็นผู้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะหน้า เช่น สภาพอากาศ เพื่อให้ผู้ร่วมเดินทางทุกท่านได้รับประโยชน์สูงสุด หากมีความจำเป็นต้องยกเลิกทัวร์บางรายการ เนื่องจากสภาพอากาศ ธรรมชาติ หรือผู้ให้บริการทัวร์บางรายการที่ระบุในโปรแกรมแจ้งยกเลิก จะมีการปรับเปลี่ยนให้ใกล้เคียง หรือเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นทดแทนตามความเหมาะสม

  • ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนกำหนดการเดินทาง หรือเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม กรณีมีผู้ร่วมเดินทางในคณะทัวร์ ไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในแต่ละทริป

  • การยกเลิกทริป : 

  • ยกเลิกก่อนเดินทาง 60 วัน หักเฉพาะค่าใช้จ่ายบางส่วนของตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศและในประเทศ เฉพาะที่ไม่สามารถขอคืนเงินได้

  • ยกเลิก 30-59 วัน หักค่าใช้จ่าย 25% ของค่าทัวร์

  • ยกเลิก 15-29 วัน หักค่าใช้จ่าย 50% ของค่าทัวร์

  • ยกเลิกน้อยกว่า 15 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

  • อัตราค่าบริการคิดคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน และราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคาค่าบริการในกรณีที่มีการขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าประกันภัยสายการบิน ค่าธรรมเนียมน้ำมัน หรือมีการประกาศลดค่าเงินบาท หรืออัตราแลกเปลี่ยนได้ปรับขึ้นในช่วงใกล้วันที่คณะจะเดินทาง 

  • ค่าทัวร์เป็นการชำระแบบเหมาจ่าย หากในระหว่างการท่องเที่ยว ท่านไม่ต้องการใช้บริการใด ๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธิ์  และไม่สามารถเรียกร้องขอคืนค่าบริการได้ 

  • หากท่านไม่เดินทางกลับพร้อมคณะทัวร์ ตั๋วเครื่องบินขากลับซึ่งยังไม่ได้ใช้ ไม่สามารถนำมาขอคืนเงินได้ 

  • หากท่านเป็นผู้ซื้อหรือออกตั๋วเครื่องบินเอง จะมีส่วนลดตามที่กำหนดไว้ ในเรื่องค่าใช้จ่าย

  • ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนกำหนดการเดินทาง หากมีผู้ร่วมเดินทางในคณะทัวร์ ไม่ครบตามที่กำหนดไว้ 

  • กรณีเกิดความผิดพลาดใดๆ ระหว่างการท่องเที่ยว เช่น สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งปิดให้บริการ จะปรับเปลี่ยนไปเที่ยวยังสถานที่อื่นทดแทน โดยไม่คืนเงินสำหรับค่าบริการดังกล่าว

  • ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าส่วนรวมเป็นสำคัญ 

  • หากผู้เดินทางถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆ ปฏิเสธการเข้า - ออกเมือง ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ถือเป็นเหตุผลซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจ และความรับผิดชอบของผู้จัด และขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบคืนเงินทั้งหมด 

  • ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบต่อการจัดเก็บ และ ดูแลทรัพย์สินส่วนตัว รวมทั้งของมีค่าต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง หากสูญหายผู้จัดไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

  • ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในกรณีสายการบินล่าช้าหรือยกเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม แต่จะทำหน้าที่ติดตามและติดต่อกับสายการบินในการชดเชยหรือเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินใหม่ทดแทน

  • ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อการไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ซึ่งมีเหตุมาจากสภาพธรรมชาติ ภูมิอากาศ ฤดูกาล ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้

  • ทุกประเทศมีมิจฉาชีพ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ผู้เดินทางควรมีความระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว จากเหตุร้ายต่าง ๆ 

  • ผู้เดินทางควรเก็บหนังสือเดินทาง และ ทรัพย์สินมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย โดยหมั่นตรวจสอบดูอยู่เสมอ ตลอดระยะเวลาการเดินทาง ตลอดจนระมัดระวังต่อการสูญหาย หรือ ถูกขโมยจากผู้ไม่หวังดี 

  • อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่ทราบล่วงหน้า และ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวินาทีระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว ผู้เดินทางควรท่องเที่ยวอย่างระมัดระวัง และ ไม่ประมาท

  • การจองทัวร์ ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ข้างต้นทุกประการ