• ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line  คลิกที่นี่

  • ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com

  • โทร 02 399 5460 จ-ศ 09.30-18.00

30 ถนนอุดมสุข แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 โทร 0-2399-5460 แฟกซ์ 0-2398-2573  

sale@thailand-photo-tours.com

© 2019 by Thailand Photo Tours

Best of Japan in Winter 2020

มหัศจรรย์ญี่ปุ่นญี่ปุ่นฤดูหนาว จบในทริปเดียว!

25 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ 2563 ( 13 วัน 11 คืน )

(เต็ม)

ขอเชิญผู้รักการท่องเที่ยว ร่วมเดินทางสัมผัสความมหัศจรรย์ของประเทศญี่ปุ่นในฤดูหนาว แบบเจาะลึก 13 วัน 11 คืน ชมเทศกาล Shirakawago Light Up อันงดงามและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เที่ยมชมเมืองมรดกโลกทะกะยะมะในฤดูหนาว ชมลิงหิมะออนเซ็นหนึ่งเดียวในโลก บินลัดฟ้าไปเกาะฮอกไกโด ชนนกกระเรียนมงกุฎแดง สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น พร้อมด้วยหงส์กู่ในทะเลสาบภูเขาไฟที่กลายเป็นผืนน้ำแข็งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ชมนกทะเลหายาก อินทรีย์ทะเล ชเต็ลเลอร์ อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ ล่องเรือตัดน้ำแข็งอะบะชิริ ปิดทริปด้วยเทศกาลหิมะซับโปโร นำทริปโดย อาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร 

* กรุณาอ่านเงื่อนไขก่อนจองทัวร์

* ทริปนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและสัตว์ป่า โดยเฉพาะ

* อุณหูมิ นากาโนะ ประมาณ 2 องศา, ฮอกไกโดประมาณ 0 องศา, กลางคืน -6 องศา ( โดยรวมอากาศหนาวจัด ควรเตรียมเสื้อผ้าอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม )

* ค่าทริปรวมทุกอย่าง ยกเว้นอาหารกลางวันและอาหารค่ำ ( ที่พักบางแห่งมีอาหารค่ำ )

* เดินทางกลุ่มเล็ก รับสมาชิกเพียง 8 ท่านเท่านั้น

* ที่พัก เรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นออนเซ็น และโรงแรมมาตรฐาน (หากเป็นโรงแรมจะมีห้องน้ำในตัว)
 

ค่าใช้จ่ายท่านละ 98,000 บาท ( สมาชิกเก่าลดท่านละ 2,000 บาท )

มัดจำเมื่อจองทัวร์ 30,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระภายในวันที่ 25 พฤจิกายน 2562
ซื้อตั๋วเครื่องบินเอง ลด 19,000 บาท

ค่าใช้จ่ายรวม

ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ กรุงเทพฯ - โตเกียว นาริตะ

ค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศ โตเกียว - ซัปโปโร

ค่าที่พักทุกแห่ง (มีอาหารเช้า) รวม 9 คืนตามโปรแกรม

ค่าพาหนะการเดินทาง รวมน้ำมัน, ทางด่วน

ค่าล่องเรือชมนกอินทรีย์ และล่องเรือตัดน้ำแข็ง ตามโปรแกรม

ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ทุกแห่งตามโปรแกรม

ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งตามโปรแกม

ค่าใช้จ่ายไม่รวม

อาหารกลางวันและอาหารค่ำ ( บางแห่งมีอาหารค่ำ )

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในโปรแกรม

 

พาหนะการเดินทาง รถมินิแวน 10 ที่นั่ง ( รับสมาชิก 7 ท่าน )

 

น้ำหนักกระเป๋า บนรถมีที่วางกระเป๋าจำกัด ขอความร่วมมือสมาชิกใช้กระเป๋าเดินทางขนาดกลาง สูงไม่เกิน 29 นิ้ว น้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม

กำหนดการเดินทาง

25 มกราคม 2563 กรุงเทพฯ - โตเกียว/นาริตะ

21.00 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เค้าท์เตอร์การบินไทย แถว H/J 

22.30 ออกเดินทางโดยการบินไทย เที่ยวบิน TG640 ( 6 ชั่วโมง )

 

26 มกราคม 2563 โตเกียว - ชิราคาวาโกะ ชมเทศกาล Shirakawago Light Up

06.20 เดินทางถึงสนามบินนาริตะ จากนั้นออกเดินทางต่อไปยังเมืองทะกะยะมะ เช็กอินเข้าที่พัก แล้วเดินทางไปเที่ยวชมเทศกาล Shirakawago Light Up อันโด่งดัง จัดเพียงปีละครั้งในช่วงฤดูหนาวช่วงปลายเดือนมกราคม และมีการแสดงแสงสีเพียงปีละ 6 วันเท่านั้น หมู่บ้านชิราคาวาโกะ โดดเด่นที่สถาปัตยกรรมของบ้านไม้แบบโบราณของญี่ปุ่นเรียกว่าบ้านสไตล์กัสโซ (แปลว่าพนมมือ) เนื่องจากมองดูด้านหน้าเหมือนมือที่ยกขึ้นมาพนมนั่นเอง บ้านแต่ละหลังมีขนาดใหญ่โตและแข็งแรง หลังคามุงด้วยหญ้าหนามากเป็นพิเศษเพื่อรับมือกับหิมะที่ตกหนักในฤดูหนาว ซึ่งบางปีหิมะจะท่วมหลังคาหนาถึงสองเมตรที่เดียว ให้บรรยากาศราวกับหมู่บ้านในนิทานไม่ผิดเพี้ยน และมีจากประดับไฟแสงสีส่องไปที่ตัวบ้านในยามโพล้เพล้ เรียกว่า Light up ทำให้ภาพงดงามจนต้องตะลึงกันเลยทีเดียว และภาพเหล่านี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมอย่างเนืองแน่นเป็นประจำทุกปี และหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมพร้อมกับหมู่บ้านโกคายาม่าในจังหวัดโทยาม่า จากองค์กรยูเนสโกในปี ค.ศ. 1995

พักที่ Takayama Green Hotel โรงแรมมาตรฐาน 2 เตียง พร้อมห้องน้ำในตัว ฟรี WiFi 

27 มกราคม 2563 ทะกะยะมะ - ปราสาทมัตสึโมโตะ

เช้าเที่ยวชมเมืองทะกะยะมะ เมืองโบราณเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ยุคโจมง เดิมเป็นหมู่บ้านช่างไม้ที่มีชื่อเสียง มีความเชื่อกันว่าช่างไม้จากเมืองทากายามะเข้าร่วมสร้างพระราชวังเกียวโตและวัดอารามต่าง ๆ ในเกียวโตและนาระ รวมไปถึงปราสาททากายามะด้วย ในสมัยโทกูงาวะ ในย่านเมืองเก่ายังคงกลิ่นอายของบ้านเรือนยุคโบราณที่ถูกอนุรักษ์เอาไว้อย่างเหนียวแน่น มีสะพานแดง Nikabashi bridge อันลือชื่อ ข้ามแม่น้ำสายเล็กๆ สู่ย่านเมืองเก่า เป็นเส้นทางสายถนนคนเดินยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเดินทางมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย 

   จากนั้นเดินทางไปเที่ยวชม ปราสาทมัตสึโมโตะ ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึโมโตะ จังหวัดนางาโนะ ปราสาทนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า ปราสาทอีกา เนื่องจากผนังปราสาทมีสีดำ และปีกด้านต่าง ๆ ของปราสาทแผ่กางออกเหมือนปีกนก เป็นตัวอย่างหนึ่งของปราสาทที่สร้างบนพื้นที่ราบ ไม่ใช่บนเนินเขาหรือกลางแม่น้ำ ประวัติความเป็นมาของปราสาทย้อนหลังไปได้ถึงยุคสงคราม ในช่วงเวลานั้น กองทัพโองาซาวาระได้สร้างป้อปราสาทขึ้นในบริเวณนี้ มีชื่อเรียกว่า ปราสาทฟูกาชิ ต่อมาป้อมปราสาทได้ถูกกองทัพทาเกดะยึดครองไปได้ และตกเป็นของโทกูงาวะ อิเอยาซุในเวลาต่อมา ต่อมาเมื่อโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ได้มีคำสั่งให้อิเอยาซุย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในภูมิภาคคันโต ก็ได้มอบปราสาทให้อิชิงาวะ โนริมาซะ เป็นผู้ดูแลต่อ โนริมาซะและยาซูนางะผู้เป็นบุตรชาย ได้สร้างหอปราสาทและส่วนอื่น ๆ ได้แก่ หอปราสาท 3 หลัง หอดอนจอน หอเล็กทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ อาคารที่พัก ประตูกลอง ประตูดำ คูปราสาท ปีกอาคารสามชั้น และชั้นย่อย ๆ ในปราสาท ซึ่งทั้งหมดยังคงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน เชื่อกันว่าพื้นที่ปราสาทส่วนใหญ่แล้วสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อประมาณปี 1593-1594 ปัจจุบันปราสาทมัตสึโมโตะได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาวปราสาทมัตสึโมโตะ จะงดงามด้วยโทนสีขาวของหิมะตัดกับตัวปราสาทที่มีสีดำ  

พักที่ Matsumoto Hotel Kagetsu (อยู่หน้าปราสาทมัตสึโมโตะ) โรงแรมมาตรฐาน 2 เตียง พร้อมห้องน้ำในตัว ฟรี WiFi 

28 มกราคม 2563 ลิงหิมะออนเซ็น

    หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปเที่ยวชมสวนลิงจิโกคุดานิ อุทยานลิงภูเขาจิโกคุดานิ ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีหิมะปกคลุม สภาพอากาศหนาวจัดในฤดูหนาว ซึ่งโดยปรกติไม่ใช่ถิ่นที่อยู่ของสัตว์ประเภทลิง แต่ที่นี่มีบ่อน้ำพุร้อนช่วยคลายความหนาวเย็นได้ ซึ่งฝูงลิงก็ค้นพบบ่อน้ำร้อนที่นี่ และนับเป็นที่เดียวในโลกที่เราจะได้ชมฝูงลิงป่าแช่น้ำออเซ็น ภาพสีหน้าอันอิ่มเอิบประดับอยู่บนวงหน้าน่ารักของลิงกังญี่ปุ่น บนหัวปกคลุมด้วยหิมะขณะแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนที่มีไอขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่รายรอบนั้นกลายเป็นภาพที่ได้รับการกล่าวขานไปทั่วโลก นับเป็นไฮไลท์สำคัญสำหรับการเดินทางมาเยือนญี่ปุ่นในฤดูหนาว

   ภายในอุทยานมีที่พักเพียงแห่งเดียวอยู่หน้าอุทยาน แวดล้อมไปด้วยป่าสนและทิวทัศน์ที่งดงามในฤดูหนาว ซึ่งในทริปนี้จะได้พักที่เรียวกังแห่งนี้ในบรรยากาศอันน่าประทับใจ พร้อมรับประทานอาหารค่ำและอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ และพลาดไม่ได้กับการแช่ออนเซ็นยามค่ำคืน

พักที่ Jigokudani Onsen Korakukan ที่พักแบบฟูกญี่ปุ่น ห้องน้ำรวมแบบออนเซ็น แยกชายหญิง ฟรี WiFi ( รวมอาหารเช้า, ค่ำ ) 

29 มกราคม 2563  วัดเซนโคจิ - ช้อปปิ้งย่านชินจูกุ

หลังอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่น เก็บสัมภาระออกเดินทางไปยัง วัดเซนโคจิ วัดคู่บ้านคู่เมืองของนากาโน่ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ศาสนาพุทธในประเทศญี่ปุ่น ในฐานะที่เป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 7 ( ราว 1,400 ปีก่อน ) และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์แรกที่นำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นวัดที่ไม่แบ่งแยกชนชั้น,นิกายและไม่จำกัดความศรัทธาของสตรีในพุทธศาสนา วัดเซนโคจิจึงเป็นสถานที่ที่ดึงดูดสาธุชนผู้เลื่อมใสจากทั่วสารทิศในประเทศญี่ปุ่น จนมีคำกล่าวโบราณของญี่ปุ่นที่ว่า เป็นวัดที่ "ต้องไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต” อารามหลักของวัดเซนโคจิได้รับการสร้างใหม่ในช่วงกลางสมัยเอโดะ เป็นอารามไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นตะวันออก ภายในตกแต่งประณีตงดงาม เคร่งขรึมแต่โอ่อ่าน่าเลื่อมใส ลึกเข้าไปด้านใน บนกรอบวงกบด้านบนมีรูปพระผู้มารับวิญญาณ 25 องค์และแท่นบูชาซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธานที่สวยงามตระการตา ทางเดินชั้นใต้อาคารหลักมีทางเดินที่มืดมาก เวลาเดินต้องใช้มือคลำไปตามผนัง ระหว่างทางจะมีสลักประตูที่ได้รับการขนานามว่าเป็น “กุญแจสู่สวรรค์” “key to paradise” หากคลำพบกุญแจนี้ ว่ากันว่าจะสามารถไปสู่สวรรค์ได้ ทางเดินจะสิ้นสุดลงทางอีกฝั่งหนึ่งของห้องโถง ทางฝั่งเหนือของโถงกลางมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของวัดเซนโคจิ จัดแสดงพระพุทธรูปและเอะมะเก่าแก่หลายชิ้น รวมถึงรูปสลักของ 100 สาวกราคัง (Rakan)

หออารามหลักนี้ได้รับการจดทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ และมีสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญถูกเก็บรักษาอยู่มากมาย เช่น ประตูซันมง, หอพระคัมภีร์, ประตูนีโอมอน เป็นต้น  

     เย็นเดินทางเข้าเมืองโตเกียว แวะช้อปปิ้งย่านชินจูกุอันโด่งดัง มีร้านค้าขายสินค้านานาชนิดและร้านจำหน่ายกล้องอุปกรณ์ถ่ายภาพชื่อดัง โยโดบาชิ และบิกคาเมร่า รวมทั้งร้านอาหารเลิศรสอีกมากมายให้เลือกชิม

พักที่ Narita Tobu Hotel Airport โรงแรมมาตรฐาน 2 เตียง พร้อมห้องน้ำในตัว

30 มกราคม 2563 โตเกียว-ฮอกไกโด-คุชิโระ

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เช็กอินออกเดินทางต่อไปยังเกาะฮอกไกโด โดยสายการบินออลนิปปอนแอร์เวย์

10.15 เดินทางโดยเที่ยวบิน NH2153 ถึงสนามบินซัปโปโรเวลา 12.00 น. ออกเดินทางต่อไปยังเมืองคุชิโระซึ่งตั้งอยู่ริมทะเล (ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง) เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาในฐานะศูนย์กลางของฮอกไกโดตะวันออก มีส่วนพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระและป่าอะคังอยู่ด้านหลัง ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการพัฒนาใดๆ ทำให้ยังคงมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น ดินแดนแห่งนี้มีมนต์เสน่ห์ที่สัมผัสได้ถึงความโรแมนติกในหลากหลายรูปแบบ เช่น ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอาหารที่พัฒนาขึ้นมาอย่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และเนื่องจากเป็นเมืองประมง มีท่าเรือขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางผลิตผลทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ของญี่ปุ่นมาช้านานตั้งแต่อดีต และเป็นจุดกำเนิด “โระบาตะ” การทำอาหารแบบย่างข้างเตาที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันด้วย นอกจากนี้ “ซันกิ (ไก่ทอดคาราอาเกะแบบฮอกไกโด)” และ “สปาเก็ตตี้กระทะเหล็ก” ก็มีจุดกำเนิดมาจากคุชิโระเช่นกัน และยังมีอาหารยอดนิยมของคุชิโระอื่นอีกมากมาย เช่น “คุชิโระราเม็ง” และ “คัตเทะด้ง (ข้าวหน้าปลาดิบ)” รวมทั้งมีร้านอาหารทะเลที่ขายอาหารทะเลสดๆ ราคาถูก มากมายริมชายฝั่งทะเล

พักที่ Hotel Route Inn Kushiro Ekimae โรงแรมใจกลางเมืองคุชิโระ อยู่หน้าศูนย์อาหารทะเล ห้องพักมาตรฐาน 2 เตียง ห้องน้ำในตัว ฟรี WiFi 

31 มกราคม 2563 คุชิโระ-นกกระเรียนญี่ปุ่น-ทะเลสาบคุชาโระ

ตื่นตีสี่ เดินทางไป “สะพานโอโตะเนะ” เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเซ็ตสึริซึ่งไหลผ่านหมู่บ้านสึรุอิ และเป็นจุดชมนกกระเรียนมงกุฎแดงยอดนิยม ในทุกๆ เช้าจะมีช่างภาพมาชุมนุมกันจำนวนมากเพื่อบันทึกภาพฝูงนกกระเรียนกับแสงเช้าของวันใหม่อันงดงาม มองเห็นแม่น้ำ สายหมอก และฝูงนกกระเรียน เป็นภาพที่น่าประทับใจมากทีเดียว จากนั้นเดินทางกลับโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้า

    จากนั้นเช็กเอ้าท์เดินทางไปถ่ายภาพนกกระเรียนที่หมู่บ้านสึรุอิ ชื่อนี้มาจาก “นกกระเรียนมงกุฎแดง” ซึ่งเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญ หมู่บ้านแห่งนี้ โดยมีนกกระเรียนมงกุฎแดงอาศัยอยู่จำนวนมากตามชื่อหมู่บ้านที่แปลว่า มีนกกระเรียน และจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาชมนกกระเรียนอันงดงามที่นี่ทุกปี ครั้งหนึ่งนกกระเรียนมงกุฎแดงเกือบที่จะสูญพันธุ์ไปแล้ว เหลืออยู่เพียงไม่กี่สิบตัวเท่านั้น แต่ด้วยความร่วมมือของผู้คนในหมู่บ้านและคนอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ปัจจุบันสามารถพบนกกระเรียนมงกุฎแดงที่หมู่บ้านสึรุอิได้กว่า 500 ตัว ซึ่งถือเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของที่มีอยู่ในปัจจุบัน ตื่นตาตื่นใจกับการเริงระบำของเหล่านกกระเรียนที่จับคู่กับนับร้อยคู่ และมักจะเต้นระบำเกี้ยวพาราสีกันในทุกๆ เช้า โดยมีเหล่าตากล้องนับร้อยคนเดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อถ่ายภาพความงดงามของนกกระเรียนอันน่าประทับใจ

    บ่ายเดินทางไปทะเลสาบคุชาโระ รอถ่ายภาพแสงสีพระอาทิตย์ตกที่สวยงามบนจุดชมวิวยอดเขา มองเห็นวิวทะเลสาบคุชาโระและปล่องภูเขาไฟกลางทะเลสาบได้อย่างสวยงาม (หากกลางคืนท้องฟ้าเปิด จะกลับมาถ่ายภาพวิวกลางคืนกับดาวล้านดวงบนยอดเขาอีกครั้ง) จากนั้นเดินทางไปที่พัก Kussharokoso เรียวกังเพียงแห่งเดียวที่อยู่ติดทะเลสาบคุชาโระ มองเห็นวิวทะเลสาบได้อย่างสวยงาม ในฤดูหนาว น้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งนับเป็นทะเลสาบแผ่นน้ำแข็งใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และมีฝูงหงส์กู่นับร้อยตัวอพยพมาหากินในบริเวณนี้ในช่วงฤดูหนาวทุกปี

พักที่ Kussharokoso ห้องพักแบบฟูกสไตล์ญี่ปุ่น พักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำรวมแบบออนเซ็น แยกชายหญิง ( รวมอาหารเช้า, ค่ำ )

1 กุมภาพันธ์ 2563 ทะเลสาบคุชาโระ - แหลมชิเรโตโกะ

เช้า ตื่นตีห้าไปถ่ายภาพแสงสีเช้าวันใหม่ริมทะเลสาบคุชิโระ มีหงส์กู่แสนสวยเป็นฉากหน้า จากนั้นกลับมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เช็กเอ้าท์แล้วไปถ่ายภาพฝูงหงส์ริมทะเลสาบอีกครั้ง เช้าวันใหม่จะมองเห็นทะเลสาบได้อย่างชัดเจน พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติอากัง จัดเป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น กลางทะเลสาบมีเกาะชื่อ นากาจิมะ เป็นกรวยภูเขาไฟสลับชั้น ควันภูเขาไฟ ทำให้น้ำในทะเลสาบมีสภาพเป็นกรด  มีปลาที่สามารถอาศัยอยู่ได้ไม่กี่ชนิด ยกเว้นบริเวณที่แม่น้ำไหลเข้าสู่ทะเลสาบซึ่งทำให้น้ำในบริเวณนั้นเจือจาง ปลาเทราท์สายรุ้งสามารถทนต่อน้ำที่มีสภาพเป็นกรดได้

  บ่าย เดินทางสู่แหลมชิเรโตโกะ ทางด้านตะวันออกสุดของเกาะฮอกไกโด ชื่อชิเรโตโกะมีที่มาจากคำในภาษาไอนุคำว่า sir etok หมายถึง "จุดสุดขอบแผ่นดิน" หรือ "จุดที่แผ่นดินยื่นออกไป" บนคาบสมุทรเป็นที่ตั้งของเมืองราอูซุและชาริ แหลมแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 โดยองค์การยูเนสโกเนื่องจากเป็นถิ่นอาศัยที่อุดมสมบูรณ์ของสัตว์และพันธุ์พืชหายากนานาชนิด ในช่วงฤดูหนาวจะมีทิวทัศน์ที่งดงามแปลกตา และผืนน้ำทะเลบางแห่งกลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง มองเห็นชาวบ้านลงไปเจาะรูตกปลาในแผ่นน้ำแข็ง สามารถเข้าไปชมและถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด

  เย็น เดินทางไปชิมปูยักษ์แบบสดๆ ที่ร้านอาหารทะเลชื่อดังแห่งราอูซุ มีทั้งปูยักษ์และปูขน ร้านอยู่ติดท่าเทียบเรือ รับประกันความสดอร่อยทุกวัน และยังมีอาหารทะเลอื่นๆ ให้ได้ลิ้มลอง

ค่ำ คืนนี้มีโปรแกรมพิเศษ ถ่ายภาพนกเค้า Blakiston Fish Owl นกที่มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์ เป็นนกที่ชาวญี่ปุ่นบนเกาะฮอกไกโดให้ความเคารถนับถือกันมาก ถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งหมู่บ้านมาตั้งแต่โบราณ ในอดีตกระจายอยู่ในป่าหลายแห่งบนเกาะฮอกไกโด แต่เมื่อผืนป่าหมดไป ทำให้ปริมาณลดลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเหลืออยู่ไม่มากที่แหลมชิเระโตโกะ และพบในพื้นที่เล็กๆ ในเมือง Rausu เมืองประมงที่อยู่เหนือทางฝั่งทะเลตะวันออกของแหลมแห่งนี้ ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนเกาะฮอกไกโด จะพบเห็นสินค้าที่ระลึกนานาชนิดเป็นรูปของนก Blakiston Fish Owl ไม่ว่าจะเป็นไม้แกะสลัก ภาพวาด ภาพถ่าย แมกเน็ตติดตู้เย็น เสื้อยืด กระเป๋า แก้วน้ำ ฯลฯ  

  การชมและถ่ายภาพ ต้องใช้เวลาอนทนรอพอสมควร โดยเข้าไปในสถานที่ซึ่งมีการจัดทำเอาไว้ ห้ามส่งเสียงใดๆ ช่วงกลางคืนนกจะบินมาจับปลากินในลำธาร ซึ่งมีแสงไฟส่องสว่างตลอดทั้งคืน ทำให้มองเห็นและถ่ายภาพได้

พักที่ Rausu Daiichi Hotel ที่พักติดอุทยานแห่งชาติชิไรโตโกะ พักห้องเตียงคู่สไตล์ญี่ปุ่น มีห้องน้ำในตัว มีออนเซ็นเอ้าท์ดอร์ 

2 กุมภาพันธ์ 2563 ล่องเรือชมนกอินทรีย์ทะเล ชเต็ลเลอร์ - อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปท่าเทีียบเรือ ล่องเรือไปชมนกอินทรีย์ทะเล ชเต็ลเลอร์ ซึ่งเป็นนกล่าเหยื่อขนาดใหญ่ในตระกูลวงศ์เหยี่ยวและอินทรี และเป็นนกอินทรีชนิดหนึ่งที่มีขอบเขตอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ คาบสมุทรคัมชัตคา และชายฝั่งทะเลของประเทศรัสเซีย นับเป็นนกอินทรีชนิดนี้มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก ที่ประมาณ 5-9 กิโลกรัม ในฤดูหนาวนกอินทรีย์ชนิดนี้จะพากันอพยพหนีหนาวลงมาอาศัยทางตอนเหนือของเกาะฮอกไกโด ระหว่างล่องเรือ ไกด์ท้องถิ่นจะโยนปลาให้นกโฉบจับกินเป็นอาหาร เตรียมกล้องในมือให้พร้อมเนื่องจากนกโฉบจับปลากินรวดเร็วมาก หากจับจังหวะทันท่วงที จะได้ภาพที่งดงามระดับเวิลด์คลาสทีเดียว นอกจากนี้ทิวทัศน์ระหว่างล่องเรือ จะมองเห็นภาพของคาบสมุทรชิเรโตโกะได้อย่างสวยงาม 

  บ่าย เดินทางไปเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ มีบ่อน้ำร้อนสาธารณะให้อาบแบบออนเซ็น แยกชายหญิง ได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากตั้งอยู่กลางแจ้งและมีทิวทัศน์ธรรมชาติแวดล้อมที่สวยงาม 

พักที่ Rausu Daiichi Hotl ที่พักติดอุทยานแห่งชาติชิไรโตโกะ พักห้องเตียงคู่สไตล์ญี่ปุ่น มีห้องน้ำในตัว มีออนเซ็นเอ้าท์ดอร์ 

3 กุมภาพันธ์ 2563 อะบะชิริ 

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางต่อไปยังเมืองอะบะชิริ เมืองที่อยู่ติดชายฝั่งทะเลทางด้านตะวันตกของเกาะฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างทางแวะทะเลสาบ Lake Tofutsu ซึ่งกลางเป็นแผ่นน้ำแข็งในฤดูหนาว และเป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับชมหงส์กู่ จากนั้นไปเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์เรือนจำอะบะชิริ (Abashiri Prison Museum) เรือนจำเก่าที่เคยจองจำนักโทษในคดีใหญ่ๆ นับพันคน เพราะเป็นคุกที่แน่นหนาและหลบหนีได้ยากจากสภาพอากาศอันหนาวเหน็บของเมืองอะบะชิริ ในปัจจุบันแปรเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ ที่เปิดให้เด็กๆ และผู้คนทั่วไปได้เข้าชมสภาพแวดล้อมของเรือนจำ รวมถึงมีหุ่นนักโทษ เพื่อจำลองความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตภายในเรือนจำแห่งนี้ ทั้งในห้องขัง โรงอาหาร ห้องอาบน้ำ หรือห้องลงโทษผู้กระทำความผิด นอกจะให้ความรู้แล้วยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เด็กรุ่นใหม่มุ่งมั่นทำความดีอยู่เสมอ

   เย็น เดินทางไปล่องเรือตัดน้ำแข็ง Drift Ice-breaking Ship Aurora ซึ่งเปิดให้บริการเพียงปีละ 3 เดือนในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น โดยจะล่องเรือตัดน้ำแข็งลำยักษ์ไปในทะเลโอคอทสก์ซึ่งเต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ลอยมาจากรัสเซีย อย่าลืมมองหานกนางนวล นกอินทรีย์ และแมวน้ำแสนน่ารักบนแผ่นน้ำแข็ง ช่วงเวลาที่สวยงามคือ ขณะพระอาทิตย์ตก แสงสีท้องจะสะท้อนกับแผ่นน้ำแข็งเป็นภาพที่งดงามน่าประทับใจมาก

พักที่ Hotel Route-Inn Abashiri Ekimae โรงแรมมาตรฐาน ห้อง 2 เตียงแยก มีห้องน้ำในตัว ฟรี WiFi

4 กุมภาพันธ์ 2563 ซัปโปโร 

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปเที่ยวชมสวนสัตว์ Asahiyama Zoo ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการแสดงเดินพาเหรดโชว์ของฝูกนกเพนกวินในฤดูหนาว ขบวณเดินพาเหรดจะเริ่มในช่วงบ่าย ท่ามกลางการเฝ้าชมและถ่ายภาพของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เป็นกิจกรรมฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงมากอย่างหนึ่งบนเกาะฮอกไกโด จากนั้นออกเดินทางต่อไปยังเมืองซัปโปโร เมืองหลวงของเกาะฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางความเจริญของเกาะ และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ และเป็นหนึ่งในเมืองใหม่ที่สุดในญี่ปุ่น มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน

   เย็นอิสระเดินเล่น ช้อปปิ้ง และทานอาหารย่านใจกลางเมือง

พักที่ APA Hotel Sapporo Odori-koen

 

5 กุมภาพันธ์ 2563 โอตารุ - เทศกาลน้ำแข็ง สวนโอโดริ

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปเที่ยวโอตารุ เมืองท่าในกิ่งจังหวัดชิริเบะชิ ตัวเมืองหันหน้าออกสู่อ่าวอิชิกะริ และเป็นเมืองท่าหลักของอ่าวมาเป็นเวลานาน มีอาคารเก่าแก่มากมาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายภาพมากมาย รวมทั้งร้านค้าขายของที่ระลึก และร้านอาหารทะเลแสนอร่อยในบรรยากาศย้อนยุค

   บ่ายเดินทางกลับเข้าเมืองซัปโปโร อิสระเดินเที่ยวชมเทศกาลน้ำแข็ง ซึ่งจัดอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี งานเทศกาลหิมะซัปโปโรที่เริ่มจากการที่นักเรียนชั้นมัธยมต้น และมัธยมปลายในท้องถิ่นสร้างประติมากรรมหิมะจำนวน 6 ตัวที่สวนโอโดริ เมื่อปี ค.ศ. 1950 (ปีโชวะ 25) ปัจจุบันได้กลายเป็นงานเทศกาลขนาดใหญ่ในฤดูหนาวของซัปโปโรที่มีผู้มาเยือนจากทั้งในและต่างประเทศถึงประมาณกว่า 2 ล้านคน บนพื้นที่ประมาณ 1.5 ตารางกิโลเมตรของสวนโอโดริ ภายในงานมีประติมากรรมหิมะต่างๆ ทั้งใหญ่น้อยตั้งเรียงรายกัน และมีการแสดงแสงสีรวมทั้งแสดงโชว์ต่างๆ ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินจนถึงสี่ทุ่ม นอกจากนี้ยังมีการจัดประกวดประติมากรรมหิมะโดยมีทีมจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วม รวมทั้งประเทศไทยก็ส่งเข้าประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศหลายครั้ง นอกจากนี้ที่ ซุซุกิโนะยังมีการประกวดแกะสลักน้ำแข็ง และแสดงแสงสีประติมากรรมน้ำแข็ง สามารถเดินเที่ยวชมและถ่ายภาพกันอย่างจุใจ

พักที่ Air Terminal Hotel โรงแรมมาตรฐาน มีห้องน้ำในตัว ฟรี WiFi

6 กุมภาพันธ์ 2563 ซัปโปโร-โตเกียว-กรุงเทพฯ

เช้าเช็กอินที่สนามบินซัปโปโร

07.45 ออกเดินทางจากซัปโปโร โดยเที่ยวบิน NH2152 แวะเปลี่ยนเครื่องการบินไทยที่สนามบินโตเกียว นาริตะ

11.45 ออกเดินทางกลับโดยการบินไทย เที่ยวบิน TG643

17.05 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมภาพประทับใจที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน