• ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line  คลิกที่นี่

  • ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com

  • โทร 02 399 5460 จ-ศ 09.30-18.00

30 ถนนอุดมสุข แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 โทร 0-2399-5460 แฟกซ์ 0-2398-2573  

sale@thailand-photo-tours.com

© 2019 by Thailand Photo Tours

ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line ได้ที่ @thailandphototours 

PETRA - JORDAN

New 7 Wonders

of the World

(เต็ม)

เจาะลึกนครเปตรา 9 วัน

ตามรอยอินเดียน่าโจนส์
ประเทศจอร์แดน 16-24 ธันวาคม 2562

ขอเชิญร่วมเดินทางทริปประเทศจอร์แดน ประเทศเก่าแก่ที่มีอารยธรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจยาวนานกว่าหกพันปีก่อนคริสตกาล เยือนนครโบราณ เปตรา หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก เที่ยวชมและถ่ายภาพนครเปตราอย่างเต็มอิ่มแบบเจาะลึก ทุกซอกทุกมุมของนครโบราณพันปี ชมฉากในภาพยนตร์ชื่อดังก้องโลก อินเดียน่าโจนส์ ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า ถ่ายภาพตั้งแต่แสงเช้าจรดแสงเย็น และกลางคืนกับทัวร์ Petra by Night ภายใต้แสงเทียนกว่า 1,500 เล่ม นับเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน พิเศษ! พักแค้มป์กลางทะเลทราย Wadi Rum อันงดงาม เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่เรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA” ชม วิหารเฮอร์คิวลิส เที่ยวชมนครเจอราช เมืองโบราณพันปี ตื่นตาตื่นใจกับทะเลเดดซี ทะเลเค็มที่สุดในโลก สามารถลงไปนอนลอยตัวได้โดยไม่มีวันจม 

 

นำทริปโดย อาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร ช่างภาพมืออาชีพ นำท่านสำรวจเปตรา นครลึกลับสีชมพูแบบเจาะลึก 4 วัน ถ่ายภาพกันอย่างเต็มอิ่ม ( นครเปตรายิ่งใหญ่มาก ไม่สามารถเที่ยวได้หมดในวันเดียว )

เปตรา เป็นชื่อมาจากภาษากรีก แปลว่าหิน ภาษาอารบิกหมายถึง นครหินแกะสลักโบราณ ซ่อนตัวอย่างลึกลับในหุบเขาวาดี มูซา หุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลเดดซีกับอ่าวอะกาบาในประเทศจอร์แดน นครนี้แต่เดิมนั้นเป็นนครแห่งการค้าขนาดใหญ่ซึ่งต่อมาถูกละทิ้งจนหายสาบสูญไปจากโลกนานกว่า 700 ปี จนเมื่อมีนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท เดินทางผ่านมาพบเห็นเข้าเมื่อปี พ.ศ. 2355 (ค.ศ. 1812) ปัจจุบันนครเปตราได้รับลงทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2528 โดยกล่าวอธิบายไว้ว่า "เป็นหนึ่งในสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ" มีความยิ่งใหญ่อลังการมาก ทริปนี้ใช้เวลาเฉพาะเปตราที่เดียว 4 วัน 3 คืน เจาะลึกทุกซอกมุม แบบทริปเดียวจบ (ส่วนใหญ่จะเที่ยวชมแบบฉาบฉวยครึ่งวันหรือหนึ่งวัน)

กำหนดการเดินทาง

16 ธันวาคม 2562  กรุงเทพฯ - อัมมาน  

22.00 พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
00.20 ออกเดินทางโดยสายการบินรอยัลจอร์แดนเนียล เที่ยวบิน RJ183 ( 9 ชั่วโมง 30 นาที )

 

17 ธันวาคม 2562  อัมมาน ( อาหารกลางวัน , ค่ำ )
04.40 ถึงสนามบินอัมมมาน ควีน อาเลีย ออกเดินทางต่อไปนครเปตรา แวะรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง
          ในทริปนี้เราจะเที่ยวชมนครเปตราอันยิ่งใหญ่แบบเจาะลึก 4 วัน เริ่มต้นด้วยการชมพิพิธภัณฑ์ประวัติความเป็นมาของนครเปตรา จากนั้นเข้าชมนครลึกลับสีชมพูอันน่าตื่นตาตื่นใจ เส้นทางช่วงแรกประมาณ 700 เมตร สามารถเลือกการเข้าชมได้โดยการเดินเท้า นั่งรถม้า หรือขี่ม้า แต่แนะนำให้เดิน ในฤดูหนาวเดือนธันวาคมอากาศเย็นสบาย และหนาวเล็กน้อยในตอนเช้า ทำให้การเดินเที่ยวชมสะดวกสบาย
​         หลังอาหารกลางวัน เดินเที่ยวชม The Sig ทางเดินแคบๆ สู่ใจกลางนครเปตรา เป็นทางเดินในช่องเขาสูงชัน ความยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร สองข้างทางมีรางน้ำโบราณอายุเก่าแก่นับพันปี บางช่วงแคบมากเพียงให้รถม้าผ่านได้เท่านั้น แต่บางช่วงก็กว้างราว 10 เมตร เส้นทางจะคดเคี้ยวไปมาอันเนื่องมาจากรอยแยกของภูเขาเมื่อหลายแสนปีก่อน ทางเดินถูกปรับให้ราบเรียบเดินได้อย่างสบายๆ บางช่วงที่มีแสงอาทิตย์ส่องลงมากระทบกับหน้าผา สะท้อนไปยังผนังปรากฏเป็นสีสันที่สวยงาม หลังจากเดินผ่าน The Siq จะพบกับภาพของ The Treasury อันน่าอัศจรรย์ที่เรียกกันว่า Lost cities of the world เนื่องจากนครโบราณแห่งนี้เคยหายสาบสูญไปกว่า 700 ปี สถานที่แห่งนี้คือหนึ่งในฉากภาพยนต์ชื่อดังก้องโลก ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า อินเดียน่าโจนส์
         พิเศษสุด! หลังอาหารค่ำมีโปรแกรมทัวร์กลางคืน Petra by Night เดินเข้าไปสู่ The Sig ที่ปักเทียนเอาไว้นับพันเล่มไปจนถึง  The Treasury ลานกว้างด้านหน้ามีเทียนนับร้อยจุดขึ้นจนสว่างไปทั่ว มองเห็นดาวล้านดวงเต็มท้องฟ้า ฟังดนตรีพื้นเมืองที่เล่าขานถึงเรื่องราวในอดีตโดยชาวนาบาเทียนที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหินแห่งนครเปตรา ก่อนที่จะถูกให้ออกไปอยู่พื้นที่ด้านนอกเมื่อนครแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก
​พักโรงแรม Movenpick Resort Petra ( 4 ดาว ) ฟรี WiFi

18-20 ธันวาคม 2562 เจาะลึกนครเปตรา ( อาหารเช้า, กลางวัน , ค่ำ )

         สามวันจากนี้ไปเราจะเจาะลึกนครเปตรากันให้มากขึ้นแบบทุกซอกทุกมุม หลังจากที่ได้อุ่นเครื่องมาแล้วในวันแรก ในทุกเช้าจะเดินเข้าไปในเส้นทางเดิมที่เรียกว่า The Sig จากนั้นจะมีเส้นทางเดินเที่ยว 3 เส้นทางหลัก แต่ละเส้นทางใช้เวลาเที่ยวชมแบบเต็มวันโดยไม่ต้องรีบร้อน วันที่สองในนครเปตราจะรับประทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ห์ภายในภัตราคารที่มีเพียงแห่งเดียว อีกสองวันที่เหลือจะรับประทานอาหารกลางวันในบรรยากาศแบบชนพื้นเมืองภายในนครเปตรา เมนูข้าวหมกไก่ 

         การเที่ยวชมจะเริ่มต้นด้วยการเดินชมบ้านเรือนชาวนาบาเทียน ชนเผ่าดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในนครแห่งนี้โดยการขุดโพรงเข้าไปในภูเขาหินเพื่อทำเป็นบ้านเรือน มองเห็นโพรงนับพันเต็มไปหมดทั่วทั้งหุบเขา โดยเชื่อกันว่าภายในบ้านจะเจาะหินเข้าไป ส่วนด้านนอกทำด้วยไม้ที่นำมาจากดินแดนอื่น เนื่องจากพิ้นที่แถบนี้มีแต่หิน ไม่มีต้นไม้
         ช่วงที่ต้องเดินขึ้นเขา จะเป็นบันไดหินอย่างดี เดินได้ง่าย แต่เส้นทางจะสูงชันมาก ใช้เวลาเดินขึ้นหลายชั่วโมง หากไม่ต้องการเดินสามารถใช้บริการนั่งลาขึ้นไปได้ ราคาค่อนข้างสูงประมาณ 10-15 ดีน่าร์ แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลือกเดินขึ้นไปเอง เพราะมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายภาพมากมายตลอดทาง
         เส้นทางท่องเที่ยวจะเดินผ่านถนนโบราณอายุนับพันปี แวะชมโรงละครโบราณของชาวโรมันซึ่งอยู่ริมถนนโบราณ เส้นทางเดินโบราณนี้เป็นเส้นทางที่มีความสำคัญที่สุดของโลกตะวันออก และเป็นเส้นทางสายไหมในยุคโบราณ สำหรับการขนส่งสินค้าจากจีนและอินเดีย สินค้าสำคัญๆ อาทิ ยางไม้หอม กำยาน เครื่องเทศของชาวอาหรับ ทองแดง เหล็ก เครื่องปั้นดินเผา รูปปั้น ผ้าย้อมของชาวฟินิเซียนล้วนถูกลำเลียงผ่านเมืองเปตราไปสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และชาวเปอร์เซีย ผ่านเส้นทางเดียวกับที่เราใช้เดินในวันนี้ ระหว่างทางจะเห็นเสาโรมันเรียงรายทั้งสองฝั่ง เรียกว่า The Colonnaded Street สร้างขึ้นในยุคที่โรมันเข้ามายึดครองนครเปตราแห่งนี้ และจากประตูเทมีโนส เมื่อมองย้อนกลับมา จะเห็นสุสานหลวงที่มีขนาดใหญ่โตเรียงรายอยู่ในแนวหน้าผาอันสูงชัน
         The Monastery สถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามและยิ่งใหญ่อลังการกว่า The Treasury สภาพยังคงสมบูรณ์แม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานานนับพันปี และมีจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่า End of the World มองเห็นวิวภูเขานับร้อยๆ ยอดรอบทิศทางแบบ 360 องศา แต่มองไม่เห็นเมืองเปตราที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาเบื้องล่าง เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้นครโบราณแห่งนี้หายสาบสูญไปในช่วงเวลาหนึ่งหลายร้อยปี          

         ในวันถัดไปเราจะเดินขึ้นเขาไปชมวิวมุมสูงที่งดงามของ The Treasury โดยการเดิน หรือจะนั่งลาขึ้นไปก็ได้ (ค่านั่งลาไม่รวมในค่าทริป ) ทางเดินเป็นบันไดหิน มีม้านั่งให้พักเหนื่อยเป็นระยะ เส้นทางจะผ่านสุสานหลวง และสุสานต่างๆ ที่เรียงรายกันอยู่ อาทิ Urn Tomb, Silk Tomb, Corinthian Tomb และ Palace Tomb ทั้งหมดมีการขุดเจาะสร้างติดต่อกันจากภูเขาลูกเดียว เมื่อถึงยอดเขา จะเห็นจุดชมวิวสุดอลังการ ภาพของ The Treasury ที่อยู่เบื้องล่างมองเห็นได้อย่างชัดเจน เป็นมุมอันซีนที่นักท่องเที่ยวไม่มากนักมีโอกาสขึ้นมาชม ระหว่างทางเดินลง จะมองเห็นนครเปตราอย่างชัดเจนทั้งเมืองในมุมมองพาโนรามา 180 องศา
           วันสุดท้ายของการเยือนนครเปตรา เราจะเดินขึ้นจุดชมวิวบนยอดเขาฝั่งตะวันตกมีชื่อเรียกว่า High Place สามารถมองเห็นวิวนครเปตราอันงดงาม เส้นทางยาวไกลมากที่สุด ใช้เวลาไปกลับมาประมาณ 4-5 ชั่วโมง วิวทิวทัศน์ที่งดงาม จะทำให้หายเหนื่อยเมื่อเดินทางไปถึง  
​พักที่โรงแรม Movenpick Resort Petra ( 4 ดาว ) ฟรี WiFi

21 ธันวาคม 2562  เปตรา - เวดิรัม ( อาหารเช้า, กลางวัน , ค่ำ )

08.00 อาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปยังทะเลทราย Wadi Rum ทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศ ซาอุฯเดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ (เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาบาเทียนก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานไปสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เมืองเเปตรา และเป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA” (ในปี ค.ศ.1963 สามารถกวาดรางวัลออสการ์ได้ถึง 7 รางวัล และรางวัลจากสถาบันอื่นๆ มากกว่า 30 รางวัล นำแสดง โดย Peter O'Toole, Omar Sharif ฯลฯ) ทะเลทราย Wadi Rum ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดงและกว้างใหญ่ไพศาล
หลังอาหารกลางวัน สนุกกับการนั่งรถจี๊บท่องทะเลทราย ชมภาพเขียนโบราณอายุเก่าแก่นับพันปีบนผนังหิน ชมสะพานหินธรรมชาติกลางทะเลทราย และไปรอชมแสงสีพระอาทิตย์ตก ณ จุดชมวิวที่งดงาม
พักที่ Wadi Rum Night Luxury Camp ในบรรยากาศดั้งเดิมของชาวจอร์แดน ( ช่วงค่ำอากาศหนาว อุณหภูมิประมาณ 5 องศาเซลเซียส ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม 
( หลังอาหารค่ำ ตั้งกล้องหน้าแค้มป์ ถ่ายภาพดาวล้านดวง และทางช้างเผือกกับวิวทะเลทรายเวดิ รัม )

22 ธันวาคม 2562 เวดิรัม - เดดซี ( อาหารเช้า, กลางวัน , ค่ำ )

ตื่นตีห้า รอถ่ายภาพแสงสีเช้าวันใหม่แห่งทะเลทรายเวดิ รัม
หลังอาหารเช้า เดินทางไปทะเลเดดซีที่มีความยาวกว่า 40 กิโลเมตร มองเห็นประเทศอิสราเอลอยู่ฝั่งตรงข้าม ทะเลเดดซี ถูกบันทึกลงในหนังสือ กินเนสส์บุ๊ค ว่า เป็นจุดที่ต่ำทีสุดในโลก ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร พลาดไม่ได้กับการพอกโคลนสีดำสนิท และลงเล่นน้ำทะเลเพื่อทดสอบการลอยตัวอยู่ในน้ำทะเลที่ไม่มีวันจม
        ทะเลเดดซีอยู่ระหว่างเทือกเขายูเดียที่ด้านเหนือ และที่ราบสูงทรานสจอร์แดนที่ด้านตะวันออก แม่น้ำจอร์แดนจะไหลจากทางเหนือมายังทะเลเดดซีนี้ ซึ่งมีความยาว 80 กิโลเมตร และมีความกว้างถึง 18 กิโลเมตร ส่วนพื้นที่นั้น 1,020 ตารางกิโลเมตร แหลมอัลลิซาน (แปลว่า ลิ้น) แบ่งทะเลสาบด้านตะวันออกเป็นสองส่วน ตอนเหนือใหญ่กว่า ล้อมรอบพื้นที่ 3/4 ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนความลึกนั้นประมาณ 400 เมตร แอ่งตอนเหนือนั้นเล็ก และตื้น (ลึกประมาณ 3 เมตร) ในสมัยที่เขียนคัมภีร์ไบเบิล จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 8 พื้นที่บริเวณตอนเหนือเท่านั้นที่มีผู้อยู่อาศัย และระดับน้ำต่ำกว่าในปัจจุบัน 35 เมตร
          คนชาวอาหรับจะเรียกทะเลสาบเดดซีกันว่า "อัลบาห์รัลไมยิต” หมายความว่า ทะเลมรณะ เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษ ขณะที่ภาษาฮีบรูเรียกทะเลสาบนี้ว่า "ยัมฮาเมละฮ์" ซึ่งหมายความว่า "ทะเลเกลือ" เป็นทะเลที่เค็มที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เค็มกว่าทะเลอื่นถึง 4 เท่า มีความยาว 76 กิโลเมตร กว้างถึง 18 กิโลเมตร มีจุดที่ลึกที่สุดคือ 400 เมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 417.5 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลกอีกแห่งด้วย สำหรับทะเลสาบเดดซี เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ชื่นชอบในการเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ เป็นทะเลที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย ยกเว้นแต่แบคทีเรียและเห็ดราบางชนิด
รับประทานอาหารค่ำและพักที่โรงแรม Dead Sea Resort & Spa ฟรี WiFi

23 ธันวาคม 2562 : เดดซี - เจอราช - อัมมาน ( อาหารเช้า, กลางวัน , ค่ำ )

หลังอาหารเช้า เดินทางไปชมนครเจอราช (JERASH) สถานที่ท่องเที่ยวทางสถาปัตยกรรมโบราณ ที่มีชื่อเสียงของประเทศจอร์แดน นครเจอราช (JERASH) หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ “เมืองพันเสา” ซึ่งในอดีตเคยเป็น 1 ใน 10 หัวเมืองเอกทางด้านตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล เดิมทีในอดีตเมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749 นครเจอราชแห่งนี้เจอแผ่นดินไหวหลายครั้ง กระทั่งครั้งใหญ่สุดได้ถล่มและทำลายเมืองไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งทำให้นครเจอราชกลายเป็นเมืองที่ถูกลืมไปเป็นพันปีและถูกทิ้งร้างจนมีคนมาขุดพบในปี ค.ศ.1878 โดยทางรัฐบาลของจอร์แดนได้กลับมาฟื้นฟูและทำการบูรณะสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง และนั่นจึงทำให้ความวิจิตรงดงามของเมืองโรมันโบราณกลับมาเผยโฉมต่อชาวโลกอีกครั้ง
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันที่เจอราช
บ่าย เดินทางกลับเมืองหลวงอัมมาน เมืองที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูง 6 ลูก มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 6,000 ปี ชมวิหารแห่งเฮอร์คิวลิส ที่อยู่บนจุดสูงสุดของใจกลางเมือง ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า Citadel of Amman บนยอดเขามองเห็นวิวเมืองอัมมานได้รอบทิศ 360 องศา วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นราวปี 161 - 180
หลังอาหารค่ำ 22.00 น. เดินทางไปสนามบินอัมมาน เดินทางกลับโดยสายการบินรอยัลจอร์แดนเนียล เที่ยวบิน RJ180 เครื่องออกเวลา 01.15 น.


24 ธันวาคม 2562 อัมมาน - กรุงเทพฯ

14.25 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

สภาพอากาศ
ธันวาคม เป็นฤดูหนาวของจอร์แดน กลางวันอุณหภูมิสูงสุด 20 องศา กลางคืน อุณหภูมิต่ำสุด 10 องศา ควรเตรียมเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันหนาว เนื่องจากทริปนี้มีการเที่ยวชมนครเปตราในเวลากลางคืน 1 วัน สำหรับทะเลทรายเวดิรัม อากาศจะหนาวกว่าที่นครเปตรา

ค่าใช้จ่าย ท่านละ 95,000 บาท ( พักเดี่ยว เพิ่ม 16,000 บาท ) , สมาชิกเก่าที่เคยเดินทางร่วมทริปกับเรามาแล้ว ลดท่านละ 1,000 บาท
มัดจำเมื่อจองทริป 30,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2562

การยกเลิกทริป : 
1. แจ้งยกเลิกก่อนวันที่ 1 กันยายน 2562 คืนมัดจำเต็มจำนวน
2. แจ้งยกเลิก 2 กันยายน ถึง 30 กันยายน 2562 หักค่าทริป 20%
3. แจ้งยกเลิก 1 - 31 ตุลาคม 2562 หักค่าทริป 50%
4. แจ้งยกเลิกหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 หักค่าทริป 100%

ค่าใช้จ่ายรวม
ตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัดไปกลับ สายการบิน รอยัล จอร์แดนเนี่ยน ( บินตรง )
ที่พักโรงแรมและแค้มป์ในทะเลทรายเวดิรัมตามโปรแกรม

ค่าวีซ่าเข้าประเทศจอร์แดน
อาหารทุกมื้อเริ่มจากอาหารกลางวันในวันที่ 2 ธันวาคม ถึง ค่ำวันที่ 8 ธันวาคม 2561
ค่ารถบัสนำเที่ยวตามโปรแกรม
ค่าบัตรเข้าชมนครเปตรา
ค่าเล่นน้ำทะเลเดดซีพร้อมบริการผ้าเช็ดตัว ( ชุดว่ายน้ำต้องเตรียมไปเอง )
ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามโปรแกรม
ค่ารถ 4x4 ท่องทะเลทรายเวดิรัม
ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1,000,000 บาท

ค่าใช้จ่ายไม่รวม
ค่านั่งรถม้า ขี่ม้า และขี่ลาในเปตรา
ค่าทิปไกด์และคนขับรถ

อัตราแลกเปลี่ยน
ควรแลกเป็นเงิน USD หรือ EURO แล้วไปแลกเงิน JOD ที่สนามบินอัมมาน 1 ดีนาร์จอร์แดนประมาณ 50 บาท

สิ่งของที่ควรนำไป
1. เสื้อผ้ากันหนาว หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ
2. ไฟฉาย สำหรับการถ่ายภาพในเวลากลางคืน
​3. ยาประจำตัว ( ถ้ามี )

อุปกรณ์ถ่ายภาพที่แนะนำ
1. กล้อง DSLR หรือ Mirrorless
2. เลนส์มุมกว้างมากๆ (มี fisheye ก็ใช้ได้ดี)
3. เลนส์เทเลซูม 70-200 มม.
4. ขาตั้งกล้อง + สายลั่นชัตเตอร์
5. ฟิลเตอร์ C-PL