ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line ได้ที่ @thailandphototours 

PETRA - JORDAN

New 7 Wonders

of the World

เจาะลึกนครเปตรา 10 วัน ตามรอยอินเดียน่าโจนส์
ประเทศจอร์แดน 2-11 ธันวาคม 2565 ( ว่าง 4 ที่ )

PC201907.jpg

ขอเชิญร่วมเดินทางทริปประเทศจอร์แดน ประเทศเก่าแก่ที่มีอารยธรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจยาวนานกว่าหกพันปีก่อนคริสตกาล เยือนนครโบราณ เปตรา หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก เที่ยวชมและถ่ายภาพนครเปตราอย่างเต็มอิ่มแบบเจาะลึก ทุกซอกทุกมุมของนครโบราณพันปี ชมฉากในภาพยนตร์ชื่อดังก้องโลก อินเดียน่าโจนส์ ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า ถ่ายภาพตั้งแต่แสงเช้าจรดแสงเย็น และกลางคืนกับทัวร์ Petra by Night ภายใต้แสงเทียนกว่า 1,500 เล่ม นับเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน พิเศษ! พักแค้มป์กลางทะเลทราย Wadi Rum อันงดงาม เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่เรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA” ชม วิหารเฮอร์คิวลิส ตื่นตาตื่นเใจกับเส้นทาง KINGS HIGH WAY อันงดงาม และเที่ยวชมนครเจอราช เมืองโบราณพันปี ตื่นตาตื่นใจกับทะเลเดดซี ทะเลเค็มที่สุดในโลก สามารถลงไปนอนลอยตัวได้โดยไม่มีวันจม จอร์แดนนับเป็นประเทศที่น่าเที่ยวมากที่สุดในตะวันออกกลาง มีบรรยากาศการเมืองที่สงบ มีแต่สันติภาพ แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ บินตรงสู่เมืองอัมมานโดยสายการบินรอยังจอร์แดนเนียล นำทริปโดย อาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร และทีมงาน

0y1o9325_orig.jpg

ค่าใช้จ่าย ท่านละ 98,000 บาท ( พักเดี่ยว เพิ่ม 19,000 บาท ) , สมาชิกเก่าที่เคยเดินทางร่วมทริปกับเรามาแล้ว ลดท่านละ 3,000 บาท
มัดจำเมื่อจองทริป 30,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระภายในวันที่ 1 กันยายน 2565

การยกเลิกทริป : 
1. แจ้งยกเลิกก่อนวันที่ 1 กันยายน 2565 คืนมัดจำเต็มจำนวน
2. แจ้งยกเลิกหลังวันที่ 1 กันยายน 2565 หักค่าทริป 20%
3. แจ้งยกเลิกหลังวันที่ 25 กันยายน 2565 หักค่าทริป 50%
4. แจ้งยกเลิกหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 หักค่าทริป 100%

ค่าใช้จ่ายรวม

ค่าวีซ่า (ขอวีซ่าเมื่อเดินทางถึงสนามบินจอร์แดน)
ตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัดไปกลับ สายการบิน รอยัล จอร์แดนเนี่ยน ( บินตรง )
ที่พักโรงแรมและแค้มป์ในทะเลทรายเวดิรัม 7 คืนตามโปรแกรม
อาหารทุกมื้อตามโปรแกรม
ค่ารถบัสนำเที่ยวตามโปรแกรม
ค่าบัตรเข้าชมนครเปตรา
ค่าเล่นน้ำทะเลเดดซี ( ชุดว่ายน้ำต้องเตรียมไปเองหรือเช่าจากโรงแรม )
ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามโปรแกรม
ค่ารถ 4x4 ท่องทะเลทรายเวดิรัม

ค่าขี่อูฐท่องทะเลทรายเวดิรัม
ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 2,000,000 บาท

ค่าใช้จ่ายไม่รวม
ค่านั่งรถม้า ขี่ม้า และขี่ลาในเปตรา
ค่าทิปทีมงาน, ไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ

สิ่งของที่ควรนำไป
1. เสื้อผ้ากันหนาว หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ
2. ไฟฉาย สำหรับการเข้าชมนครเปตราตอนกลางคืน
​3. ยาประจำตัว ( ถ้ามี )

การขอวีซ่า : คนไทย ถือ Passport ไทย ยื่นขอวีซ่าได้เมื่อเดินทางถึงประเทศจอร์แดนแบบ Visa on Arrival

 

สภาพอากาศธันวาคม เป็นฤดูหนาวของจอร์แดน กลางวันอุณหภูมิสูงสุด 20 องศา กลางคืน อุณหภูมิต่ำสุด 10 องศา ควรเตรียมเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันหนาว เนื่องจากทริปนี้มีการเที่ยวชมนครเปตราในเวลากลางคืน 1 วัน สำหรับทะเลทรายเวดิรัม อากาศจะหนาวกว่าที่นครเปตรา

ICE_9005.jpg

กำหนดการเดินทาง

2 ธันวาคม 2565  กรุงเทพฯ - อัมมาน  

22.00 พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
00.20 ออกเดินทางโดยสายการบินรอยัลจอร์แดนเนียล เที่ยวบิน RJ183 ( 9 ชั่วโมง 30 นาที )

 

3 ธันวาคม 2565  อัมมาน ( อาหารกลางวัน , ค่ำ )
04.50 ถึงสนามบินอัมมมาน ควีน อาเลีย ออกเดินทางต่อไปนครเปตรา แวะรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง
   บ่าย เดินทางถึงเมืองเปตรา เที่ยวชม Little Petra 
หรือที่รู้จักในชื่อ Siq al-Barid  แปลตามตัวอักษรว่า "หุบเขาเย็น" เป็นโบราณสถานตั้งอยู่ทางเหนือของเปตราและเมืองวาดี มูซา ในเขตผู้ว่าการมาอันแห่งจอร์แดน เช่นเดียวกับเปตรา สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่มีอาคารแกะสลักอยู่ในผนังของหุบเขาหินทราย ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึกยาวประมาณ 450 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานโบราณคดีเปตรา และเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก คาดว่าสร้างขึ้นในช่วงที่อิทธิพลของชาวนาบาเทียนสูงที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 1 จุดประสงค์ของอาคารบางหลังยังไม่ชัดเจนนัก นักโบราณคดีเชื่อว่าบริเวณที่ซับซ้อนทั้งหมดเป็นย่านชานเมืองเปตรา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของนาบาเทียน พ่อค้าบนเส้นทางสายไหม หลังจากการล่มสลายของชาวนาบาเทียน สถานที่แห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างจนจมหายไปกับทรายเหมือนนครเปตรา และถูกขุดขึ้นมาในศตวรรษที่ 20 โดย Diana Kirkbride และ Brian Byrd

   ต่อมาในปี 2010 บิคลิเนียมหรือห้องรับประทานอาหารในโพรงถ้ำแห่งหนึ่งถูกค้นพบว่ายังมีงานศิลปะภายในที่ยังหลงเหลืออยู่ซึ่งมีภาพองุ่น เถาวัลย์ และพุตตี ประกอบเป็นภาพด้วยจานสีที่หลากหลาย อาจเป็นการแสดงความเคารพต่อเทพเจ้ากรีกไดโอนิซูสและแสดงให้เห็นถึงการนิยมบริโภคไวน์ จิตรกรรมฝาผนังบนเพดานนี้มีอายุ 2,000 ปี 

   จากนั้นเดินทางไปเช็กอินเข้าโรงแรมที่พัก แล้วนำท่านชมพิพิธภัณฑ์ประวัติความเป็นมาของนครเปตรา 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์
​พักโรงแรม Movenpick Resort Petra ( 4 ดาว ) ฟรี WiFi

ICE_8496.jpg
20181205 #2_190319_0033.jpg
PC191356.jpg
PC180327.jpg

4 ธันวาคม 2565  เจาะลึกนครเปตรา ( อาหารเช้า, กลางวัน , ค่ำ )

   หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เราจะเจาะลึกนครเปตรากันให้มากขึ้นแบบเต็มวัน เริ่มต้นด้วยการเดินยาวประมาณ 700 เมตร ในบรรยากาศเย็นสบายยามเช้าซึ่งเดือนธันวาคมจะเป็นฤดูหนาวของที่นี่ ท่านจะได้พบกับ The Sig ทางเดินที่มีลักษณะเป็นช่องเขาแคบๆ สู่ใจกลางนครเปตรา ความยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร สองข้างทางมีรางน้ำโบราณอายุเก่าแก่นับพันปี บางช่วงแคบมากเพียงให้รถม้าผ่านได้เท่านั้น แต่บางช่วงก็กว้างราว 10 เมตร เส้นทางจะคดเคี้ยวไปมาอันเนื่องมาจากรอยแยกของภูเขาเมื่อหลายแสนปีก่อน ทางเดินถูกปรับให้ราบเรียบเดินได้อย่างสบายๆ บางช่วงที่มีแสงอาทิตย์ส่องลงมากระทบกับหน้าผา สะท้อนไปยังผนังปรากฏเป็นสีสันที่สวยงาม 

   พ้นทางเดินในช่องเขาจะพบกับ The Treasury อันน่าอัศจรรย์ที่เรียกกันว่า Lost cities of the world เนื่องจากนครโบราณแห่งนี้เคยหายสาบสูญไปกว่า 700 ปี สถานที่แห่งนี้คือหนึ่งในฉากภาพยนต์ชื่อดังก้องโลก ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า อินเดียน่าโจนส์ หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายออกไปทำให้มีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนเดินทางมาเที่ยวชมนครเปตรา จนทำให้เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมมากที่สุดในโลกจากการโหวตทางอินเตอร์เน็ต

   จากนั้นเดินเที่ยวชมบ้านเรือนชาวนาบาเทียน ชนเผ่าดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในนครแห่งนี้โดยการขุดโพรงเข้าไปในภูเขาหินเพื่อทำเป็นบ้านเรือน มองเห็นโพรงหินเต็มไปหมดทั่วทั้งหุบเขา โดยเชื่อกันว่าภายในบ้านจะเจาะหินเข้าไป ส่วนด้านนอกทำด้วยไม้ที่นำมาจากดินแดนอื่น เนื่องจากพิ้นที่แถบนี้มีแต่หิน ไม่มีต้นไม้นั่นเอง

   เส้นทางท่องเที่ยวจะเดินผ่านถนนโบราณอายุนับพันปี แวะชมโรงละครโบราณของชาวโรมันซึ่งอยู่ริมถนนโบราณ เส้นทางเดินโบราณนี้เป็นเส้นทางที่มีความสำคัญที่สุดของโลกตะวันออก และเป็นเส้นทางสายไหมในยุคโบราณ สำหรับการขนส่งสินค้าจากจีนและอินเดีย สินค้าสำคัญๆ อาทิ ยางไม้หอม กำยาน เครื่องเทศของชาวอาหรับ ทองแดง เหล็ก เครื่องปั้นดินเผา รูปปั้น ผ้าย้อมของชาวฟินิเซียนล้วนถูกลำเลียงผ่านเมืองเปตราไปสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และชาวเปอร์เซีย ผ่านเส้นทางเดียวกับที่เราใช้เดินในวันนี้ ระหว่างทางจะเห็นเสาโรมันเรียงรายทั้งสองฝั่ง เรียกว่า The Colonnaded Street สร้างขึ้นในยุคที่โรมันเข้ามายึดครองนครเปตราแห่งนี้ และจากประตูเทมีโนส เมื่อมองย้อนกลับมา จะเห็นสุสานหลวงที่มีขนาดใหญ่โตเรียงรายอยู่ในแนวหน้าผาอันสูงชัน
   เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ห์ภายในภัตราคารที่มีเพียงแห่งเดียวในนครโบราณแห่งนี้ 

   บ่าย เดินเท้าขึ้นสู่ The Monastery สถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามและยิ่งใหญ่อลังการกว่า The Treasury สภาพยังคงสมบูรณ์น่าตื่นตาตื่นใจมากทีเดียว แม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานานนับพันปีแล้วก็ตาม และมีจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่า End of the World มองเห็นวิวภูเขานับร้อยๆ ยอดรอบทิศทางแบบ 360 องศา แต่มองไม่เห็นเมืองเปตราที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาเบื้องล่าง เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้นครโบราณแห่งนี้หายสาบสูญไปในช่วงเวลาหนึ่งหลายร้อยปี   

​พักที่โรงแรม Movenpick Resort Petra ( 4 ดาว ) ฟรี WiFi

ICE_8535.jpg
ICE_8607.jpg
20181205 #3_190319_0001.jpg

5 ธันวาคม 2565  เจาะลึกนครเปตรา ( อาหารเช้า, กลางวัน , ค่ำ )  

   หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินเข้าสู่นครเปตราอีกครั้งในเส้นทางเดิม ผ่าน The Siq จากนั้นจะเดินขึ้นเขาไปชมวิวมุมสูงที่งดงามของ The Treasury  ทางเดินเป็นบันไดหิน มีม้านั่งให้พักเหนื่อยเป็นระยะ เส้นทางจะผ่านสุสานหลวง และสุสานต่างๆ ที่เรียงรายกันอยู่ อาทิ Urn Tomb, Silk Tomb, Corinthian Tomb และ Palace Tomb ทั้งหมดมีการขุดเจาะสร้างติดต่อกันจากภูเขาลูกเดียว เมื่อถึงยอดเขา จะเห็นจุดชมวิวสุดอลังการ ภาพของ The Treasury ที่อยู่เบื้องล่างมองเห็นได้อย่างชัดเจน เป็นมุมอันซีนที่นักท่องเที่ยวไม่มากนักมีโอกาสขึ้นมาชม  และระหว่างทางเดินลง จะมองเห็นนครเปตราอย่างชัดเจนทั้งเมืองในมุมมองพาโนรามา 180 องศา

 เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ห์ภายในนครเปตรา

   บ่ายอิสระเดินเที่ยวชมตามอัธยาศรัย

   พิเศษสุด! หลังอาหารค่ำมีโปรแกรมทัวร์กลางคืน Petra by Night เดินเข้าไปสู่ The Sig ที่ปักเทียนเอาไว้นับพันเล่มไปจนถึง  The Treasury ลานกว้างด้านหน้ามีเทียนนับร้อยจุดขึ้นจนสว่างไปทั่ว มองเห็นดาวล้านดวงเต็มท้องฟ้า ฟังดนตรีพื้นเมืองที่เล่าขานถึงเรื่องราวในอดีตโดยชาวนาบาเทียนที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหินแห่งนครเปตรา ก่อนที่จะถูกให้ออกไปอยู่พื้นที่ด้านนอกเมื่อนครแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

​พักที่โรงแรม Movenpick Resort Petra ( 4 ดาว ) ฟรี WiFi

6 ธันวาคม 2561  เปตรา - เวดิรัม ( อาหารเช้า, กลางวัน , ค่ำ )

   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นเช็กเอ้าท์ออกเดินทางไปยังทะเลทราย Wadi Rum ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

   เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน

   บ่าย เปลี่ยนไปนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อเพื่อเดินทางต่อในทะเลทราย ซึ่งนอดีตเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศ ซาอุฯ เดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ (เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาบาเทียนก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานไปสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เมืองเเปตรา และเป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA” (ในปี ค.ศ.1963 สามารถกวาดรางวัลออสการ์ได้ถึง 7 รางวัล และรางวัลจากสถาบันอื่นๆ มากกว่า 30 รางวัล นำแสดง โดย Peter O'Toole, Omar Sharif ฯลฯ)

พักที่ Aisha Camp Wadi Rum

PC212539.jpg
ICE_9657.jpg
ICE_9780.jpg
PC223061.jpg

7 ธันวาคม 2561  เวดิรัม ( อาหารเช้า, กลางวัน , ค่ำ )

   หลังอาหารเช้า เราจะเที่ยวชมทะเลทราย Wadi Rum ซึ่งได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดงและกว้างใหญ่ไพศาล  สนุกกับการนั่งรถจี๊บท่องทะเลทราย กิจกรรมขี่อูฐท่องทะเลทราย เที่ยวชมภาพเขียนโบราณอายุเก่าแก่นับพันปีบนผนังหิน ชมสะพานหินธรรมชาติกลางทะเลทราย และชมแสงสีพระอาทิตย์ตก ณ จุดชมวิวที่งดงาม
( หากท้องฟ้าเปิด ในช่วงกลางคืนจะได้ถ่ายภาพดาวล้านดวงและทางช้างเผือกอันสวยงาม )

พักที่ Aisha Camp Wadi Rum ในบรรยากาศดั้งเดิมของชาวจอร์แดน ( ช่วงค่ำอากาศหนาว อุณหภูมิประมาณ 5 องศาเซลเซียส ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม 

DSC_4315.jpg
DSC_4368 edit.jpg
PC212940.jpg
PC223057.jpg

8 ธันวาคม 2561 เวดิรัม - เดดซี ( อาหารเช้า, กลางวัน , ค่ำ )

   หลังอาหารเช้า เดินทางไปทะเลเดดซี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง

   เย็น เดินทางถึงทะเลสาบเดดซี ซึ่งมีความยาวกว่า 40 กิโลเมตร มองเห็นประเทศอิสราเอลอยู่ฝั่งตรงข้าม ทะเลเดดซี ถูกบันทึกลงในหนังสือ กินเนสส์บุ๊ค ว่า เป็นจุดที่ต่ำทีสุดในโลก ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร พลาดไม่ได้กับการพอกโคลนสีดำสนิท และลงเล่นน้ำทะเลเพื่อทดสอบการลอยตัวอยู่ในน้ำทะเลที่ไม่มีวันจม ( หากคลื่นลมแรงจะไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำทะเล สามารถทดสอบลอยตัวในน้ำทะเลเดดซีได้ในเช้าวันถัดไป)

รับประทานอาหารค่ำและพักที่โรงแรม Holiday Inn Resort  Dead Sea ฟรี WiFi

 

9 ธันวาคม 2561 เดดซี ( อาหารเช้า, กลางวัน , ค่ำ )
   หลังอาหารเช้าที่โรงแรม อิสระพักผ่อนเล่นน้ำทะเลตามอัธยาศรัย จากนั้นไปชม Dead Sea Museum จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับทะเลเดดซี

   ทะเลเดดซีอยู่ระหว่างเทือกเขายูเดียที่ด้านเหนือ และที่ราบสูงทรานสจอร์แดนที่ด้านตะวันออก แม่น้ำจอร์แดนจะไหลจากทางเหนือมายังทะเลเดดซีนี้ ซึ่งมีความยาว 80 กิโลเมตร และมีความกว้างถึง 18 กิโลเมตร ส่วนพื้นที่นั้น 1,020 ตารางกิโลเมตร แหลมอัลลิซาน (แปลว่า ลิ้น) แบ่งทะเลสาบด้านตะวันออกเป็นสองส่วน ตอนเหนือใหญ่กว่า ล้อมรอบพื้นที่ 3/4 ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนความลึกนั้นประมาณ 400 เมตร แอ่งตอนเหนือนั้นเล็ก และตื้น (ลึกประมาณ 3 เมตร) ในสมัยที่เขียนคัมภีร์ไบเบิล จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 8 พื้นที่บริเวณตอนเหนือเท่านั้นที่มีผู้อยู่อาศัย และระดับน้ำต่ำกว่าในปัจจุบัน 35 เมตร
   คนชาวอาหรับจะเรียกทะเลสาบเดดซีกันว่า "อัลบาห์รัลไมยิต” หมายความว่า ทะเลมรณะ เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษ ขณะที่ภาษาฮีบรูเรียกทะเลสาบนี้ว่า "ยัมฮาเมละฮ์" ซึ่งหมายความว่า "ทะเลเกลือ" เป็นทะเลที่เค็มที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เค็มกว่าทะเลอื่นถึง 4 เท่า มีความยาว 76 กิโลเมตร กว้างถึง 18 กิโลเมตร มีจุดที่ลึกที่สุดคือ 400 เมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 417.5 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลกอีกแห่งด้วย สำหรับทะเลสาบเดดซี เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ชื่นชอบในการเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ เป็นทะเลที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย ยกเว้นแต่แบคทีเรียและเห็ดราบางชนิด

    จุดหมายต่อไปเที่ยวชมหายทรายเกลือ ตื่นตาตื่นใจกับชายหาดที่เป็นผลึกเกลือสีขาวจำนวนมาก บางส่วนเป็นเกลือที่จับอยู่บนก้อนหิน เป็นภาพที่แปลกตาและมีที่เดียวในโลก

    หลังอาหารกลางวัน  เดินทางขึ้นสู่เขาเนโบ เพื่อชม Memorial Church of Moses เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวถึงในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า "เป็นสถานที่ที่โมเสสได้มาเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า และได้เห็นดินแดนแห่งพันธสัญญาที่พระเจ้าประทานให้" นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าโมเสสจบชีวิตและถูกฝังลง ณ ที่แห่งนี้ ปัจจุบันยอดเขาเนโบเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจอร์แดน อันถือเป็นปลายทางของเส้นทางแสวงบุญสำหรับผู้ศรัทธา โดยมีไฮไลท์คือการถ่ายรูปเซลฟี่กับไม้กางเขนบนยอดเขาแห่งนี้

   เย็น เดินทางกลับโรงแรม อิสระพักผ่อนตามอัธยาศรัย
รับประทานอาหารค่ำและพักที่โรงแรม Holiday Inn Resort Dead Sea ฟรี WiFi

salt.jpg
PC223277.jpg
PC223336.jpg
Holiday Inn Resort Dead Sea.jpg
PC223363.jpg

10 ธันวาคม 2561 : เดดซี - เจอราช - อัมมาน ( อาหารเช้า, กลางวัน , ค่ำ )

    หลังอาหารเช้า เดินทางไปชมนครเจอราช (JERASH) สถานที่ท่องเที่ยวทางสถาปัตยกรรมโบราณ ที่มีชื่อเสียงของประเทศจอร์แดน นครเจอราช (JERASH) หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ “เมืองพันเสา” ซึ่งในอดีตเคยเป็น 1 ใน 10 หัวเมืองเอกทางด้านตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล เดิมทีในอดีตเมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749 นครเจอราชแห่งนี้เจอแผ่นดินไหวหลายครั้ง กระทั่งครั้งใหญ่สุดได้ถล่มและทำลายเมืองไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งทำให้นครเจอราชกลายเป็นเมืองที่ถูกลืมไปเป็นพันปีและถูกทิ้งร้างจนมีคนมาขุดพบในปี ค.ศ.1878 โดยทางรัฐบาลของจอร์แดนได้กลับมาฟื้นฟูและทำการบูรณะสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง และนั่นจึงทำให้ความวิจิตรงดงามของเมืองโรมันโบราณกลับมาเผยโฉมต่อชาวโลกอีกครั้ง
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันที่เจอราช
บ่าย เดินทางกลับเมืองหลวงอัมมาน เมืองที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูง 6 ลูก มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 6,000 ปี ชมวิหารแห่งเฮอร์คิวลิส ที่อยู่บนจุดสูงสุดของใจกลางเมือง ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า Citadel of Amman บนยอดเขามองเห็นวิวเมืองอัมมานได้รอบทิศ 360 องศา วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นราวปี 161 - 180
หลังอาหารค่ำ เดินทางไปสนามบินอัมมาน 

01.15 น. เดินทางกลับโดยสายการบินรอยัลจอร์แดนเนียล เที่ยวบิน RJ182 (ใช้เวลาบินประมาณ 8 ชั่วโมง)


11 ธันวาคม 2561 อัมมาน - กรุงเทพฯ

14.25 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมภาพประทับใจที่จะอยู่ในความทรงจำดีๆ ไปอีกนานแสนนาน

PC233694.jpg
PC233726.jpg
PC233573.jpg