top of page

คัมชัตคา (Kamchatka) 

ดินแดนที่โลกลืมอันไกลโพ้น

เยือนถิ่นภูเขาไและหมีสีน้ำตาล 

5-16 สิงหาคม 2567

2.jpg
gorely volcano.jpg

  คาบสมุทรคัมชัตคา Kamchatka Peninsula คาบสมุทรที่ยาวเหยียดถึง 1,250 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของรัสเซีย ทิศใต้คือเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น และทิศตะวันออกคือรัฐอลาสก้าของอเมริกา คาบสมุทรคัมชัตคามีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 270,000 ตารางกิโลเมตร  ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นดินแดนที่เรียกว่า วงแหวนแห่งไฟ Ring of Fire รอยต่อของเปลือกโลกที่เชื่อมต่อไปถึงอะลาสก้า มีภูเขาไฟมากถึง 160 ลูก เท่ากับ 10% ของภูเขาไฟทั้งหมดบนโลกใบนี้ และยังมีร่องทะเลลึกที่สุดในโลกถึง 10,500 เมตรอยู่ทางฝั่งทะเลด้านตะวันออกเฉียงใต้ ดินแดนแห่งนี้ยังมี กลาเซียร์ หรือธารน้ำแข็งมากกว่า 400 แห่ง มีแม่น้ำมากกว่า 14,000 สาย น้ำพุร้อนกว่า 200 แห่ง เป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ได้ชื่อว่า ดินแดนสุดขอบโลกอัน น่ามหัศจรรย์ และยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์นานาชนิด ทั้งบนบกและในทะเลกว้าง อาทิ หมีสีน้ำตาล ปลาเซลมอน วาฬ และอื่นๆ อีกมากมาย น้อยคนนักที่มีโอกาสได้ไปเยือน

  สำหรับทริปนี้เดินทางเดือนสิงหาคม เป็นช่วงเวลาที่ปลาแซลมอนนับล้านๆ ตัว พากันว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ยังแหล่งต้นน้ำลำธาร และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่บรรดาหมีสีน้ำตาลหลายร้อยตัวจะไปชุมนุมกันที่ลำธารเพื่อจับปลาแซลมอนกินเป็นอาหารตลอดทั้งเดือน ก่อนเข้าสู่ฤดูจำศีลในถ้ำราวเดือนพฤศจิกายน ทำให้ผืนป่าดูคึกคักตลอดทั้งวัน ถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิดและปลอดภัย ในแพลทฟอร์มที่สร้างขึ้นริมแม่น้ำสำหรับถ่ายภาพโดยเฉพาะ และมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคอยดูแลอย่างใกล้ชิด นับเป็นสถานที่ถ่ายภาพหมีสีน้ำตาลล่าปลาแซลมอนดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก!

  ที่พักตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ Kurilskoye Lake รายล้อมไปด้วยภูเขาไฟที่งดงาม นับเป็นจุดหมายหลักแห่งหนึ่งของผู้ที่เดินทางไปเยือนคัมชัตคา บ้านพักเป็นเคบินไม้สองชั้น บรรยากาศเงียบสงบ ปราศจากการสื่อสารทุกชนิด มีแต่ธรรมชาติ 100% นอกจากปลาแซลมอน หมีสีน้ำตาล ยังจะได้พบเห็นความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่าอีกหลายชนิด อาทิ นกอินทรีทะเล Stellar sea eagle's ที่ทำรังวางไข่ในช่วงเดือนกันยายน 

   พิเศษสุด นำท่านนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวทางภาคเหนือของคัมชัตคา ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกจากยูเนสโก เป็นดินแดนที่มีภูเขาไฟมากที่สุดในโลก! ชมทิวทัศน์ของภูเขาไฟจากมุมสูง และเมื่อร่อนลงสู่ภาคพื้น จะตื่นตาตื่นใจเส้นทางเดินชมทิวทัศน์ของน้ำพุร้อนกีเซอร์ และภูเขาไฟ Caldera Uzon volcano 

   อีกหนึ่งไฮไลท์คือล่องเรือชมอ่าว Avacha Bay ( พักบนเรือ 1 คืน ) ที่นี่คือถิ่นอาศัยของสิงโตทะเล แมวน้ำ และปลาวาฬนานาชนิด ชมอาหารทะเลสดๆ นับเป็นประสบการณ์ที่น้อยคนจะมีโอกาศได้สัมผัส 

   ปิดทริปด้วยการนั่งรถขับเคลื่อน 6 ล้อขนาดใหญ่ ตะลุยสู่กลางภูเขาไฟ เพื่อชมถ้ำน้ำแข็งสุดมหัศจรรย์ ซึ่งมีเพียงไม่กี่แห่งบนโลกใบนี้ นำทริปโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร รับสมาชิกร่วมทริปเพียง 12 ท่านเท่านั้น

จำนวนสมาชิก 12 ท่าน

ค่าใช้จ่าย ท่านละ  320,000 บาท

การจองทริป : ชำระมัดจำ 80,000 บาทในวันจองทริป

ส่วนที่เหลือ : ชำระภายใน 1 พฤษภาคม 2567

วีซ่า : คนไทยถือ Passport ไทย ไม่ต้องของวีซ่าท่องเที่ยว


ค่าใช้จ่ายรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับชั้นประหยัดตามโปรแกรม ระหว่างประเทศและในประเทศทุกเที่ยวบิน

  • ค่าที่พักโรงแรม เคบิน และที่พักบนเรือตามโปรแกรม

  • ค่าเฮลิคอปเตอร์ เรือ และพาหนะต่างๆ ที่ใช้ในการเดินทางทั้งหมดตามโปรแกรม

  • ค่าใบอนุญาตเข้าพื้นที่และถ่ายภาพใน Kurilskoye Lake

  • ค่าไกด์นำเที่ยวตามโปรแกรม

  • ค่าอาหารทุกมื้อตามโปรแกรม

ค่าใช้จ่ายไม่รวม

1. ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวตามโปรแกรม

2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ ระหว่างเดินทาง

DSC_5245.jpg

5 สิงหาคม 2567 กรุงเทพฯ

13.00 พร้อมกันที่สนามบินสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

15.55 ออกเดินทางโดยสายการบิน S7

23.30 เดินทางถึงเมืองอีคุสร์

 

6 สิงหาคม 2567 ปิตราปัฟลัฟสค์-คัมชัตสกี

00.25 ออกเดินทางต่อโดยสายการบิน S7 

09.15 เดินทางถึงเมืองปิตราปัฟลัฟสค์-คัมชัตสกี เดินทางไปเช็กอินที่โรงแรม จากนั้นนำท่านไปรับประทานอาหารกลางวัน

   บ่าย นำท่านไปเลือกซื้อรองเท้าบู้ทยางกันน้ำ (บางวันต้องเดินข้ามลำธารตื้นๆ เพื่อไปชมหมีสีน้ำตาลล่าแซลมอน) จากนั้นอิสระพักผ่อนตามอัธยาศรัย และรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม

พักที่โรงแรมปิตราปัฟลัฟสค์

 

สิงหาคม 2567 ภูเขาไฟ Ksudach Volcano , ทะเลสาบ Kuril Lake  ( วันที่ 7-10 สิงหาคม ไม่มีสัญญานโทรและอินเตอร์เน็ต )

  เช้าเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง MI-8 เดินทางไปยังภูเขาไฟ Ksudach Volcano ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางจะพบเห็นภูมิประเทศของดินแดนภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยยอดเขาน้อยใหญ่ ปกคลุมไปด้วยหิมะอย่างสวยงาม ไม่เหมือนที่ใดในโลก เครื่องจะร่อนลงที่ปากปล่องภูเขาไฟ มองเห็นทะเลสาบสีฟ้าที่งดงาม (หากสภาพอากาศไม่อำนวย จะบินลง Ksudach ในวันกลับ) เที่ยวชมทะเลสาบในปล่องภูเขาไฟ จากนั้นออกเดินทางต่อไปยังทะเลสาบ Kuril Lake ถิ่นที่อยู่ของปลาแซลมอนนับล้านๆ ตัว และหมีสีน้ำตาลที่อาศัยอยู่อย่างชุกชุมในพื้นที่แถบนี้ เฮลิคอปเตอร์จะร่อนลงจอดใกล้ๆ บ้านพักหลังใหญ่ที่ทำด้วยไม้ทั้งหลัง มีห้องพัก ห้องน้ำ พร้อมระเบียงชมวิวบนชั้นสอง สำหรับห้องอาหารและห้องอาบน้ำจะอยู่ที่ชั้นล่าง จากบริเวณบ้านพักจะมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างชัดเจนและสวยงาม บ้านพักตั้งอยู่บนเกาะที่รายล้อมด้วยทะเลสาบ ภูมิทัศน์ของภูเขาไฟจะสร้างความประทับใจได้อย่างไม่รู้ลืม และสามารถชมหมีสีน้ำตาลได้อย่างชัดเจนจากบริเวณบ้านพักที่ล้อมรั้วไฟฟ้าเอาไว้เพื่อความปลอดภัย สำหรับไฟฟ้าเป็นระบบไฟปั่น เปิดให้ใช้งานได้ตั้งแต่ 2 ทุ่มถึง 5 ทุ่มของทุกวัน (ควรเตรียมปลั๊กไฟพ่วงไปด้วย)

  Kuril Lake ทะเลสาบคูริล อยู่ทางใต้ของคาบสมุทรคัมชัตก้า เป็นแหล่งกำเนิดและแหล่งผสมพันธุ์ที่สำคัญที่สุดของแซลมอนแดง หรือซ็อคอาย นับเป็นแหล่งปลาแซลมอนใหญ่ที่สุดในเอเซีย โดยจำนวนปลาที่ถูกจับจากที่นี่มีปริมาณมากถึง 1 ใน 5 ของปลาแซลมอนแดงที่ถูกจับทั่วโลก ในแต่ละปีจะมีแซลมอนแดงราว 20 ล้านตัวว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ยังแหล่งต้นน้ำที่ใสสะอาด แต่มีแซลมอนแดงราว 2 ล้านตัวหรือเพียง 10% ที่โชคดีว่ายขึ้นไปวางไข่ได้สำเร็จ จากนั้นจะตายลงเป็นวัฎจักรปกติของปลาชนิดนี้ ช่วงเวลาที่คึกคักมากที่สุดคือเดือนกันยายน บางครั้งปริมาณปลาแซลมอนแดงมีมากจนน้ำในทะเลสาบกลายเป็นสีแดงสดเลยทีเดียว เทคโนโลยีการจับปลาในปัจจุบันทำให้ปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการกำหนดวันจับที่แน่นอน เพื่อให้บางส่วนสามารถกลับขึ้นไปวางไข่ได้ แต่ก็มีอีกเป็นจำนวนมากที่ถูกบรรดาหมีสีน้ำตาล พากันจับกินตลอดทั้งวันนานนับเดือน

พักที่เคบิน ( 3 คืน )

DSC_6399.jpg
6.jpg

8-9 สิงหาคม 2567   หมีสีน้ำตาลล่าปลาแซลมอน ทะเลสาบ Kuril Lake

  ในสองวันนี้จะมีโปรแกรมถ่ายภาพหมีสีน้ำตาลแบบเต็มวัน จุดหมายหลักคือ แพลทฟอร์มสำหรับถ่ายภาพหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนริมลำธาร เป็นอาคารไม้ที่ปิดมิดชิด มีสองชั้นให้เลือกถ่ายภาพแบบมุมต่ำระนาบผิวน้ำ และชั้นบนสำหรับถ่ายภาพมุมสูง โดยมีช่องให้ถ่ายภาพได้อย่างสบายรอบทิศ บางโอกาสหมีสีน้ำตาลจะไล่จับปลาแซลมอนห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ตื่นตาตื่นใจกับการชมและถ่ายภาพได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมล่องเรือไปยังแม่น้ำสายอื่นๆ ที่มีหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนเช่นกัน หากโชคดีจะได้เห็นนกอินทรีสเตลเลอร์ ที่ทำรังวางไข่อยู่ในบริเวณนี้ และยังมีนกนางนวลและนกอื่นๆ อีกหลายชนิด 

  นอกจากนี้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจะนำท่านเดินเท้าเข้าไปยังแหล่งต้นน้ำลำธาร ซึ่งหมีบางส่วนจะไปเฝ้ารอรับปลาแซลมอนที่ว่ายทวนน้ำขึ้นไป นอกจากหมีสีน้ำตาลแล้ว ยังมีสัตว์ป่าอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่น นกอินทรี สุนัขจิ้งจอกแดง เป็นต้น

พักที่เคบิน 

 

10 สิงหาคม 2567  ทะเลสาบคูริล - ปิตราปัฟลัฟสค์

  ในเช้าวันนี้จะไปถ่ายภาพหมีสีน้ำตาลริมแม่น้ำอีกครั้ง บางจุดอาจจะต้องเดินลุยข้ามแม่น้ำตื้นๆ ซึ่งมองเห็นปลาแซลมอนกำลังว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ได้อย่างชัดเจน 

  หลังอาหารกลางวัน ทุกท่านเก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกลับในช่วงบ่ายโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ MI-8  ระหว่างทางจะแวะร่อนลงแม่น้ำ Khodutka River ที่นี่คือแหล่งบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ที่สุดในคัมชัตคา มองเห็นฟองแกสจากพื้นใต้น้ำซึ่งเกิดจากพลังงานความร้อนที่ลึกลงไปใต้ดิน ในพื้นที่ภูเขาไฟ Khodutka Volcano อุณหภูมิในน้ำอุ่นสบายสามารถเตรียมชุดลงไปเล่นน้ำได้ บางพื้นที่น้ำจะอุ่น แต่บางพื้นที่จะเย็น คุณสามารถเลือกพื้นที่ให้เหมาะสมเพื่อว่ายหรือแช่น้ำร้อนได้ตามอัธยาศรัย จากนั้นเฮลิคอปเตอร์บินต่อไปยังเมืองปิตราปัฟลัฟสค์-คัมชัตสกี

พักที่โรงแรม ปิตราปัฟลัฟสค์

DSC_5165.jpg
kk28.jpg
5.jpg
whale.jpg

11 สิงหาคม 2567  ล่องเรืออ่าวอะวาชา

หลังอาหารเช้า เตรียมเสื้อผ้าสำหรับหนึ่งคืนใส่กระเป๋าเดินทางใบเล็ก เดินทางไปล่องเรือที่อ่าวอะวาซา ซึ่งอยู่ติดกับเมืองปิตราปัฟลัฟสค์ ระหว่างเรือออกจากท่า เมื่อมองย้อนกลับมาจะเห็นตัวเมืองปิตรา ปัฟลัฟสค์มีภูเขาไฟ Koryaksky และ Avacha เป็นฉากหลังที่สวยงาม และภายในอ่าวจะเห็นนกนางนวลและนกพัฟฟิน Tufted puffin แสนน่ารัก และนกทะเลที่อาศัยอยู่ในเขตขั้วโลกเหนือมากมาย เพลินเพลินกับทิวทัศน์ที่งดงาม ระหว่างล่องเรือมีโอกาสได้เห็นวาฬออก้า หรือวาฬเพชรฆาต รวมทั้งโลมา และสิงโตทะเล สามารถทดลองตกปลาทะเล ได้ โดยใช้เบ็ดของเรือที่จัดเตรียมเอาไว้ 

พักบนเรือ

12 สิงหาคม 2567  อ่าวอะวาชา - ปิตราปัฟลัฟสค์

  เช้าวันนี้จะล่องเรือในอ่าวชมนกและสัตว์ทะเลนานาชนิด การล่องเรือสองวันทำให้มีโอกาสเห็นและถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่ ในช่วงเย็นจะนำท่านเดินทางกลับเข้าเมือง 

พักที่โรงแรมปิตราปัฟลัฟสค์

13 สิงหาคม 2567  ถ้ำภูเขาไฟ Gorely Volcano

  เช้าวันนี้จะนำท่านเดินทางด้วยรถขับเคลื่อน 6 ล้อขนาดใหญ่ เดินทางสู่ภูเขาไฟกอร์ลี เป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรคัมชัตกา ประกอบด้วยภูเขาไฟ 5 ลูกทับซ้อนกัน มีการสำรวจพบถ้ำขนาดใหญ่ 14 แห่ง แต่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมได้เพียง 4 แห่งเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย โดยเป็นการเที่ยวชมความมหัศจรรย์ของภูเขาไฟและทะเลสาบเต็มวัน
พักที่โรงแรม
ปิตราปัฟลัฟสค์

cave.jpg
Gorely Volcano 1.jpeg

14 สิงหาคม 2567  Valley of Geysers

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นั่งรถ 45 นาทีไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เดินทางขึ้นเหนือ มุ่งหน้าสู่เขตพื้นที่สงวนธรรมชาติโครนอทสกี้  (Kronotsky  Nature Reserve) เป็นพื้นที่สงวนไว้สำหรับการศึกษาเรื่องวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ Nature Reserve มีเนื้อที่ 10,990 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งรวมของน้ำพุร้อน ภูเขาไฟมากมายที่ดับไปแล้วและยังคุกรุ่นอยู่ รวมทั้งภูเขาไฟที่ยังมีพลัง และอยู่สูงที่สุดในเขตยูเรเซีย (ยุโรป+เอเซีย) คือ ภูเขาไฟคลิอูเชฟสคอย ซอพก้าที่มีความสูง 4,750 เมตร เส้นทางบินจะผ่านภูมิทัศน์ที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟที่ไ้ด้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย ยูเนสโก ภูเขาไฟที่โดดเด่นอาทิ  Zhupanovsky volcano , Karymsky volcano , Semlyachik volcano และ Kikhpinych volcano

  เฮลิคอปเตอร์จะร่อนลงให้เดินเที่ยวชมบ่อน้ำพุร้อนไกเซอร์ที่มีควันพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา ทั่วทั้งหุบเขา เรียกว่า วัลเลย์ออฟไกเซอร์ มีภูมิทัศน์ที่งดงามแปลกตาราวกับไม่ได้อยู่บนโลกมนุษย์ โดยไกด์จากพาเดินเที่ยวชมราว 2 ชั่วโมง จุดที่ชมคือสถานีที่ 5th, 6th และ 7th โดยสถานที่ 5th จะเห็น การประทุของไอน้ำร้อนที่มีควันพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ทั่วทั้งหุบเขา

  จากนั้นจะบินกลับไม่ซ้ำเส้นทางเดิมในความสูงเพียงไม่กี่ร้อยเมตร มองเห็นภูเขาไฟ Uzon volcano จากนั้นเครื่องจะร่อนลงให้เดินเที่ยวชมที่ Eastern thermal field ประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อด้วยทะเลสาบ Bannoye Lake เป็นทะเลสาบน้ำอุ่นที่มีไอน้ำร้อนบนผิวน้ำ จากนั้นจะบินต่อไปที่แม่น้ำ Zhupanova River และหุบเขา Nalycheva Valey ที่มีทิวทัศน์งดงามแปลกตา และรับประทานอาหารกลางวันที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นบินกลับสนามบินและนั่งรถบัสเดินทางกลับที่พัก

พักและรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมปิตราปัฟลัฟสค์

 

15 สิงหาคม 2567   ปิตราปัฟลัฟสค์ คัมชัตสกี - กรุงเทพฯ

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปสนามบินปิตราปัฟลัฟสค์ คัมชัตสกี
11.45 ออกเดินทางโดยสายการบิน S7

18.20 เดินทางถึงเมืองอีคุสร์ รับประทานอาหารค่ำ

พักที่โรงแรมเอมไพร์หรือเทียบเท่า

16 สิงหาคม 2567   กรุงเทพฯ

04.45 ออกเดินทางโดยสายการบิน S7 
10.05 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ พร้อมภาพประทับใจที่จะอยู่ในความทรงจำดีๆ ไปอีกนานแสนนาน

kk32.jpg
DJI_0064.jpg
bottom of page