คัมชัตคา (Kamchatka) 

มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ

ดินแดนภูเขาไฟและหมีสีน้ำตาล 

8-17 กันยายน 2566 (ว่าง 6 ที่)

2.jpg

  คาบสมุทรคัมชัตคา Kamchatka Peninsula คาบสมุทรที่ยาวเหยียดถึง 1,250 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของรัสเซีย ทิศใต้คือเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น และทิศตะวันออกคือรัฐอลาสก้าของอเมริกา คาบสมุทรคัมชัตคามีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 270,000 ตารางกิโลเมตร  ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นดินแดนที่เรียกว่า วงแหวนแห่งไฟ Ring of Fire รอยต่อของเปลือกโลกที่เชื่อมต่อไปถึงอะลาสก้า มีภูเขาไฟมากถึง 160 ลูก เท่ากับ 10% ของภูเขาไฟทั้งหมดบนโลกใบนี้ และยังมีร่องทะเลลึกที่สุดในโลกถึง 10,500 เมตรอยู่ทางฝั่งทะเลด้านตะวันออกเฉียงใต้ ดินแดนแห่งนี้ยังมี กลาเซียร์ หรือธารน้ำแข็งมากกว่า 400 แห่ง มีแม่น้ำมากกว่า 14,000 สาย น้ำพุร้อนกว่า 200 แห่ง เป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ได้ชื่อว่า ดินแดนสุดขอบโลกอัน น่ามหัศจรรย์ และยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์นานาชนิด ทั้งบนบกและในทะเลกว้าง อาทิ หมีสีน้ำตาล ปลาเซลมอน วาฬ และอื่นๆ อีกมากมาย

  สำหรับทริปนี้เดินทางเดือนกันยายน เป็นช่วงเวลาที่ปลาแซลมอนนับล้านๆ ตัว พากันว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ยังแหล่งต้นน้ำลำธาร และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่บรรดาหมีสีน้ำตาลหลายร้อยตัวจะไปชุมนุมกันที่ลำธารเพื่อจับปลาแซลมอนกินเป็นอาหารตลอดทั้งเดือน ก่อนเข้าสู่ฤดูจำศีลในถ้ำราวเดือนพฤศจิกายน ทำให้ผืนป่าดูคึกคักตลอดทั้งวัน ถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิดและปลอดภัย ในแพลทฟอร์มที่สร้างขึ้นริมแม่น้ำสำหรับถ่ายภาพโดยเฉพาะ และมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคอยดูแลอย่างใกล้ชิด นับเป็นสถานที่ถ่ายภาพหมีสีน้ำตาลล่าปลาแซลมอนดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก!

  ที่พักตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ Kurilskoye Lake รายล้อมไปด้วยภูเขาไฟที่งดงาม นับเป็นจุดหมายหลักแห่งหนึ่งของผู้ที่เดินทางไปเยือนคัมชัตคา บ้านพักเป็นเคบินไม้สองชั้น บรรยากาศเงียบสงบ ปราศจากการสื่อสารทุกชนิด มีแต่ธรรมชาติ 100% นอกจากปลาแซลมอน หมีสีน้ำตาล ยังจะได้พบเห็นความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่าอีกหลายชนิด อาทิ นกอินทรีทะเล Stellar sea eagle's ที่ทำรังวางไข่ในช่วงเดือนกันยายน และมีโปรแกรมพักเต้นท์สองคืนบนภูเขาไฟ Mutnovsky Volcano พร้อมเดินขึ้นชมความงดงามของปล่องภูเขาไฟ ปิดทริปด้วยการนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวทางภาคเหนือของคัมชัตคา ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกจากยูเนสโก ตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ของน้ำพุร้อนกีเซอร์ และภูเขาไฟ Caldera Uzon volcano และล่องเรือชมอ่าว Avacha Bay ถิ่นอาศัยของสิงโตทะเล แมวน้ำ และปลาวาฬนานาชนิด นับเป็นประสบการณ์ที่น้อยคนจะมีโอกาศได้สัมผัส นำทริปโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร รับสมาชิกร่วมทริปเพียง 12 ท่านเท่านั้น

จำนวนสมาชิก 12 ท่าน

ค่าใช้จ่าย ท่านละ  230,000 บาท ( รวมทุกอย่างยกเว้นตั๋วเครื่องบิน )

การจองทริป : ชำระมัดจำ 80,000 บาทในวันจองทริป

งวดที่สอง : 100,000 บาท ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2566

ส่วนที่เหลือ : ชำระภายใน 1 กันยายน 2566


ค่าใช้จ่ายรวม

  • ค่าที่พักและอาหารทุกมื้อตามโปรแกรม

  • ค่าเฮลิคอปเตอร์เช่าเหมาลำ รถออฟโรด เรือ และพาหนะต่างๆ ที่ใช้ในการเดินทางทั้งหมดตามโปรแกรม

  • ค่าที่พักโรงแรม เคบิน และเต้นท์แค้มป์ ตามโปรแกรม ( โรงแรมพักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำในตัว, เคบิน บ้านพักรวมมี 2 ห้อง พักห้องละ 6 ท่าน ห้องน้ำรวม )

  • ค่าอาหารทุกมื้อตามโปรแกรม

ค่าใช้จ่ายไม่รวม

1. ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับชั้นประหยัดตามโปรแกรม ระหว่างประเทศและในประเทศ ( ราคารอสายการบินเปิดให้จองต้นปี )

2. ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวตามโปรแกรม

DSC_5245.jpg

8 กันยายน 2566 กรุงเทพฯ

  ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางไปยังเมืองวลาดิวอสต๊อค จากนั้นต่อเครื่องไปยังปิตราปัฟลัฟสค์-คัมชัตสกี ( ค่าทัวร์ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน ขณะนี้สายการบินยังไม่เปิดบินเส้นทางนี้ คาดว่าจะเปิดบินต้นปี 2566 ) จากสนามบิน เดินทางไปซื้อรองเท้าบู้ทยางสำหรับเดินในลำธาร (คู่ละประมาณ 800 บาท) ยากันยุงสำหรับใช้ที่ทะเลสาบ จากนั้นเดินทางไปเช็กอินที่โรงแรม รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม

 

9 กันยายน 2566 ภูเขาไฟ Ksudach Volcano , ทะเลสาบ Kuril Lake  ( วันที่ 9-14 กย ไม่มีสัญญานโทรและเน็ต )

  เช้าเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง MI-8 แบบเช่าเหมาลำสำหรับคณะของเราเป็นการส่วนตัว เพื่อเดินทางไปยังภูเขาไฟ Ksudach Volcano ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางจะพบเห็นภูมิประเทศของดินแดนภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยยอดเขาน้อยใหญ่ ปกคลุมไปด้วยหิมะอย่างสวยงาม ไม่เหมือนที่ใดในโลก (หากสภาพอากาศไม่อำนวย จะบินลง Ksudach ในวันที่ 12 กันยายน) เที่ยวชมทะเลสาบในปล่องภูเขาไฟอันสวยงาม ชมน้ำตกบนยอดเขาจากหน้าต่างเฮลิคอปเตอร์ จากนั้นไม่นานจะเดินทางถึงทะเลสาบ Kuril Lake ถิ่นที่อยู่ของปลาแซลมอนนับล้านๆ ตัว และหมีสีน้ำตาลที่อาศัยอยู่อย่างชุกชุมในพื้นที่แถบนี้ เฮลิคอปเตอร์จะร่อนลงจอดใกล้ๆ บ้านพักหลังใหญ่ที่ทำด้วยไม้ทั้งหลัง มีห้องพักรวมแบบเตียงสองชั้นพร้อมระเบียงชมวิว 2 ห้อง (พักห้องละ 6 ท่าน) สำหรับห้องอาหารและห้องอาบน้ำจะอยู่ที่ชั้นล่าง จากบริเวณบ้านพักจะมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างชัดเจนและสวยงาม บ้านพักตั้งอยู่บนเกาะที่รายล้อมด้วยทะเลสาบ ภูมิทัศน์ของภูเขาไฟจะสร้างความประทับใจได้อย่างไม่รู้ลืม และสามารถชมหมีสีน้ำตาลได้อย่างชัดเจนจากบริเวณบ้านพักที่ล้อมรั้วไฟฟ้าเอาไว้เพื่อความปลอดภัย สำหรับไฟฟ้าเป็นระบบไฟปั่น เปิดให้ใช้งานได้ตั้งแต่ 2 ทุ่มถึง 5 ทุ่มของทุกวัน (ควรเตรียมปลั๊กไฟพ่วงไปด้วย)

  Kuril Lake ทะเลสาบคูริล อยู่ทางใต้ของคาบสมุทรคัมชัตก้า เป็นแหล่งกำเนิดและแหล่งผสมพันธุ์ที่สำคัญที่สุดของแซลมอนแดง หรือซ็อคอาย นับเป็นแหล่งปลาแซลมอนใหญ่ที่สุดในเอเซีย โดยจำนวนปลาที่ถูกจับจากที่นี่มีปริมาณมากถึง 1 ใน 5 ของปลาแซลมอนแดงที่ถูกจับทั่วโลก ในแต่ละปีจะมีแซลมอนแดงราว 20 ล้านตัวว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ยังแหล่งต้นน้ำที่ใสสะอาด แต่มีแซลมอนแดงราว 2 ล้านตัวหรือเพียง 10% ที่โชคดีว่ายขึ้นไปวางไข่ได้สำเร็จ จากนั้นจะตายลงเป็นวัฎจักรปกติของปลาชนิดนี้ ช่วงเวลาที่คึกคักมากที่สุดคือเดือนกันยายน บางครั้งปริมาณปลาแซลมอนแดงมีมากจนน้ำในทะเลสาบกลายเป็นสีแดงสดเลยทีเดียว เทคโนโลยีการจับปลาในปัจจุบันทำให้ปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการกำหนดวันจับที่แน่นอน เพื่อให้บางส่วนสามารถกลับขึ้นไปวางไข่ได้ แต่ก็มีอีกเป็นจำนวนมากที่ถูกบรรดาหมีสีน้ำตาล พากันจับกินตลอดทั้งวันนานนับเดือน

พักที่เคบิน ห้องพักรวมแบบ 8 เตียง 2 ห้อว พร้อมห้องน้ำและห้องรับประทานอาหาร

DSC_6399.jpg
6.jpg

10 -11 กันยายน 2566  หมีสีน้ำตาลล่าปลาแซลมอน ทะเลสาบ Kuril Lake

  ในสองวันนี้จะมีโปรแกรมถ่ายภาพหมีสีน้ำตาลแบบเต็มวัน จุดหมายหลักคือ แพลทฟอร์มสำหรับถ่ายภาพหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนริมลำธาร อยู่ห่างจากบ้านพักราว 800 เมตร เป็นอาคารไม้ที่ปิดมิดชิด มีสองชั้นให้เลือกถ่ายภาพแบบมุมต่ำระนาบผิวน้ำ และชั้นบนสำหรับภาพมุมสูงเหมาะกับเลนส์เทเลทางยาวโฟกัสสูงมากๆ โดยมีช่องให้ถ่ายภาพได้อย่างสบายรอบทิศ บางโอกาสหมีสีน้ำตาลจะไล่จับปลาแซลมอนห่างออกไปไม่ถึง 10 เมตร ตื่นตาตื่นใจกับการถ่ายภาพได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมล่องเรือไปยังแม่น้ำสายอื่นๆ ที่มีหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนเช่นกัน หากโชคดีจะได้เห็นนกอินทรีสเตลเลอร์ ที่ทำรังวางไข่อยู่ในบริเวณนี้ และยังมีนกนางนวลและนกอื่นๆ อีกหลายชนิด ในอีกวันจะมีโปรแกรมเดินเท้าเข้าไป ชมแหล่งต้นน้ำลำธาร ซึ่งหมีบางส่วนจะไปเฝ้ารอรับปลาแซลมอนที่ว่ายทวนน้ำขึ้นไป โดยมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่านำทางและรักษาความปลอดภัย นอกจากหมีสีน้ำตาลแล้ว ยังมีสัตว์ป่าอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่น สุนัขจิ้งจอกแดง เป็นต้น

 

12 กันยายน 2566 ทะเลสาบคูริล - หมีสีน้ำตาล - ปิตราปัฟลัฟสค์

เช้าวันนี้จะเดินไปถ่ายภาพหมีสีน้ำตาลริมแม่น้ำอีกครั้ง ในจุดที่ห่างจากที่พักราว 800 เมตร บางจุดอาจจะต้องเดินลุยข้ามแม่น้ำตื้นๆ ซึ่งมองเห็นปลาแซลมอนกำลังว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ได้อย่างชัดเจน และแน่นอนว่าบรรดาหมีสีน้ำตาลก็อยู่รายรอบเช่นกัน แต่ไม่ต้องห่วงเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าท้องถิ่นคอยดูแลอย่างใกล้ชิด 

  หลังอาหารกลางวัน ทุกท่านเก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกลับในช่วงบ่ายโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ MI-8 เช่าเหมาลำเหมือนเดิม ระหว่างทางจะแวะร่อนลงแม่น้ำ Khodutka River ที่นี่คือแหล่งบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ที่สุดในคัมชัตคา มองเห็นฟองแกสจากพื้นใต้น้ำซึ่งเกิดจากพลังงานความร้อนที่ลึกลงไปใต้ดิน ในพื้นที่ภูเขาไฟ Khodutka Volcano อุณหภูมิในน้ำอุ่นสบายสามารถเตรียมชุดลงไปเล่นน้ำได้ บางพื้นที่น้ำจะอุ่น แต่บางพื้นที่จะเย็น คุณสามารถเลือกพื้นที่ให้เหมาะสมเพื่อว่ายหรือแช่น้ำร้อนได้ตามอัธยาศรัย จากนั้นจะนั่งเฮลิคอปเตอร์บินต่อไปยังแค้มป์บนภูเขาไฟ Mutnovsky Volcano ซึ่งยังมีหิมะปกคลุมอยู่ทั่วไปแม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วก็ตาม โดยมีรถขับเคลื่อน 6 ล้อขนาดใหญ่พร้อมทีมงานรอรับคณะของเรา

พักแบบเต้นท์แค้มป์

kk12.jpg
DSC_5165.jpg

13 กันยายน 2566  เดินเทรลภูเขาไฟ Gorely volcano

  หลังอาหารเช้า ให้เตรียมอุปกรณ์กันหนาว หมวกและถุงมือ พร้อมเป้ใส่ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นเช่น กล้องถ่ายภาพ ส่วนสัมภาระอื่นๆ ให้เก็บไว้ในเต้นท์ เราจะเริ่มต้นเดินขึ้นสู่ปล่องภูเขาไฟโดยใช้เส้นทางเดียวทั้งไปและกลับ ระยะทางเดินประมาณ 7 กิโลเมตร ความสูงประมาณ 600 เมตร เส้นทางเดินจะลัดเลาะไปตามสันเขา บางช่วงยังมีหิมะที่ละลายไม่หมด แวดล้อมไปด้วยภูมิทัศน์ที่ดูแปลกตาและสวยงามมาก จากนั้นเส้นทางจะเปลี่ยนไปที่ Dachnye โดยรถขับเคลื่อน 6 ล้อจะไปส่งให้ใกล้ปล่องภูเขาไฟมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นต้องเดินเท้าต่อ สำหรับภูเขาไฟทั้งสองลูกนี้มีอายุเก่าแก่กว่า 20,000 ปี ทางเดินบางช่วงจะมองเห็นไอน้ำร้อนพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา ในระหว่างทางจะพักรับประทานอาหารแบบปิคนิกที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ ใช้เวลาเดินเที่ยวชมทั้งหมดประมาณ 6 ชั่วโมง

 

14 กันยายน 2566  เดินเทรลภูเขาไฟ Gorely volcano

  หลังอาหารเช้าจะเก็บสัมภาระทั้งหมดเก็บไว้ในรถ เตรียมเฉพาะน้ำดื่มและของใช้ที่จำเป็น เราจะเดินเที่ยวชมภูเขาไฟ Gorely volcano อีกครั้งหนึ่งโดยใช้เทรลเดินไปและกลับเส้นทางเดิม สามารถเดินไปได้ไกลเท่าที่ต้องการ แต่ไม่ควรเดินไปคนเดียวโดยลำพัง จากริมทะเลสาบเส้นทางจะเดินขึ้นสู่ภูเขาไฟระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ระยะความสูงราว 750 เมตร เส้นทางจะผ่านทุ่งหญ้าทุนดราที่สวยงาม สลับกับหินลาวาจากภูเขาไฟที่มีรูปทรงอันแปลกตา จากนั้นจะออกเดินทางด้วยรถมุ่งหน้าสู่โรงแรมที่ตั้งอยู่ในหุบเขา Paratunka Valley พักผ่อนตามอัธยาศรัยในบ่อน้ำอุ่นจากธรรมชาติ 

kk28.jpg
5.jpg

15 กันยายน 2566 ล่องเรืออ่าวอะวาชา

หลังอาหารเช้า เราจะเดินทางไปล่องเรือที่อ่าวอะวาซา ซึ่งอยู่ติดกับเมืองปิตราปัฟลัฟสค์ ระหว่างเรือออกจากท่า เมื่อมองย้อนกลับมาจะเห็นตัวเมืองปิตรา ปัฟลัฟสค์มีภูเขาไฟ Koryaksky และ Avacha เป็นฉากหลังที่สวยงาม และภายในอ่าวจะเห็นนกนางนวลและนกพัฟฟิน Tufted puffin แสนน่ารัก เราจะใช้ เวลาล่องเรือประมาณ 6 ชั่วโมง เพลินเพลินกับทิวทัศน์ที่งดงาม ระหว่างล่องเรือมีโอกาสได้เห็นวาฬออก้า หรือวาฬเพชรฆาต รวมทั้งโลมา และสิงโตทะเล รวมไปถึงนกน้ำนานาชนิด สามารถทดลองตกปลาทะเล ได้ โดยใช้เบ็ดของเรือที่จัดเตรียมเอาไว้

พักและรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม

kk32.jpg

16 กันยายน 2566 Valley of Geysers

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นั่งรถ 45 นาทีไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เดินทางขึ้นเหนือ มุ่งหน้าสู่เขตพื้นที่สงวนธรรมชาติโครนอทสกี้  (Kronotsky  Nature Reserve) เป็นพื้นที่สงวนไว้สำหรับการศึกษาเรื่องวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ Nature Reserve มีเนื้อที่ 10,990 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งรวมของน้ำพุร้อน ภูเขาไฟมากมายที่ดับไปแล้วและยังคุกรุ่นอยู่ รวมทั้งภูเขาไฟที่ยังมีพลัง และอยู่สูงที่สุดในเขตยูเรเซีย (ยุโรป+เอเซีย) คือ ภูเขาไฟคลิอูเชฟสคอย ซอพก้าที่มีความสูง 4,750 เมตร เส้นทางบินจะผ่านภูมิทัศน์ที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟที่ไ้ด้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย ยูเนสโก ภูเขาไฟที่โดดเด่นอาทิ  Zhupanovsky volcano , Karymsky volcano , Semlyachik volcano และ Kikhpinych volcano

เฮลิคอปเตอร์จะร่อนลงให้เดินเที่ยวชมบ่อน้ำพุร้อนไกเซอร์ที่มีควันพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา ทั่วทั้งหุบเขา เรียกว่า วัลเลย์ออฟไกเซอร์ มีภูมิทัศน์ที่งดงามแปลกตาราวกับไม่ได้อยู่บนโลกมนุษย์ โดยไกด์จากพาเดินเที่ยวชมราว 2 ชั่วโมง จุดที่ชมคือสถานีที่ 5th, 6th และ 7th โดยสถานที่ 5th จะเห็น การประทุของไอน้ำร้อนที่มีควันพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ทั่วทั้งหุบเขา

จากนั้นจะบินกลับไม่ซ้ำเส้นทางเดิมในความสูงเพียงไม่กี่ร้อยเมตร มองเห็นภูเขาไฟ Uzon volcano จากนั้นเครื่องจะร่อนลงให้เดินเที่ยวชมที่ Eastern thermal field ประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อด้วยทะเลสาบ Bannoye Lake เป็นทะเลสาบน้ำอุ่นที่มีไอน้ำร้อนบนผิวน้ำ จากนั้นจะบินต่อไปที่แม่น้ำ Zhupanova River และหุบเขา Nalycheva Valey ที่มีทิวทัศน์งดงามแปลกตา และรับประทานอาหารกลางวันที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นบินกลับสนามบินและนั่งรถบัสเดินทางกลับที่พัก

พักและรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม

 

17 กันยายน 2566  ปิตราปัฟลัฟสค์ คัมชัตสกี - กรุงเทพฯ

เดินทางกลับ (เส้นทางบินรอสายการบินเปิดต้นปี 2566)

DJI_0064.jpg