เกาะโลโฟเทน ล่าแสงเหนือ นอร์เวย์
เกาะสวรรค์ที่ได้ชื่อว่างดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกใบนี้!
23 มีนาคม - 1 เมษายน 2565 ( เต็ม )

* ทุกกรุ๊ปที่ผ่านมา เห็นแสงเหนือ 100%

LF1_1544.jpg

หมู่เกาะโลโฟเทน ดินแดนในเขตอาร์คติกหรือเส้นแนวขั้วโลกเหนือ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ นับเป็นสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวที่ลือชื่อในทิวทัศน์ที่งดงามตระการตา มีเกาะแก่ง หาดทราย ผืนน้ำทะเล และทิวเขารูปทรงแปลกตา มีบรรยากาศงดงามชวนฝัน เป็นที่โปรดปรานของบรรดานักท่องเที่ยวที่นิยมธรรมชาติ มีสถานที่สวยงามมากมายนับไม่ถ้วน ในทริปนี้จะได้เที่ยวชมหมู่เกาะโลโฟเทนกันแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุม ในช่วงฤดูหนาวจะมีทิวทัศน์ของหิมะที่งดงามตระการตา รวมทั้งชมแสงเหนือ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติสุดอลังการและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เป็นช่วงเวลาดีที่มีโอกาสเห็นแสงเหนืออย่างชัดเจนและงดงาม ในทริปนี้จะดูแสงเหนือกันทุกคืน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแรงและสภาพอากาศ เที่ยวเกาะโลโฟเทนกับเรามั่นใจว่าท่านจะได้ภาพที่สวยงามคู่กับแสงเหนือ และภาพทิวทัศน์อันงดงามที่จะอยู่ในความทรงจำดีๆ ตลอดกาล นำทริปโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร 

* เดือนมีนาคม อุณหภูมิเฉลี่ยกลางวัน 2 องศา กลางคืน -2 องศา

Aurora.jpg
DJI_0025-Pano.jpg
LF1_4333.jpg

* โปรดอ่านรายละเอียดเงื่อนไขก่อนจองทัวร์

ค่าใช้จ่าย
ท่านละ 123,000 บาท

การจองทริป
มัดจำในวันจองทริปท่านละ 50,000 บาท
​ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 60 วัน

 

การยกเลิกทริป : 

ยกเลิกก่อนเดินทาง 60 วัน หักเฉพาะค่าใช้จ่ายของตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศและในประเทศ ซึ่งที่ไม่สามารถขอคืนเงินได้ ( บินระหว่างประเทศและในประเทศ )

ยกเลิก 30-59 วัน หักค่าใช้จ่าย 25% ของค่าทัวร์
ยกเลิก 15-29 วัน หักค่าใช้จ่าย 50% ของค่าทัวร์
ยกเลิกน้อยกว่า 15 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์



ค่าใช้จ่ายไม่รวม
ค่าอาหารทุกมื้อ
ค่าขอวีซ่านอร์เวย์ (จ่ายเป็นเงินสดในวันยื่นวีซ่าประมาณ 3,500 บาท)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและอื่นๆ ที่ไม่ระบุในโปรแกรม

ค่าใช้จ่ายรวม
ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศการบินไทย กรุงเทพฯ - สตอกโฮล์ม
ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับภายในจากสตอกโฮล์มไปเลกเนส(โลโฟเทน)
ค่าที่พักบนเกาะโลโฟเทนตามโปรแกรม
ค่ารถมินิบัสนำเที่ยวตลอดโปรแกรม
ค่าบัตรชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ตามโปรแกรม
ค่าประกันเดินทาง วงเงิน 3,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์ ( ใช้ยื่นวีซ่านอร์เวย์ )

ที่พัก
อพาร์ทเม้นท์ Reinefjorden

ที่พักทั้งหมดเป็นบ้านพักริมทะเลหลังใหญ่ หลังละ 3 ห้องนอน พร้อมห้องครัว เตาอบ เตาไฟฟ้า อุปกรณ์ครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ระเบียงชมวิว ฟรี WiFi

lofotennorway.jpg
DJI_0082-Pano 1.jpg
DJI_0744.jpg

การขอวีซ่า
ทีมงานจะแจ้งวันกำหนดส่งเอกสารยื่นวีซ่าในกลุ่มไลน์ 

ศูนย์ยื่นวีซ่า vfs นอร์เวย์

อาคารเทรนดี้ ชั้น 8 สุขุมวิทซอย 13 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110



เอกสารขอวีซ่า : ประกอบด้วย ( เอกสารที่ต้องจัดเตรียมเอง ข้อ 1 - 6 )
1. หนังสือเดินทางเล่มจริงที่ยังไม่หมดอายุ (ต้องมีอายุที่สามารถใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 6 เดือนจนถึงวันที่เดินทางกลับประเทศไทย) 
2. ถ่ายสำเนาหน้าแรกของหนังสือเดินทาง 2 แผ่น
3. ถ่ายสำเนาหน้าที่มีวีซ่าประเทศต่างๆ และมีตราประทับทุกหน้า
4. รูปถ่ายสีขนาด 35 x 45 มิลลิเมตร ไม่สวมแว่นตา พื้นหลังขาว จำนวน 2 รูป
5. สเตทเม้นท์จากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน อัพเดทไม่เกิน 15 วัน นับถึงวันยื่นวีซ่า
6. หนังสือรับรองการทำงาน ( ภาษาอังกฤษ ) ในหนังสือมีชื่อบริษัทและที่อยู่ ข้อความในหนังสือระบุชื่อ ตำแหน่ง และเงินเดือน ระบุวันลางาน และระบุวันที่เดินทางกลับมาปฏิบัติงานอีกครั้ง หากเกษียณแล้วไม่ต้องใช้

จัดกระเป๋า
เนื่องจากสายการบินในประเทศที่บินไปยังเกาะโลโฟเทน เป็นเครื่องบินขนาดเล็ก จำกัดกระเป๋าเดินทางสูงไม่เกิน 26 นิ้ว น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม ท่านละ 1 ใบ ส่วนกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง 1 ใบ ขนาดไม่เกิน 55 x 40 x 20 ซม น้ำหนักไม่เกิน 8 กิโลกรัม  

ข้อแนะนำการแต่งตัว
1. เสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาว สำหรับอุณหภูมิต่ำสุด -2 องศา (กลางคืน)
2. เสื้อผ้ากันหนาวสำหรับกลางวัน อุณหภูมิประมาณ 2 องศา

อาหารการกิน
ภายในบ้านพักมีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ครัว ตู้เย็น เตาอบ เตาไฟฟ้า พร้อมห้องรับประทานอาหาร สามารถนำอาหารจากเมืองไทย หรือซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีหลายแห่งในโลโฟเทน
ข้อควรทราบ
1. ทริปนี้เน้นการเที่ยวชมทิวทัศน์ในเวลากลางวัน และแสงเหนือในเวลากลางคืน สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งจะปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศในแต่ละวัน
2. สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งรถยนต์ไปถึงจุดหมาย ยกเว้นจุดชมวิวบนยอดเขา และชายหาดบางแห่งที่ต้องเดินขึ้นเขา หรือเดินบนทางราบ บางแห่งต้องนั่งเรือเฟอร์รี่
3. ในแต่ละคืนจะเลือกสถานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับชมแสงเหนือ หากบริเวณบ้านพักท้องฟ้าเปิดจะชมและถ่ายภาพแสงเหนือจากที่พัก แต่หากท้องฟ้าปิด และมีสถานที่อื่นซึ่งท้องฟ้าเปิด จะเดินทางจากบ้านพักไปตามล่าแสงเหนือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความแรงของแสงเหนือซึ่งไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้าได้
4. เดือนมีนาคมเป็นฤดูหนาว ของโลโฟเทน กลางวันประมาณ 2 องศา กลางคืนประมาณ -2 องศา ควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้เพียงพอ
5. หากไม่มีกล้องถ่ายภาพ ทีมงานจะถ่ายภาพท่านกับแสงเหนือให้ สำหรับท่านที่นำกล้องและขาตั้งกล้องไป ทีมงานจะแนะนำการถ่ายภาพแสงเหนือให้ ในวันแรกที่เดินทางไปถึง เพื่อให้ได้ภาพแสงเหนือที่งดงาม
6. ในบางวันมีโปรแกรมเดินขึ้นเขาเพื่อชมวิวจากมุมสูง ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 30-60 นาที ควรมีสุขภาพแข็งแรง หากไม่ประสงค์จะเดินขึ้นเขา สามารถเดินเที่ยวถ่ายภาพได้บริเวณรอบๆ ลานจอดรถ

7. บนเกาะโลโฟเทน เดินทางท่องเที่ยวด้วยรถ Minibus 17 ที่นั่ง

SPRINTER.jpg
LF1_4259.jpg
lf1-4809_1.jpg

กำหนดการเดินทาง

23 มีนาคม 2565 Bangkok-Stockholm
23.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ

24 มีนาคม 2565 Stockholm-Leknes
​01.25 น. ออกเดินทางโดยการบินไทย เท่ียวบินที่ TG960 เดินทางถึงท่าอากาศยานกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เวลา 06.55 น. บินตรงใช้เวลาบินประมาณ 11 ชั่วโมง
จากนั้นต่อเครื่องในประเทศเดินทางไปยังเมือง Leknes เวลา 13.10 น. 
(แวะเปลี่ยนเครื่องที่ออสโลและโบโด)

    จากนั้นเดินทางเข้าที่พัก ถนนจะลัดเลาะไปตามริมชายฝั่งทะเลจนถึงหมู่บ้าน Hamnoy ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่พักของเราในทริปนี้และเป็นจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่างดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะโลโฟเทน ช่วงค่ำจะมีนักถ่ายภาพจำนวนมาก นิยมเดินทางมาถ่ายภาพในบริเวณนี้ โดยมีทะเลและภูเขาเป็นฉากหลังที่สวยงาม หากท้องฟ้าเปิดจะมีโอกาสเห็นแสงเหนือในยามค่ำคืน แต่หากคืนใดสภาพอากาศไม่ดี จะเปลี่ยนสถานที่ไปชมแสงเหนือบริเวณอื่นแทน (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
ค่ำ ชมแสงเหนือ หากโชคดีแสงเหนือแรงพอและท้องฟ้าเปิด ก็จะได้ชมแสงเหนืออันงดงามตั้งแต่คืนแรก
พักที่ Reinefjorden​ หรือเทียบเท่า

25-30 มีนาคม - 1 เมษายน 2565 Lofoten
      ในเวลากลางวันเราจะเที่ยวกันแบบเจาะลึกในสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง โดยไม่เจาะจง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน โดยจากที่พักสามารถเดินทางไปได้แทบทุกจุดในหมู่เกาะเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งมีชายหาดอยู่มากมาย มีหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ หลายแห่งโอบล้อมด้วยน้ำทะเลและทิวเขาที่งดงามราวกับหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเดือนกันยายน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวในโลโฟเทน ทิวทัศน์งดงาม และอากาศไม่หนาวเกินไป กลางวันอุณหภูมิราว 12 องศา กลางคืนประมาณ 8 องศา 
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
     Rorbuer คือชื่อของหมู่บ้านชาวประมงที่เป็นบ้านสีแดง ถูกดัดแปลงเป็นบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และพบเห็นได้มากมายตามชายฝั่งทะเลของโลโฟเทน
     Nusfjord หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่มีชื่อเดียวกับฟอร์ดอันงดงาม เพียงแค่ได้เดินเที่ยวชมหมู่บ้านแห่งนี้ก็คุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนแล้ว ตามบ้านต่างๆ จะเห็นปลาค็อดตากแห้งเรียงรายอยู่หน้าบ้าน เช่นเดียวกับหมู่บ้านประมงอื่นๆ ในโลโฟเทน ที่น่าสนใจคือมีมุมสวยๆ ให้บันทึกภาพมากมาย โดยเฉพาะจุดชมวิวมุมสูงที่มองเห็นทั้งหมู่บ้านได้อย่างชัดเจน และยังมีร้านอาหารทะเลชื่อดัง มีอาหารทะเลสดๆ ให้เลือกลิ้มลอง
​      Lofotr Viking Museum พิพิธภัณฑ์ไวกิ้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สร้างในรูปแบบบ้านไม้โบราณสไตล์ไวกิ้งขนานแท้ ความยาว 80 เมตร อายุเก่าแก่มากราวหนึ่งพันห้าร้อยปี ชมข้าวของเครื่องใช้และวิถีชีวิตของชาวไวกิ้งโบราณ พร้อมชมเรือไวกิ้งโบราณที่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี 
     Olenilsøya kystfort  จุดชมวิวบนเนินเขาเตี้ยๆ ใช้เวลาเดินขึ้นเพียง 15 นาที มองเห็นวิวหมู่บ้าน Hamnoy ได้อย่างสวยงาม รวมทั้งหมู่บ้านชาวประมงที่ทาสีเหลืองสดใส แตกต่างจากหมู่บ้านอื่นๆ ที่มักทาสีแดงสลับขาว มองเห็นน้ำทะเลใสสะอาด โอบล้อมด้วยทิวเขาที่มียอดเขาแหลม เหมาะสำหรับชมแสงเช้าและแสงเหนือในยามค่ำคืน
     Reine หมู่บ้านชาวประมงแสนน่ารักและงดงาม แวดล้อมไปด้วยโค้งอ่าวและทิวเขาที่มหัศจรรย์ เป็นสถานที่โปรดแห่งหนึ่งของนักปีนเขา รวมไปถึงนักวาดภาพ และนักถ่ายภาพ ที่เดินทางมาเยือนอย่างไม่ขาดสายในทุกๆ วัน และทุกฤดูกาล ในวันที่อากาศดีจะมีกิจกรรมเดินขึ้นไปชมวิวโค้งอ่าวและหมู่บ้านชาวประมงบนยอดเขา ใช้เวลาเดินราว 1-2 ชั่วโมง หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงทางด้านวิถีชีวิตแบบชาวประมงดั้งเดิม โดยนำปลาที่จับได้มาตากแห้งเป็นวิธีการถนอมอาหาร ใช้เก็บไว้ทานได้ยาวนาน ซึ่งปลาส่วนใหญ่ที่จับได้ในเขตนี้คือปลาค็อด ไปทางไหนก็เห็นปลาค็อดตากแห้ง ทำกันเป็นอุตสาหกรรมส่งขายในนอร์เวย์เองและต่างประเทศทั่วโลก เป็นสินค้าส่งออกเก่าแก่ที่ทำอย่างต่อเนื่องมานานนับพันปีทีเดียว 
       Å หมู่บ้านสุดท้ายที่อยู่ปลายสุดของเกาะโลโฟเทน มีธรรมชาติที่งดงาม และได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อสั้นที่สุดในโลก ออกเสียงว่า โอ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ชาวประมงนอร์วีเจียน จัดแสดงประวัติศาสตร์การทำประมงของหมู่เกาะโลโฟเทนในระยะเวลากว่า 200 ปีที่ผ่านมา ชมเรือนูร์ลันด์โบราณและอุปกรณ์การตกปลาชนิดต่างๆ
       Reinebringen  ยอดเขาสูง 448 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นับเป็นจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในโลโฟเทน มองเห็นหมู่บ้าน Reine รอบถึงยอดเขาต่างๆ ได้รอบทิศแบบพาโนรามา และยังเห็นทะเลสาบเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดเขาสูงอีกด้วย ระยะทางเดินราว 1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินไปกลับประมาณ 2 ชั่วโมง
       Bunesstranden จุดชมวิวและหาดทรายที่งดงามมากอีกแห่งหนึ่งอยู่ทางด้านเหนือของเกาะโลโฟเทน ไม่มีถนน ต้องเช่าเรือเดินทางไปราวหนึ่งชั่วโมง แล้วเดินลัดเลาะไปตามทะเลสาบที่ใสสะอาด โอบล้อมด้วยทิวเขา ราว 30 นาทีจะพบเห็นหาดทรายที่สวยงาม สามารถค้นหามุมมองสำหรับถ่ายภาพได้รอบทิศตามเนินเขาต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ชายหาด
       Selfjord ฟยอร์ดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในโลโฟเทน มองเห็นทิวเขาสูงที่งดงาม ยามที่น้ำนิ่งจะเห็นเงาสะท้อนน้ำที่ทุกต้องต้องตะลึงในความสวยงาม อีกทั้งยังมีจุดถ่ายภาพมากมายระหว่างที่เดินทางท่องเที่ยวไปตามฟยอร์ดแห่งนี้
       Måstadfjellet  อุทยานที่สวยงาม ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ทางใต้สุดของหมู่เกาะโลโฟเทน เดินทางด้วยเรือประมาณสองชั่วโมง บนเกาะเป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง เหมาะกับการเดินเที่ยวชม และยังมีหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใส สร้างความประทับใจให้ทุกคนที่ได้เดินทางมาเยือน
        Haukland Beach, Kvalvika Beach, Uttakleiv Beach, Ytresand Beach, Rambergstranda, Skagsanden beach, Myrland beach, Unstad Beach  ในแต่ละวัน เราจะเดินทางไปเที่ยวชมชายหาดงดงามที่มีอยู่มากมาย ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละวัน โดยจะไปเที่ยวให้ครบทุกหาดที่น่าสนใจ บางหาดรถไปถึงชายหาด แต่บางแห่งต้องเดินบ้าง มีทั้งแบบเดินทางราบ และเดินขึ้นเนินเขา แต่ทุกหาดก็มีความสวยงามและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของตัวเอง คุ้มค่ากับการเดินทางไปเยือนมากทีเดียว

         พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง Lofotr Vikingmuseum พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการขุดค้นพบทางโบราณคดีและโครงการวิจัยที่ยาวนานซึ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 จัดแสดงบ้านที่เป็นสถาปัตยกรรมหินของชาวไวกิ้ง มีความยาวถึง 80 เมตร นับว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา      
พักที่ Reinefjorden  อพาร์ทเม้นท์หลังละ 2 ห้องนอน มีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ครัว ตู้เย็น เตาไฟฟ้า ห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ระเบียงชมวิว )

 

31 มีนาคม 2565Leknes-Stockholm-Bangkok

04.00 เดินทางไปยังสนามบิน Leknes

05.55 น. ออกเดินทางไปยังสตอปโฮล์ม (แวะเปลี่ยนเครื่องที่โบโดและออสโล) ถึงเวลา 11.55 น.

14.30 น. ออกเดินทางโดยการบินไทยจากสนามบินสตอปโฮล์ม เที่ยวบิน TG961 ใช้เวลาบินประมาณ 11 ชั่วโมง

1 เมษายน 2565 ​Bangkok
06.15 น. เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพพร้อมภาพประทับใจที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน

ROOM.jpg

* บ้านพักหลังละ 3 ห้องนอน ทุกห้องเป็นเตียงแยก 2 เตียง มีห้องครัว ห้องน้ำ และระบียงชมวิว ฟรี WiFi

KC1_1391_1.jpg
LFT_3957.jpg
LF1_2649.jpg
LF1_1316.jpg
4.jpg
12.jpg
17.jpg