เกาะโลโฟเทน ล่าแสงเหนือ นอร์เวย์
เกาะสวรรค์ที่ได้ชื่อว่างดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกใบนี้!
21-30 มีนาคม 2566 ( เต็ม )

* ทุกกรุ๊ปที่ผ่านมา เห็นแสงเหนือ 100%

LF1_1544.jpg

หมู่เกาะโลโฟเทน ดินแดนในเขตอาร์คติกหรือเส้นแนวขั้วโลกเหนือ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ นับเป็นสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวที่ลือชื่อในทิวทัศน์ที่งดงามตระการตา มีเกาะแก่ง หาดทราย ผืนน้ำทะเล และทิวเขารูปทรงแปลกตา มีบรรยากาศงดงามชวนฝัน เป็นที่โปรดปรานของบรรดานักท่องเที่ยวที่นิยมธรรมชาติ มีสถานที่สวยงามมากมายนับไม่ถ้วน ในทริปนี้จะได้เที่ยวชมหมู่เกาะโลโฟเทนกันแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุม ในช่วงฤดูหนาวจะมีทิวทัศน์ของหิมะที่งดงามตระการตา รวมทั้งชมแสงเหนือ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติสุดอลังการและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เป็นช่วงเวลาดีที่มีโอกาสเห็นแสงเหนืออย่างชัดเจนและงดงาม ในทริปนี้จะดูแสงเหนือกันทุกคืน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแรงและสภาพอากาศ เที่ยวเกาะโลโฟเทนกับเรามั่นใจว่าท่านจะได้ภาพที่สวยงามคู่กับแสงเหนือ และภาพทิวทัศน์อันงดงามที่จะอยู่ในความทรงจำดีๆ ตลอดกาล นำทริปโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร 

* เดือนมีนาคม อุณหภูมิประมาณ 4 ถึง -2 องศา

Aurora.jpg
DJI_0025-Pano.jpg
LF1_4333.jpg

* โปรดอ่านรายละเอียดเงื่อนไขก่อนจองทัวร์

ค่าใช้จ่าย
ท่านละ 123,000 บาท


ค่าใช้จ่ายไม่รวม
ค่าอาหารทุกมื้อ
ค่าขอวีซ่านอร์เวย์ (จ่ายเป็นเงินสดในวันยื่นวีซ่าประมาณ 3,500 บาท)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและอื่นๆ ที่ไม่ระบุในโปรแกรม

ค่าใช้จ่ายรวม
ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศการบินไทย กรุงเทพฯ - สตอกโฮล์ม
ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับภายในจากสตอกโฮล์มไปเลกเนส(โลโฟเทน)
ค่าที่พักบนเกาะโลโฟเทนตามโปรแกรม
ค่ารถนำเที่ยวตลอดโปรแกรม
ค่าบัตรชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ตามโปรแกรม
ค่าประกันเดินทาง วงเงิน 3,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์ ( ใช้ยื่นวีซ่านอร์เวย์ )

ที่พัก
อพาร์ทเม้นท์ Reinefjorden

ที่พักทั้งหมดเป็นบ้านพักริมทะเลหลังใหญ่ หลังละ 3 ห้องนอน พร้อมห้องครัว เตาอบ เตาไฟฟ้า อุปกรณ์ครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ระเบียงชมวิว ฟรี WiFi

lofotennorway.jpg
DJI_0082-Pano 1.jpg
DJI_0744.jpg

การขอวีซ่า
ทีมงานจะแจ้งวันกำหนดส่งเอกสารยื่นวีซ่าในกลุ่มไลน์ 



เอกสารขอวีซ่า : ประกอบด้วย ( เอกสารที่ต้องจัดเตรียมเอง ข้อ 1 - 6 )
1. หนังสือเดินทางเล่มจริงที่ยังไม่หมดอายุ (ต้องมีอายุที่สามารถใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 6 เดือนจนถึงวันที่เดินทางกลับประเทศไทย) 
2. ถ่ายสำเนาหน้าแรกของหนังสือเดินทาง 2 แผ่น
3. ถ่ายสำเนาหน้าที่มีวีซ่าประเทศต่างๆ และมีตราประทับทุกหน้า
4. รูปถ่ายสีขนาด 35 x 45 มิลลิเมตร ไม่สวมแว่นตา พื้นหลังขาว จำนวน 2 รูป
5. สเตทเม้นท์จากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน อัพเดทไม่เกิน 15 วัน นับถึงวันยื่นวีซ่า
6. หนังสือรับรองการทำงาน ( ภาษาอังกฤษ ) ในหนังสือมีชื่อบริษัทและที่อยู่ ข้อความในหนังสือระบุชื่อ ตำแหน่ง และเงินเดือน ระบุวันลางาน และระบุวันที่เดินทางกลับมาปฏิบัติงานอีกครั้ง หากเกษียณแล้วไม่ต้องใช้
7. หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19

จัดกระเป๋า
เนื่องจากสายการบินในประเทศที่บินไปยังเกาะโลโฟเทน เป็นเครื่องบินขนาดเล็ก จำกัดกระเป๋าเดินทางสูงไม่เกิน 26 นิ้ว น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม ท่านละ 1 ใบ ส่วนกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง 1 ใบ ขนาดไม่เกิน 55 x 40 x 20 ซม น้ำหนักไม่เกิน 8 กิโลกรัม  

ข้อแนะนำการแต่งตัว
เสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาว อุณหภูมิประมาณ 2-6 องศา

อาหารการกิน
ภายในบ้านพักมีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ครัว ตู้เย็น เตาอบ เตาไฟฟ้า พร้อมห้องรับประทานอาหาร สามารถนำอาหารจากเมืองไทย หรือซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีหลายแห่งในโลโฟเทน


ข้อควรทราบ
1. ทริปนี้เน้นการเที่ยวชมทิวทัศน์ในเวลากลางวัน และแสงเหนือในเวลากลางคืน สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งจะปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศในแต่ละวัน
2. สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งรถยนต์ไปถึงจุดหมาย ยกเว้นจุดชมวิวบนยอดเขา และชายหาดบางแห่งที่ต้องเดินขึ้นเขา หรือเดินบนทางราบ บางแห่งต้องนั่งเรือเฟอร์รี่
3. ในแต่ละคืนจะเลือกสถานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับชมแสงเหนือ หากบริเวณบ้านพักท้องฟ้าเปิดจะชมและถ่ายภาพแสงเหนือจากที่พัก แต่หากท้องฟ้าปิด และมีสถานที่อื่นซึ่งท้องฟ้าเปิด จะเดินทางจากบ้านพักไปตามล่าแสงเหนือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความแรงของแสงเหนือซึ่งไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้าได้
4. เดือนตุลาคมเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ของโลโฟเทน กลางวันประมาณ 6 องศา กลางคืนประมาณ 2 องศา ควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้เพียงพอ
5. หากไม่มีกล้องถ่ายภาพ ทีมงานจะถ่ายภาพท่านกับแสงเหนือให้ สำหรับท่านที่นำกล้องและขาตั้งกล้องไป ทีมงานจะแนะนำการถ่ายภาพแสงเหนือให้ ในวันแรกที่เดินทางไปถึง เพื่อให้ได้ภาพแสงเหนือที่งดงาม
6. ในบางวันมีโปรแกรมเดินขึ้นเขาเพื่อชมวิวจากมุมสูง ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 30-60 นาที ควรมีสุขภาพแข็งแรง หากไม่ประสงค์จะเดินขึ้นเขา สามารถเดินเที่ยวถ่ายภาพได้บริเวณรอบๆ ลานจอดรถ

LF1_4259.jpg
lf1-4809_1.jpg

กำหนดการเดินทาง (พระอาทิตย์ขึ้น 06.00, พระอาทิตย์ตก 18.30)

อังคาร 21 มีนาคม 2566 Bangkok-Stockholm
23.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ

พุธ 22 มีนาคม 2566 Stockholm-Leknes
​01.25 ออกเดินทางโดยการบินไทย เท่ียวบินที่ TG960 

06.55 เดินทางถึงท่าอากาศยานกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน
13.15-17.00 เดินทางต่อโดยสายการบิน SAS เที่ยวบิน SK495 ไปยังเมือง Oslo 

15.30-17.00 เดินทางต่อโดยเที่ยวบิน SK4116 ไปยัง Bodo

17.30-17.55 เดินทางต่อโดยเที่ยวบิน WF 816 ไปยัง Leknes - Lofoten

    จากนั้นเดินทางเข้าที่พัก ถนนจะลัดเลาะไปตามริมชายฝั่งทะเลจนถึงหมู่บ้าน Hamnoy ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่พักของเราในทริปนี้และเป็นจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่างดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะโลโฟเทน ช่วงค่ำจะมีนักถ่ายภาพจำนวนมาก นิยมเดินทางมาถ่ายภาพในบริเวณนี้ โดยมีทะเลและภูเขาเป็นฉากหลังที่สวยงาม หากท้องฟ้าเปิดจะมีโอกาสเห็นแสงเหนือในยามค่ำคืน แต่หากคืนใดสภาพอากาศไม่ดี จะเปลี่ยนสถานที่ไปชมแสงเหนือบริเวณอื่นแทน (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
ค่ำ ชมแสงเหนือ หากโชคดีแสงเหนือแรงพอและท้องฟ้าเปิด ก็จะได้ชมแสงเหนืออันงดงามตั้งแต่คืนแรก
พักที่ Reinefjorden​ หรือเทียบเท่า

พฤหัสบดี 23-อังคาร 27 มีนาคม 2566 Lofoten
      ในเวลากลางวันเราจะเที่ยวกันแบบเจาะลึกในสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง โดยไม่เจาะจง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน โดยจากที่พักสามารถเดินทางไปได้แทบทุกจุดในหมู่เกาะเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งมีชายหาดอยู่มากมาย มีหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ หลายแห่งโอบล้อมด้วยน้ำทะเลและทิวเขาที่งดงามราวกับหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเดือนกันยายน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวในโลโฟเทน ทิวทัศน์งดงาม และอากาศไม่หนาวเกินไป กลางวันอุณหภูมิราว 12 องศา กลางคืนประมาณ 8 องศา 
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
     Rorbuer คือชื่อของหมู่บ้านชาวประมงที่เป็นบ้านสีแดง ถูกดัดแปลงเป็นบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และพบเห็นได้มากมายตามชายฝั่งทะเลของโลโฟเทน
     Nusfjord หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่มีชื่อเดียวกับฟอร์ดอันงดงาม เพียงแค่ได้เดินเที่ยวชมหมู่บ้านแห่งนี้ก็คุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนแล้ว ตามบ้านต่างๆ จะเห็นปลาค็อดตากแห้งเรียงรายอยู่หน้าบ้าน เช่นเดียวกับหมู่บ้านประมงอื่นๆ ในโลโฟเทน ที่น่าสนใจคือมีมุมสวยๆ ให้บันทึกภาพมากมาย โดยเฉพาะจุดชมวิวมุมสูงที่มองเห็นทั้งหมู่บ้านได้อย่างชัดเจน และยังมีร้านอาหารทะเลชื่อดัง มีอาหารทะเลสดๆ ให้เลือกลิ้มลอง
     Olenilsøya kystfort  จุดชมวิวบนเนินเขาเตี้ยๆ ใช้เวลาเดินขึ้นเพียง 15 นาที มองเห็นวิวหมู่บ้าน Hamnoy ได้อย่างสวยงาม รวมทั้งหมู่บ้านชาวประมงที่ทาสีเหลืองสดใส แตกต่างจากหมู่บ้านอื่นๆ ที่มักทาสีแดงสลับขาว มองเห็นน้ำทะเลใสสะอาด โอบล้อมด้วยทิวเขาที่มียอดเขาแหลม เหมาะสำหรับชมแสงเช้าและแสงเหนือในยามค่ำคืน
     Reine หมู่บ้านชาวประมงแสนน่ารักและงดงาม แวดล้อมไปด้วยโค้งอ่าวและทิวเขาที่มหัศจรรย์ เป็นสถานที่โปรดแห่งหนึ่งของนักปีนเขา รวมไปถึงนักวาดภาพ และนักถ่ายภาพ ที่เดินทางมาเยือนอย่างไม่ขาดสายในทุกๆ วัน และทุกฤดูกาล ในวันที่อากาศดีจะมีกิจกรรมเดินขึ้นไปชมวิวโค้งอ่าวและหมู่บ้านชาวประมงบนยอดเขา ใช้เวลาเดินราว 1-2 ชั่วโมง หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงทางด้านวิถีชีวิตแบบชาวประมงดั้งเดิม โดยนำปลาที่จับได้มาตากแห้งเป็นวิธีการถนอมอาหาร ใช้เก็บไว้ทานได้ยาวนาน ซึ่งปลาส่วนใหญ่ที่จับได้ในเขตนี้คือปลาค็อด ไปทางไหนก็เห็นปลาค็อดตากแห้ง ทำกันเป็นอุตสาหกรรมส่งขายในนอร์เวย์เองและต่างประเทศทั่วโลก เป็นสินค้าส่งออกเก่าแก่ที่ทำอย่างต่อเนื่องมานานนับพันปีทีเดียว 
      Å หมู่บ้านสุดท้ายที่อยู่ปลายสุดของเกาะโลโฟเทน มีธรรมชาติที่งดงาม และได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อสั้นที่สุดในโลก ออกเสียงว่า โอ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ชาวประมงนอร์วีเจียน จัดแสดงประวัติศาสตร์การทำประมงของหมู่เกาะโลโฟเทนในระยะเวลากว่า 200 ปีที่ผ่านมา ชมเรือนูร์ลันด์โบราณและอุปกรณ์การตกปลาชนิดต่างๆ
       Reinebringen  ยอดเขาสูง 448 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นับเป็นจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในโลโฟเทน มองเห็นหมู่บ้าน Reine รอบถึงยอดเขาต่างๆ ได้รอบทิศแบบพาโนรามา และยังเห็นทะเลสาบเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดเขาสูงอีกด้วย ระยะทางเดินราว 1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินไปกลับประมาณ 2 ชั่วโมง
       Bunesstranden จุดชมวิวและหาดทรายที่งดงามมากอีกแห่งหนึ่งอยู่ทางด้านเหนือของเกาะโลโฟเทน ไม่มีถนน ต้องเช่าเรือเดินทางไปราวหนึ่งชั่วโมง แล้วเดินลัดเลาะไปตามทะเลสาบที่ใสสะอาด โอบล้อมด้วยทิวเขา ราว 30 นาทีจะพบเห็นหาดทรายที่สวยงาม สามารถค้นหามุมมองสำหรับถ่ายภาพได้รอบทิศตามเนินเขาต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ชายหาด
       Selfjord ฟยอร์ดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในโลโฟเทน มองเห็นทิวเขาสูงที่งดงาม ยามที่น้ำนิ่งจะเห็นเงาสะท้อนน้ำที่ทุกต้องต้องตะลึงในความสวยงาม อีกทั้งยังมีจุดถ่ายภาพมากมายระหว่างที่เดินทางท่องเที่ยวไปตามฟยอร์ดแห่งนี้
        Haukland Beach, Kvalvika Beach, Uttakleiv Beach, Ytresand Beach, Rambergstranda, Skagsanden beach, Myrland beach, Unstad Beach  ในแต่ละวัน เราจะเดินทางไปเที่ยวชมชายหาดงดงามที่มีอยู่มากมาย ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละวัน โดยจะไปเที่ยวให้ครบทุกหาดที่น่าสนใจ บางหาดรถไปถึงชายหาด แต่บางแห่งต้องเดินบ้าง มีทั้งแบบเดินทางราบ และเดินขึ้นเนินเขา แต่ทุกหาดก็มีความสวยงามและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของตัวเอง คุ้มค่ากับการเดินทางไปเยือนมากทีเดียว
     

   ในทุกคืน หากโชคดีแสงเหนือแรงพอและท้องฟ้าเปิด ก็จะได้ชมแสงเหนืออันงดงาม สามารถเฝ้าชมได้จากบริเวณที่พัก หรือพื้นที่ใกล้เคียงที่สภาพอากาศเหมาะสม
  พักที่ Reinefjorden  อพาร์ทเม้นท์หลังละ 2 ห้องนอน มีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ครัว ตู้เย็น เตาไฟฟ้า ห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ระเบียงชมวิว )

อังคาร 28 มีนาคม 2566Leknes

   เช้า เดินทางไปยังเมือง Leknes แวะถ่ายภาพทิวทัศน์ที่งดงามระหว่างทาง เที่ยวชมเมือง Leknes เมืองที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโลโฟเทน มีโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ มากมาย มีทิวทัศน์ริมอ่าวที่สวยงาม

   จากนั้นเดินทางไปชม พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง Lofotr Vikingmuseum พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการขุดค้นพบทางโบราณคดีและโครงการวิจัยที่ยาวนานซึ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 จัดแสดงบ้านที่เป็นสถาปัตยกรรมหินของชาวไวกิ้ง มีความยาวถึง 80 เมตร นับว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา 

   บ่ายเดินเทรลขึ้นไปชมวิวมุมสูงที่งดงาม มองเห็นหมู่บ้านประมงเล็ก Ballstad ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของ Vestvågøy ระยะทางเดินประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง

   ค่ำ ชมแสงเหนือในแถบ Leknes หากโชคดีพอ จะเห็นแสงเหนือได้จากบริเวณที่พัก

   พักที่ Lofotveggen Panorama

 

พุธ 29 มีนาคม 2566Leknes-Stockholm-Bangkok

04.00 เดินทางไปยังสนามบิน Leknes

05.55 - 06.20 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน WF805 ไปยัง Bodo

06.55 - 08.25 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน SK4105 ไปยัง Oslo
09.25-10.25  ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน SK 864 ไปยัง STOCKHOLM

14.30 น. ออกเดินทางโดยการบินไทยจากสนามบินสตอกโฮล์ม เที่ยวบิน TG961

พฤหัสบดี 30 มีนาคม 2566 ​Bangkok
05.50 น. เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพพร้อมภาพประทับใจที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน

ROOM.jpg

* บ้านพักหลังละ 3 ห้องนอน ทุกห้องเป็นเตียงแยก 2 เตียง มีห้องครัว ห้องน้ำ และระบียงชมวิว ฟรี WiFi

KC1_1391_1.jpg
LFT_3957.jpg
LF1_2649.jpg
LF1_1316.jpg
4.jpg
12.jpg
17.jpg