top of page
  • ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line  คลิกที่นี่

  • ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com

  • ติดตามข้อมูลข่าวสารทาง line ได้ที่ @thailandphototours

มหัศจรรย์ โมรอคโค
9-19 กุมภาพันธ์ 2566

ขอเชิญร่วมเดินทางสู่ประเทศ โมรอคโค เจาะลึกดินแดนที่เต็มไปด้วยมรดกโลกมากมายจากยูเนสโก ตื่นตาตื่นใจกับนครสีฟ้า เชฟชาอูน เมืองที่ได้ชื่อว่า "มนต์เสน่ห์แห่งโมร็อกโค" ขี่อูฐชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นและตกในทะเลทรายซาฮาราสุดอลังการ เดินทางในช่วงฤดูหนาวอากาศเย็นสบาย นำทริปและถ่ายภาพโดยอาจารย์ประสิทธิ์ พร้อมทีมงาน เดินทางไปกับเรา ได้ภาพสวยที่จะประทับใจไปอีกนานแสนนาน รับสมาชิกเพียง 20 ท่านเท่านั้น ( สมาชิกร่วมทริปที่ไม่มีกล้องถ่ายภาพ ทีมงานจะถ่ายภาพให้ท่านฟรี )

mrc-01.jpg
mrc-04.jpg

ค่าใช้จ่ายท่านละ 122,000 บาท ( สมาชิกเก่าลดท่านละ 3,000 บาท )

( พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 20,000 บาท )


ค่าใช้จ่ายรวม 

  • ตั๋วเครื่องบินตามโปรแกรม ชั้นประหยัด 

  • ที่พักโรงแรมและเต้นท์ในทะเลทรายตามโปรแกรม

  • วีซ่าโมรอคโค ( ใช้สำเนา Passport เพียงอย่างเดียว )

  • อาหารทุกมื้อตามโปรแกรม

  • ค่าขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้น + พระอาทิตย์ตก ที่ทะเลทรายซาฮารา

  • ค่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 ที่ทะเททรายซาฮารา

  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ทุกแห่งตามโปรแกรม

  • ฟรี น้ำดื่มท่านละ 2 ขวด/วัน

  • ประกันเดินทางวงเงินท่านละ 2,000,000 บาท


ค่าใช้จ่ายไม่รวม 

ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ ( คนละ 80 USD )

ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรม

ค่าทิปคนจูงอูฐและคนขับรถ 4x4

การขอยกเลิก

หลังจากจองทัวร์หากยกเลิกก่อน 31 ธันวาคม 2566 จะหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

ยกเลิกหลังวันที่ 1 มกราคม 2566 หัก 50% ของค่าทัวร์

ยกเลิกหลังวันที่ 20 มกราคม 2566 ไม่คืนเงินทุกกรณี

พาหนะการเดินทาง รถบัสปรับอากาศขนาด 27 ที่นั่ง ( จำนวนสมาชิก 20 ท่าน )


สภาพอากาศ 15-20 องศา ( ควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวไปด้วย )

กระเป๋าเดินทาง สูงไม่เกิน 30 นิ้ว น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม ท่านละ 1 ใบ ( กระเป๋าถือขึ้นเครื่องไม่เกิน 7 กิโลกรัม )

mrc-02.jpg
mrc-03.jpg
mrc-04.jpg

9 กพ 2566 กรุงเทพฯ - โดฮา

18.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาท์เตอร์สายการบินกาตาร์แอร์เวย์ 

20.25 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ QR 833   

23.50 น. เดินทางถึง DOHA แวะเปลี่ยนเครื่อง

 

10 กพ 2566 คาซาบลังก้า  ราบัต  เชฟชาอูน

01.25 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน QR4567

07.45 เดินทางถึงเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ประเทศโมรอคโค มีไกด์ท้องถิ่นรอต้อนรับ จากนั้นเดินทางสู่เมืองราบัต (Rabat) ด้วยรถปรับอากาศขนาด 40 ที่นั่งสะดวกสบาย ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงราบัดซึ่งเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรโมรอคโค เที่ยวชม หอคอยฮัสซัน เป็นสุเหร่าของมัสยิดที่ยังสร้างไม่เสร็จ ได้รับการว่าจ้างจาก Abu Yusuf Yaqub al-Mansur ซึ่งเป็นกาหลิบที่สามของหัวหน้าศาสนาอิสลาม Almohad ก่อสร้างช่วงใกล้สิ้นสุดศตวรรษที่ 12 หอคอยแห่งนี้ตั้งใจให้เป็นสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมัสยิดหากสร้างเสร็จจะเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน เมื่ออัลมันซูร์เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1199 การก่อสร้างมัสยิดก็หยุดลง หอคอยสุเหร่าถูกทิ้งให้ยืนอยู่ที่ความสูง 44 เมตร ส่วนที่เหลือของมัสยิดยังไม่สมบูรณ์ โดยมีเพียงกำแพงหลายต้นและเสา 348 ต้นเท่านั้นที่กำลังก่อสร้าง ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์ประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยวที่สำคัญในราบัต

  จากนั้นเดินทางไปชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 แห่งโมรอคโคและพระราชโอรส 2 พระองค์ ได้แก่ กษัตริย์ฮัสซันที่ 2 และเจ้าชายอับดุลลาห์ คอมเพล็กซ์สุสานได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวเวียดนาม Cong Vo Toan โดยใช้รูปแบบดั้งเดิมร่วมกับวัสดุสมัยใหม่ ใช้งานฝีมือและลวดลายทางประวัติศาสตร์อย่างตั้งใจ ไม่เพียงแต่เป็นการยกย่องโมฮัมเหม็ดที่ 5 เท่านั้น แต่ยังกระตุ้นความพยายามของพระองค์เองในการส่งเสริมงานฝีมือแบบดั้งเดิม เพื่อส่งเสริมความรู้สึกถึงเอกลักษณ์ของโมรอคโคด้วย การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2504 และเกี่ยวข้องกับการบูรณะทางเดินของมัสยิดยุคอัลโมฮัดที่ถูกทำลายซึ่งเป็นที่ตั้งของหอคอยฮัสซัน การก่อสร้างเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2514 และพระศพของโมฮัมเหม็ดที่ 5 ถูกย้ายมาที่นี่ในปีเดียวกัน อับดุลลาห์ลูกชายของเขาถูกฝังที่นี่ในปี 2526 และ Hassan II ถูกฝังที่นี่ในปี 1999

  เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นเดินทางสู่นครสีฟ้า เชฟชาอูน (Chefchaouen) หนึ่งในไฮไลท์ของทริปนี้ ตื่นตาตื่นใจและถ่ายภาพกันได้สนุกกับเมืองที่ได้ชื่อว่า " มนต์เสน่ห์แห่งโมรอคโค " แม้ว่าโมรอคโคจะอยู่ในทวีปแอฟริกา แต่มีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน มีอากาศเย็นสบาย ทั้งเมืองทาสีฟ้าสดใสเข้ากับโทนสีฟ้าของน้ำทะเล 

พักที่โรงแรม Casa Hassan หรือเทียบเท่า

mrc-03.jpg
mrc-06.jpg

11 กพ 2566   เชฟชาอูน  โวลูบิลิส  เมคเนส  เฟส

  หลังอาหารเช้า เที่ยวชมเมืองเชฟชาอูนกันต่อ เมืองเชฟชาอูนมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 540 ปี และเคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนมาก่อน ปัจจุบันยังใช้ภาษาสเปนกันอย่างแพร่หลาย นำท่านเดินชมเมืองและถ่ายภาพในจุดที่น่าสนใจกันอย่างจุใจ จากนั้นเดินทางสู่ Ouazzane เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

  บ่ายเดินทางไปชมโวลูบิลิส (Volubilis) เมืองโรมันที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 นับเป็นหนึ่งในเมืองโบราณที่มีความสำคัญจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1997 โดยยูเนสโก

  จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง เมคเนส (Meknes) อีกหนึ่งในเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในปี ค.ศ.1996 ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงในสมัยสุลต่านมูเล อิสมาอิล แห่งราชวงศ์อะลาวิท มีกำแพงเมืองล้อมรอบยาวถึง 40 กิโลเมตร และประตูเมืองขนาดใหญ่ 7 ประตู ชมจตุรัส El-Hedime square ที่เป็นศูนย์กลางของเมือง และมีประตูเมืองที่งดงามอย่างน่าทึ่ง รวมทั้งประตูเมื่องบับมันซูอันงดงาม ตกแต่งด้วยโมเสคและกระเบื้องกระเบื้องสีเขียวสดบนผนังสีแสด

  จากนั้นเดินทางสู่ เมืองเฟส เป็นเมืองที่มีความความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนามายาวนานตั้งแต่ยุค ศตวรรษที่ 8 และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค มีมนต์เสน่ห์อันน่าประทับใจ

พักที่ Barcelo Fès  hotel หรือเทียบเท่า

mrc-07.jpg
mrc-08.jpg
mrc-06.jpg

12 กพ 2566  เฟส  

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เที่ยวชมเมืองเฟสแบบเจาะลึกเต็มวัน เมืองแห่งนี้นับเป็นราชวังหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของโมรอคโค มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและงดงามมากมาย และแน่นอนว่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเช่นกัน ไฮไลท์ที่น่าสนใจอาทิ The Royal Palace ภายในเขตเมืองเก่าจะเห็นสภาพบ้านเรือนที่ไม่ต่างกับเมื่อหลายร้อยปีก่อน และยังมีตลาดโบราณที่มีการซื้อขายสินค้านานาชนิด และมีร้านค้านับไม่ถ้วน แบ่งแยกกันจำหน่ายสินค้าต่างๆ อย่างชัดเจน   

  จากนั้นไปชมน้ำพุธรรมชาติ Nejjarine Fountain ให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด  Karaouine ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การมาชม มีความเก่าแก่นับพันปีและเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Al-Karaouine มานานหลายศตวรรษ ทำให้ Guinness Book of World Records ยกย่องให้เป็น 'สถาบันการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก' คุณจะตื่นตาตื่นใจกับสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่วิจิตรงดงามอย่างน่าทึ่ง

พักที่ Barcelo Fès  hotel หรือเทียบเท่า

mrc-09.jpg
mrc-07.jpeg
mrc-02.jpg

13 กพ 2566  อิเฟรน  เมอร์ซูก้า  ทะเลทรายซาฮารา

  ในวันนี้จะออกเดินทางเช้ากว่าทุกวัน ผ่านเมืองอิเฟรน เมืองพักตากอากาศที่ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ได้รับการขนานนามว่า “เจนีวาแห่งโมรอคโค” หรือ “สวิตเซอร์แลนด์แห่งโมรอคโค” บ้านเรือนแวดล้อมไปด้วยทะเลสาบที่สวยงาม ชมและถ่ายภาพคู่กับอนุสรณ์สิงห์โตหิน เป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่าดินแดนแห่งนี้เคยมีสิงโตมาก่อน แต่ถูกล่าจนสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว จากนั้นออกเดินทางต่อไปตามเทือกเขาสูงชัน โดยผ่าน Zad pass ที่สูงถึง 2,178 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล 

  หลังอาหารกลางวัน เดินทางต่อไปยังเมอร์ซูก้า เส้นทางจะไต่ความสูงขึ้นไปกว่า 3,000 เมตร มีภูมิประเทศที่งดงามมาก แวดล้อมไปด้วยภูเขาสูง และหุบเขาที่มีลักษณะเป็นแคนยอน เพลิดเพลินกับการขี่อูฐถ่ายภาพกับแสงสีทะเลทรายขณะพระอาทิตย์​ตกดิน เป็นภาพทิวทัศน์อันงดงามจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

พักที่ Azawad camp หรือเทียบเท่า กลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

Azawad camp.jpg
mrc-10.jpg

14 กพ 2566  วอซาเซท 

  เช้าตรู่ ถ่ายภาพแสงสีพระอาทิตย์ขึ้นกับขบวณอูฐกลางทะเลทรายที่สวยงาม เนินทรายสลับซับซ้อนจะสร้างความประทับใจได้อย่างไม่รู้ลืม

  หลังอาหารเช้าเดินทางสู่เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ของโมรอคโค และมีอากาศหนาวเย็นมากที่สุดอีกด้วย ในช่วงกลางคืนอากาศจะลดต่ำลงเหลือเพียง 5 องศา และไม่เกิน 15 องศาในเวลากลางวัน ระหว่งทางแวะชม Gorges of Todra หุบเขาสูงชันที่สวยงาม มองเห็นถนนที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขาราวกับการเลื้อยของงูยักษ์ จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง มากูน่า (M’Gouna) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งดอกกุหลาบ มีการจัดงานเทศกาลกุหลาบช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี

  จากนั้นเดินทางต่อไปยังเอท เบนฮัดดู Kasbah town of Ait Ben Haddou เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีป้อมปราการมากมาย และเป็นที่ตั้งของเส้นทางกองคาราวานในอดีตระหว่างทะเลทรายซาฮาราและมาราเกซ มีสถาปัตยกรรมเครื่องปั้นดินเผาโมร็อกโกที่ยอดเยี่ยม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 และที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ชื่อดังก้องโลก ‘Laurence of Arabia’ และ ‘Gladiators’ โครงสร้างของป้อมปราการทำมาจากดิน , อิฐดินเหนียว และ ไม้ บางส่วนทำจากดินอัดและโคลน ผสมกับวัสดุอื่นเพื่อช่วยยึดเกาะ โครงสร้างแบบนี้ถูกฝนกัดเซาะได้ง่ายเมื่อเวลาผ่านไป สามารถพังทลายได้เพียงไม่กี่ทศวรรษหลังจากที่ถูกทอดทิ้ง แต่ก็อยู่รอดมาถึงปัจจุบันได้เนื่องจากมีการบูรณะมาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

พักที่โรงแรม Oz Palace hotel หรือเทียบเท่า

mrc-11.jpg
madrassa.jpg

15 กพ 2566  มาราเกซ

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางสู่เมืองมาราเกซ เส้นทางจะผ่านจุดที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอตลาส ตื่นตาตื่นใจกับภูมิประเทศที่งดงามแปลกตา

  เมืองมาราเกช (Marakesh) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆที่นำสินค้าจากทางตอนใต้ ไปขายยังยุโรป และนำสินค้าจากทางเหนือ ผ่านเทือกเขาไฮแลตลาสไปยังทะเลทรายซาฮารา นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในหลายราชวงศ์ของโมรอคโค เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศตวรรตที่ 11 ราชวงศ์อัลโมฮัด และ ราชวงศ์ซาเตียน

  หลังอาหารกลางวัน เดินทางไปชมวิทยาลัยอิสลาม Ben Youssef Madrasa ที่ก่อตั้งมายาวนานมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 นับเป็นผลงานสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของมาราเกซ มีห้องกว่า 100 ห้องที่เคยใช้เป็นห้องเรียนในอดีต ส่วนห้องโถงสวดมนต์ชตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมาถ่ายภาพคู่กับสถานที่แห่งนี้

พักที่โรงแรม Kenzi Rose Garden hotel หรือเทียบเท่า

16 กพ 2566  มาราเกซ

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปชมจัตุรัส Djemaa el Fna Square  จุดเช็คอินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สัมผัสความคึกคักและเสน่ห์ของเมืองมาราเกช เต็มไปด้วยสีสันที่น่าตื่นตาตื่นใจ อาทิการแสดงโชว์งูของหมองู การแสดงเปิดหมวกของคนท้องถิ่น และอื่นๆ อีกมากมาย ตกเย็นถนนสายเก่าแก่แห่งนี้ก็จะแปลงร่างเป็นย่านบันเทิงอันคึกคักจนดึกดื่น

  บ่าย อิสระช๊อปปิ้งที่ตลาดThe Souks  ตลาดใหญ่กลางเมืองมาราเกซสินค้าก็มีอย่างหลากหลายตั้งแต่งานฝีมือสไตล์โมรอคโคแท้ เครื่องเทศ เครื่องหอม เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า และอื่นๆ อีกมากมาย

พักที่โรงแรม Kenzi Rose Garden hotel หรือเทียบเท่า

mrc-13.jpg
mrc-15.jpg
mrc-16.jpg

17 กพ 2566 คาซาบลังก้า

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางกลับสู่เมืองคาซาบลังก้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

หลังอาหารกลางวัน เดินทางไปชม Mosque Hassan II มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก มีหอคอยสุเหร่าซึ่งเป็นสุเหร่าที่สูงเป็นอันดับสองของโลก สูงราว 210 เมตร สร้างเสร็จในปี 1993 ออกแบบโดย Michel Pinseau ภายใต้การนำของ King Hassan II และสร้างโดยช่างฝีมือชาวโมร็อกโกจากทั่วราชอาณาจักร หอคอยสุเหร่าสูง 60 ชั้นประดับด้วยเลเซอร์ แสงที่พุ่งตรงไปยังเมกกะ มัสยิดตั้งอยู่บนแหลมที่มองออกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก ผู้มาสักการะสามารถอธิษฐานข้ามทะเลได้ ผนังเป็นหินอ่อนทำมือและหลังคาสามารถยืดหดได้ จุผู้มาละหมาดได้สูงสุด 105,000 คน โดยมี 25,000 คนอยู่ในห้องโถงของมัสยิด และอีก 80,000 คนอยู่ด้านนอกของมัสยิด

พักที่ Atlas Essaouira and Spa hotel หรือเทียบเท่า


18 กพ 2566 คาซาบลังก้า - โดฮา

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปเช็กอินที่สนามบิน

14.05 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน QR4566  

23.25 เดินทางถึงสนามบินโดฮา

 

19 กพ 2566  กรุงเทพฯ

02.20 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน QR 836

12.40 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมภาพประทับใจมากมายที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน

bottom of page