น่าน ขุนเขาและสายหมอกฤดูหนาว
5-8 มกราคม 2564

ขอเชิญร่วมทริปท่องธรรมชาติเมืองน่าน เที่ยวชมดอยเสมอดาว ทิวทัศน์ทะเลหมอกพระอาทิตย์ขึ้นตระการตา ชมพญาเสือโคร่งสีชมพู ซากุระสายพันธุ์ไทยบานสะพรั่งที่อุทยานแห่งชาติขุนสถาน ตื่นตาตื่นใจกับเสาดินนาน้อย ผาดินทรายสีแดงรูปทรงแปลกตา ชมบ่อเกลือโบราณ แห่งเดียวในเมืองไทย เที่ยววิถีสโลว์ไลฟ์ที่หมู่บ้านสะปัน ทะเลหมอกแสนสวยอุทยานขุนน่าน เช็กอินถ่ายภาพกันที่ร้านกาแฟไทยลื้อ และวัดภูเก็ตอันโด่งดัง เที่ยวถ่ายภาพกันเต็มอิ่ม 4 วัน 3 คืน นำทริปโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร และทีมงาน รับสมาชิกเพียง 14 ท่าน 

กำหนดการ
อังคาร 5 มกราคม 2563 กรุงเทพฯ - น่าน

06.30 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็กอินเค้าท์เตอร์สายการบินไทยสไมล์
08.10 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน WE156

09.25 เดินทางถึงสนามบินน่าน

เดินทางไปนาน้อย อำเภอเล็กๆ ที่ปัจจุบันกลายเป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของดินแดนน่านใต้ มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางธรรมชาติหลายแห่ง อาทิ เสาดินนาน้อย ดอยเสมอดาว อีกทั้งยังมีอุทยานแห่งชาติศรีน่าน และ อุทยานแห่งชาติขุนสถาน ที่พร้อมให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสความเย็นและชมความสวยงามของทะเลหมอกในช่วงฤดูหนาวของทุกปี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่นาน้อย

บ่าย เดินทางไปเที่ยวชมเสาดินนาน้อย มีลักษณะเป็นหุบผาและแท่งดินผสมหินลูกรังสีแดงปนส้ม รูปทรงต่างๆ กันไป บ้างเป็นแท่งแหลม บ้างเป็นแท่งมนกลม แล้วแต่จะจินตนาการให้เป็นรูปอะไร กระจายอยู่ในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่คล้ายกับแพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่ สันนิษฐานว่าเสาดินนาน้อยมีอายุประมาณ 30,000-10,000 ปีและเคยเป็นก้นทะเลมาก่อน นอกจากนี้ยังค้นพบกำไลหินและขวานโบราณที่นี่ (ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน) แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้อาจเคยเป็นแหล่งอาศัยของมนุษย์ยุคหินเก่า นับเป็นจุดเช็กอินถ่ายภาพธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองน่าน
   จากเสาดินนาน้อยห่างออกไปประมาณ 300 ม. จะพบกับคอกเสือ ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งลึกจากเนินดินด้านบนประมาณ 10 เมตร มีทางลงไปชมปฎิมากรรมดินที่อยู่ด้านล่าง  เมื่อลงไปจะพบว่าบริเวณรอบๆ มีลักษณะเป็นหุบผาเป็นฉากม่านขนาดใหญ่มีริ้วลายเป็นร่องยาว รวมถึงมีแท่งดินรูปร่างต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ภายในเหมือนกับที่เสาดินนาน้อย ในสมัยก่อนชาวบ้านเล่าว่า บริเวณนี้มีเสืออาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และจะมาขโมยเอาวัว ควาย และหมูของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้กินเป็นอาหาร ชาวบ้านจึงรวมกำลังไล่ต้อนเสือให้ตกลงไปในบ่อดินดังกล่าว แล้วใช้ก้อนหินและไม้แหลมขว้างและทิ่มแทงเสือจนตาย เขาจึงเรียกบริเวณนี้ว่า “คอกเสือ”แม้ว่าจะมีพื้นที่น้อยกว่าประมาณ 10 ไร่ แต่ก็มีความงดงามเฉพาะตัว มีมุมที่สวยงามให้เลือกบันทึกภาพมากมาย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่นาน้อย

พักที่ สายน่าน รีสอร์ท ( ห้องละ 2 ท่าน )

พุธ 6 มกราคม 2563 ดอยเสมอดาว - พญาเสือโคร่งขุนสถาน - ผาชู้

ตื่นเช้าก่อนฟ้าสว่าง เดินทางไปชมแสงสีพระอาทิตย์ขึ้นบนดอยเสมอดาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีพื้นที่มากถึง 934 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น เทือกเขาสลับซับซ้อนที่วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ และติดกับชายแดนไทย-ลาว 
  ดอยเสมอดาวมีพื้นที่เป็นลานกว้าง ยามค่ำคืนจะมองเห็นดาวล้านดวงเต็มท้องฟ้า ราวกับอยู่ในความสูงระดับเดียวกับดวงดาว เป็นที่มีของชื่อ ดอยเสมอดาว และนักท่องเที่ยวจะพากันไปเฝ้าชมแสงสีเช้าวันใหม่กันบริเวณหน้าผา มองเห็นฝั่งตรงข้ามเป็นประเทศลาว และมีแม่น้ำโขงอยู่เบื้องล่าง ในทุกเช้าจะมีทะเลหมอกที่สวยงามปกคลุม และเห็นดวงอาทิตย์กลมโตอย่างสวยงาม เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของทริปนี้ จากนั้นเดินทางกลับที่พัก รับประทานอาหารเช้า

  จุดหมายต่อไปของเช้าวันนี้คือ ชมพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งกว่า 100 ต้น บริเวณอุทยานแห่งชาติขุนสถาน ซึ่งมีความสูงถึง 1,630 เมตรจากระดับน้ำทะเล​ อากาศที่หนาวเย็นเหมาะกับการปลูกต้นพญาเสือโคร่งหรือซากุระพันธุ์ไทย โดยจะออกดอกบานสะพรั่งช่วงต้นเดือนมกราคมของทุกปี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน 
  บ่ายเดินทาง ผาชู้ อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่านเช่นเดียวกับดอยเสมอดาว มีตำนานผาชู้เล่าว่า เจ้าเอื้องผึ้งซึ่งเป็นคู่รักกับเจ้าจันทน์ผา จำใจต้องแต่งงานกับเจ้าจ๋วง เจ้าเอื้องผึ้งเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก จึงตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากหน้าผา เจ้าจันทน์ผาตามมาพบว่า เจ้าเอื้องผึ้งได้กระโดดหน้าผาไปแล้ว จึงกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตามคนรักตกไปอยู่ใกล้กันและเจ้าจ๋วงได้เห็นหญิงที่ตนรักกระโดดหน้าผาไป จึงรู้สึก เสียใจและตัดสินใจกระโดดหน้าผาตามลงไปด้วยแต่กระเด็นห่างออกไปด้วยความรักแท้ ระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งและเจ้าจันทน์ผา ในชาติต่อมาเจ้าเอื้องผึ้งจึงเกิดเป็นดอกกล้วยไม้เกาะอยู่ใต้ต้นจันทน์ผา และเจ้าจ๋วงก็เกิดเป็นต้นสนณ จุดที่ตกไปนั้นเอง ( จ๋วง เป็นภาษาเหนือแปลว่าต้นสน เอื้องผึ้ง แปลว่ากล้วยไม้) หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า ผาชู้ นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

   ที่ผาชู้มีเสาธงที่มีเชือกสายธงยาวที่สุดในประเทศไทย โดยธงชาติจะอยู่บนยอดเขา กว่าจะชักธงไปถึงยอดเสา กล่าวกันว่าต้องร้องเพลงชาติไทยจบถึง 12 รอบทีเดียว

   จากนั้นไปเที่ยวกันต่อที่ ผาหัวสิงห์ ต้องออกแรงเดินขึ้นเขากันหน่อย พื้นที่เป็นหน้าผามีรูปร่างหมือนสิงโตนอนหมอบหันหน้าไปทางทิศตะวันออกสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ 360 องศา ทิศตะวันออกมองเห็นผาชู้ แม่น้ำน่าน ทิศตะวันตกมองเห็นตัวอำเภอนาน้อยเกือบทั้งหมด และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่นาน้อย

พักที่ สายน่าน รีสอร์ท

พฤหัสบดี 7 มกราคม 2563 บ่อเกลือ - หมู่บ้านสะปัน

  หลังอาหารเช้าที่รีสอร์ท ออกเดินทางขึ้นเหนือไปอำเภอบ่อเกลือ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองน่าน เราจะใช้เส้นทางที่ได้ชื่อว่า ถนนลอยฟ้า มีจุดถ่ายภาพถนนที่คดเคี้ยวเป็นรูปเลขสามที่สวยงาม 

รับประทานอาหารกลางวันบ่อเกลือวิว

   บ่าย เที่ยวชมบ่อเกลือมีชื่อเสียงในด้านการทำเกลือบนภูเขาที่ไม่มีที่ใดเหมือน เกลือสินเธาว์เพื่อ บริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง บ่อเกลือนี้มีมาแต่โบราณและนำไปจำหน่ายยังกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ เชียงตุง หลวงพระบาง รวมถึงสิบสองปันนา จีนตอนใต้เมื่อก่อนนี้จะมีบ่อเกลือหลายบ่อ แต่เดี๋ยวนี้ได้แห้งไปหมด เหลืออยู่เพียงสองบ่อเท่านั้น โดยการทำเหลือจะหยุดทำในช่วงเช้าพรรษาและจะทำ อีกครั้งในช่วงออกพรรษา ซึ่งในบริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านต่าง ๆอีก 8 หมู่บ้าน บ้านบ่อหลวงมีบ่อเกลือสาธารณะอยู่ 2 บ่อ ชาวบ้านจะเรียกว่า บ่อเหนือ และบ่อใต้ บ่อเหนืออยู่ริมแม่น้ำบางส่วนบ่อใต้ห่างออก ไปราว 500 เมตรติดเชิงเขาท้ายหมู่บ้าน และด้วยอำเภอบ่อเกลือ มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม โอบล้อมด้วย ขุนเขาเขียวขจี บ่อเกลือจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดน่านที่รอคอยนักเดินทางเข้ามาสัมผัสกลิ่นไอของธรรมชาตและตำนานการทำเกลือบนที่สูง

   เย็น เดินทางไปสะปันหมู่บ้านเล็กๆกลางหุบเขา ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา และธรรมชาติที่สมบูรณ์ เหมาะแก่การมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบไม่วุ่นวาย ผู้คนน่ารัก เป็นอีกสถานที่ยอดนิยมของการเดินทางมาเยือนเมืองน่าน

พักที่ บ่อเกลือฟ้าใส รีสอร์ท

ศุกร์ 8 มกราคม 2563 น่าน-กรุงเทพฯ

06.00 เดินทางไปจุดชมวิวสะปัน ถ่ายภาพทะเลหมอกแสงสีพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สวยงาม จากนั้นกลับมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

09.00 น. เช็กเอ้าท์ เดินทางกลับเมืองน่าน แวะเที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เส้นทางจากผ่านผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ แวะเช็กอินถ่ายภาพกันที่จุดชมวิว 1715 มองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล 

   จากนั้นเดินทางต่อไปร้านกาแฟไทลื้อ อำเภอปัว ตกแต่งสถานที่อย่างสวยงาม เหมาะกับการจิบกาแฟชมวิวบรรยากาศสไตล์ไทลื้อพื้นบ้าน และพลาดไม่ได้กับการเลือกซื้อผ้าทอหลากหลายสไตล์ที่ร้านลำดวนผ้าทอ 
   จุดสุดท้ายของวันนี้คือ วัดภูเก็ต วัตั้งอยู่ในตำบลวรนคร อำเภอปัว วัดภูเก็ตตั้งชื่อตามหมู่บ้านที่ชื่อว่า หมูบ้านเก็ต แต่ด้วยวัดตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งทางเหนือเรียกว่า "ดอย" หรือ "ภู" จึงตั้งชื่อว่า "วัดภูเก็ต" หมายถึง วัดบ้านเก็ตที่อยู่บนภู หรือ ดอย เป็นวัดที่มีภูมิทัศน์และวิวที่สวยงามมาก โดยจุดเด่นของวัด คือ มีอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ จิตรกรรม ฝาผนังสามมิติ เป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา" ที่ศักดิ์สิทธิ์ 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน

บ่ายเดินทางกลับเข้าเมืองน่าน แวะช้อปปิ้งสินค้าโอทอปของดีเมืองน่าน แล้วไปเช็กอินที่สนามบินน่าน

16.30 น. ออกเดินทางโดยสายการบินไทยสไมล์ เที่ยวบิน WE159

17.50 น. เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

สภาพอากาศ 

อุณหภูมิเวลากลางวันส่วนใหญ่ประมาณ 20-25 องศา
ดอยเสมอดาว ต่ำสุดประมาณ 5 องศา 

บ่อเกลือ ต่ำสุดประมาณ 7 องศา

ขุนสถาน กลางวัน 18 องศา

รับสมาชิกเพียง 14 ท่าน + ทีมงาน 3 ท่าน 

 

ค่าใช้จ่าย ท่านละ 13,700 บาท

ค่าใช้จ่ายรวม

ค่ารถตู้ปรับอากาศ

ค่าที่พัก 3 คืนตามโปรแกรม

ค่าอาหารเริ่มจากมื้อเที่ยงวันที่ 5 มกราคม จนถึงมื้อเที่ยงวันที่ 8 มกราคม 2564

ค่าประกันอุบัติเหตุ

 

ค่าใช้จ่ายไม่รวม

ค่าตัวเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-น่าน 

ค่าเครื่องดื่มและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในโปรแกรม

ตารางบิน (ทุกท่านต้องจองตั๋วเครื่องบินเอง)

สายการบิน ไทยสไมล์

5 มกราคม 2564 เที่ยวบิน WE156 07.20-08.35 กรุงเทพฯ-น่าน

8 มกราคม 2564 เที่ยวบิน WE159 16.30-17.50 น่าน-กรุงเทพฯ

  • ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line  คลิกที่นี่

  • ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com

30 ถนนอุดมสุข แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250  

sale@thailand-photo-tours.com

© 2020 by Thailand Photo Tours