• Admin

ดูแสงเหนืออย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ฤดูล่าแสงเหนือมาถึงอีกครั้งแล้วครับ เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงกลางเมษายน จากนั้นซีกโลกเหนือช่วงกลางคืนจะไม่มืด ทำให้ไม่เห็นแสงเหนือ แม้ว่าแสงเหนือจะเกิดขึ้นตลอดทั้งปี และไม่เกี่ยวกับกลางวันกลางคืน เพียงแต่จะเห็นได้ ต้องเป็นช่วงที่ท้่องฟ้ามืดเพียงพอเท่านั้นเอง และซีกโลกเหนือ บริเวณเส้นอาร์คติดเซอร์เคิล ซึ่งเป็นจุดที่เกิดแสงเหนือ จะเริ่มมืดอีกครั้งตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ฤดูล่าแสงเหนือก็จะไปเริ่มเอาในเวลานั้นจนถึงเดือนพฤศจิกายน หากถามว่าแล้วธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ จะมีโอกาสเห็นแสงเหนือหรือไม่ คำตอบคือ มี แต่ไม่เหมาะสม เนื่องจากในสามเดือนนี้ สภาพอากาศในทุกประเทศที่เห็นแสงเหนือจะเลวร้ายมาก มีพายุหิมะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แถมอากาศยังหนาวจัด และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ช่วงกลางวันสั้นมาก ทำให้เที่ยวกลางวันได้ไม่มาก ถ้าเป็นช่วงปีใหม่ กว่าพระอาทิตย์จะขึ้นก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง บ่ายสามโมงก็เริ่มมืดแล้ว บางวันพระอาทิตย์ไม่ขึ้นด้วยซ้ำไป...



จากการเดินทางไปดูแสงเหนือมาเกือบทุกพื้นที่ทั่วโลก ที่มีโอกาศเห็นแสงเหนือ ไล่จาก ไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่มีโอกาศเห็นแสงเหนือได้ทั่วทุกพื้นที่ทั้งประเทศ ไปทางตะวันออก มีประเทศที่เห็นแสงเหนือเร่ิมจากนอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์ ซึ่งต้องเดินทางขึ้นไปทางภาคเหนือของสามประเทศนี้เท่านั้น ถัดไปคือรัสเซีย ที่เมืองเมอร์มานสค์ และหลายพื้นที่ของรัสเซียทางตอนเหนือ วนไปถึงรัฐอลาสก้าของอเมริกา ตั้งแต่แฟร์แบ๊งค์ขึ้นไปถึงพรุดฮอเบย์ ผ่านตอนเหนือของแคนาดา ไปจนถึงกรีนแล้ว และวนกลับมาเป็นวงกลมที่ไอซ์แลนด์ ส่วนที่เป็นทะเลในเขตอาร์คติดเซอร์เคิล แน่นอนว่าเห็นแสงเหนือเช่นกัน มีบางทัวร์ที่จัดล่องเรือชมแสงเหนือ แต่จะถ่ายภาพยากเพราะเรือไม่ได้อยู่นิ่งๆ การถ่ายแสงเหนือต้องใช้เวลานานหลายวินาที


ส่วนซีกโลกใต้ มีปรากฏการณ์ออโรราเช่นกัน เรียกว่าแสงใต้ เกิดแบบเดียวกับแสงเหนือ เพียงแต่จุดที่เกิดส่วนใหญ่อยู่ในทะเลและในแอนตาร์กติก้าที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ บางครั้งแสงใต้รุนแรงมาก แรงพอที่จะเห็นได้จากเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ (ทางใต้สุด) โดยเห็นแบบไกลๆ ที่ขอบฟ้า ไม่เห็นแสงเหนือแบบตั้งฉากเหนือหัวเหมือนซีกโลกเหนือ เนื่องจากเส้นแอนตาร์กติกเซอร์เคิลที่เกิดแสงใต้ อยู่ห่างจากนิวซีแลนด์ไกลมาก


ดูแสงเหนือจากเครื่องบินได้ไหม คำตอบคือ ได้ครับ แต่ต้องบินผ่านจุดที่เกิดแสงเหนือและต้องเป็นเวลากลางคืนเท่านั้น แถมต้องเป็นคืนที่แสงเหนือแรงพอด้วย ทำให้เห็นจากเครื่องบินได้ยาก นอกจากนี้ส่วนใหญ่คนบนเครื่องจะหลับหมดและปิดหน้าต่าง คงจะมีเพียงนักบินที่มีโอกาสเห็นมากที่สุด


ไปดูแสงเหนือในพื้นที่เกิดแสงเหนือ และเดินทางในช่วงที่มีแสงเหนือตั้งแต่ต้นกันยายนถึงกลางเมษายนแล้ว ทำไมไม่เห็นแสงเหนือ??? นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปดูแสงเหนือไม่ว่าจะไปเองหรือไปกับทัวร์เป็นจำนวนมาก ต้องผิดหวัง เพราะไม่ได้เห็นแสงเหนือตามที่ตั้งใจเอาไว้ ทั้งๆ ที่เดินทางตรงเงื่อนไขที่กล่าวมาแล้ว เหตุผลคือ ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากในการทำให้เห็นแสงเหนือสมใจ และประสบความสำเร็จ อาทิ...


แสงเหนือต้องแรงเพียงพอ โดยวัดระดับความแรงตั้งแต่ KP0 - KP9 ความแสง KP 0-1 มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่จะถ่ายภาพติดเป็นสีเขียวจางๆ ถ้าจะให้เห็นด้วยตาเปล่าชัดเจน จากประสบการณ์ที่เห็นแสงเหนือมาหลายร้อยครั้งแล้ว ต้อง KP 2-3 โดยเห็นเป็นเส้นขาวๆ บนท้องฟ้า ยังไม่เห็นเป็นสี และเมื่อถ่ายภาพจะเห็นเป็นสีเขียวที่ชัดเจนมากขึ้น สำหรับความแรง KP 4 ขึ้นไป จะเห็นสีเขียวด้วยตาเปล่า และเห็นการเคลื่อนที่ในบางเวลาซึ่งเรียกว่า Active และเรามักเรียกกันว่า แสงเหนือเต้นระบำ หากโชคดีจะเห็นแสงเหนือสีอื่นๆ ด้วย เช่น สีม่วง หรือสีแดง ซึ่งเกิดในระดับความสูงกว่า 100 กิโลเมตร ต่างกับสีเขียวที่เกิดระดับ 70-100 กิโลเมตร ในระดับ KP 5-6 จะมีความรุนแรงมากขึ้น การเต้นระบำจะถี่ขึ้น และมีโอกาสเห็นสีอื่นๆ ได้บ่อย ระดับ KP 7-9 แสงเหนือจะรุนแรงมาก มีการระเบิดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นแสงเหนือบ่อยและถี่ เรียกว่าพอเริ่มมืดก็เห็นแล้ว และจะเห็นไปจนถึงฟ้าสว่างเลยทีเดียว


จากประสบการณ์ดูแสงเหนือมาในเกือบทุกพื้นที่ ทุกประเทศ และเห็นมาหลายร้อยครั้ง ได้นำลูกทัวร์ชมแสงเหนือแสนสวยมาแล้วมากมายหลายร้อยคน และเห็นแสงเหนือ 100% ทุกกรุ๊ป มีปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องมีระยะเวลาดูหลายๆ คืน ขั้นต่ำต้อง 6 คืนขึ้นไป จากค่าเฉลี่ยพบว่าในทุกๆ 6-7 คืน แสงเหนือจะแรงสุด 1 ครั้ง โดยความแรงไม่แน่นอน อาจจะ KP4 , 5 , 6 ... หรือโชคดีมากจะเห็นถึงระดับ KP 7 , 8 และสูงสุดที่ 9 เลยทีเดียว หลังจากแรงสุดไปแล้ว จะค่อยๆ อ่อนลงในคืนถัดไป ถ้าแรงสุดแค่ KP 4 จะมีความแรงที่อ่อนกว่าก่อนหน้า และหลัง ประมาณ 3-4 วัน แต่จะไม่อ่อนนานเป็นอาทิตย์ หากมีเวลาน้อยเช่น 4-5 คืน แล้วเป็นช่วงที่แสงเหนืออ่อนมากพอดี ต่อให้ท้องฟ้าเปิดโล่งทุกคืน ไม่มีเมฆ ไม่มีฝน ไม่มีหิมะ และไม่มีแสงจากดวงจันทร์ ก็จะไม่เห็นแสงเหนือ


นี่เป็นเหตุผลว่าการจัดทริปไปล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ของผมทำไมต้องไปนานถึง 11 คืน คำตอบคือ เพื่อให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือในทุกกรุ๊ปที่เดินทางไป และยังท่องเที่ยวได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ไฮไลท์ของไอซ์แลนด์อีกด้วย


บางกรุ๊ปโชคดีมาก เดินทางไปถึงคืนแรก เจอแสงเหนือแรงสุดในรอบหนึ่งอาทิตย์พอดี บางภาพที่นำมาให้ชมจะเห็นดวงจันทร์อยู่ด้วย หากแสงเหนือแรงมากพอ แสงจากดวงจันทร์เต็มดวงแทบไม่มีผลอะไรเลยครับ กลายเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำไปเพราะได้เห็นวิวภูเขาและทิวทัศน์พื้นล่างด้วย ไม่ดำมืดสนิทเหมือนวันที่ไม่มีดวงจันทร์ นานที่สุดที่ไม่เจอแสงเหนือเลยคือ 5 คืนติดกัน ไปเจอเอาคืนที่ 6 แต่ส่วนใหญ่จะเห็นในช่วง 1-4 คืนแรกจากทั้งหมด 11 คืน


สถานที่ดู เป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่ง เพราะแสงเหนือไม่ได้แรงมากทุกคืน หากคืนใดแสงเหนืออ่อน ต้องเลือกสถานที่มืดสนิทจริงๆ ไม่มีแสงไฟจากบ้านเรือนหรือจากถนนมารบกวน ปกติในทุกคืนผมจะมีสถานในใจ 4-5 แห่ง และจะรู้ว่าต้องไปที่ใด ก็ต้องเป็นเย็นวันนั้นเลย โดยดูพยากรณ์อากาศว่า ที่ใดฝนไม่ตก หิมะไม่ตก และไม่มีเมฆ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปในจุดหมาย บางคืนต้องเดินทางไกล 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้เห็นแสงเหนือ เป็นที่มาของคำว่า ล่าแสงเหนือ หากโชคดีออกไปไม่นานก็เจอแสงเหนือสมใจ ส่วนความแรงนั้นไม่มีอะไรแน่นอน พยากรณ์ยังผิดพลาดอยู่บ่อยๆ เช่น พยากรณ์ว่าคืนนี้แสงเหนือ KP1 แต่ของจริงแรงถึง KP5 ก็เคยเจอครับ


การถ่ายภาพแสงเหนือ... เนื่องจากแสงเหนือมีความแรงและความสว่างหลายระดับ การถ่ายภาพจึงมีการตั้งค่าที่แตกต่างกันไปตามระดับความแรง ไม่มีสูตรตายตัว แต่ต้องเซ็ทค่าบางอย่างเอาไว้ ตั้งแต่โหมดโฟกัสต้องแมนนวลเท่านั้น โดยปรับโฟกัสไปที่อินฟินิตี้ ปรับโหมดถ่ายภาพที่แมนนวลเช่นกัน ใช้รูรับแสงกว้างสุดเช่น f/2.8 ความไวแสงกำหนดไว้ที่ ISO 3200 ส่วนความเร็วชัตเตอร์ ตั้งไว้ที่ 10 วินาที ( แน่นอนว่าต้องใช้ขาตั้งกล้องด้วย) อันนี้จะเหมาะกับแสงเหนือความแสงประมาณ KP 3-4 หากแสงอ่อนกว่านี้ อาจจะต้องเพิ่มความไวแสง หรือเพิ่มเวลาให้นานขึ้น ทำนองเดียวกัน ถ้าแสงเหนือแรงมาก ต้องลดความไวแสง หรือลดความเร็วชัตเตอร์


การถ่ายภาพแสงเหนือว่ายุ่งยากแล้ว จะถ่ายคนคู่กับแสงเหรนือจะยุ่งมากขึ้น ไม่สามารถใช้แฟลชออโต้ได้ เพราะการคำนวณแสงอัตโนมัติในกล้องส่วนใหญ่จะทำให้ภาพสว่างจ้าเกินไป ต้องใช้แฟลชดวงเล็กๆ และปรับลดระดับกำลังไฟลงมากๆ เหลือเพียง 1/32, 1/64 หรือน้อยกว่านั้น อีกทางคือให้ไฟฉายหรือไฟจากแอปในมือถือก็ได้ แต่ต้องระวังอย่าให้สว่างมากเกินไป

ขอให้ทุกท่านที่ตั้งใจไปดูแสงเหนือ ได้เห็นและได้ภาพถ่ายที่สวยงามสมใจครับ...

0 views
  • ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line  คลิกที่นี่

  • ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com

  • โทร 02 399 5460 จ-ศ 09.30-18.00

30 ถนนอุดมสุข แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 โทร 0-2399-5460 แฟกซ์ 0-2398-2573  

sale@thailand-photo-tours.com

© 2019 by Thailand Photo Tours