• ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line  คลิกที่นี่

  • ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com

  • โทร 02 399 5460 จ-ศ 09.30-18.00

30 ถนนอุดมสุข แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 โทร 0-2399-5460 แฟกซ์ 0-2398-2573  

sale@thailand-photo-tours.com

© 2019 by Thailand Photo Tours

Best of USA Top 10 National Park

( 21 วัน, 18 คืน )
​22 เมษายน - 12 พฤษภาคม 2563

ขอเชิญร่วมเดินทางท่องเที่ยวถ่ายภาพประเทศอเมริกา สัมผัสสุดยอดประสบการณ์เที่ยวครบทุกอุทยานที่น่าตื่นตาตื่นใจและงดงามที่สุดของอเมริกาในทริปเดียว ถ่ายภาพกันอย่างจุใจ รับสมาชิกร่วมทริปเดินทางกลุ่มเล็กในช่วงเวลาดีที่สุดของรอบปี นำทริปโดย อาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร

* กรุณาอ่านเงื่อนไขก่อนจองทัวร์

ไฮไลท์ที่น่าสนใจของทริปนี้

  • Bryce Canyon National Park

  • Zion National Park 

  • Grand Canyon National Park

  • Arches National Park

  • Canyonlands National Park

  • Dead Horse Point State Park 

  • Monument Valley 

  • Upper & Lower Antelope Canyon

  • Horseshoe Bend

  • Death Valley National Park

  • Yosemite National Park

  • Grand Teton National Park

  • Yellowstone National Park

ค่าใช้จ่ายท่านละ 193,000 บาท

มัดจำเมื่อจองทัวร์ 60,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563
ซื้อตั๋วเครื่องบินเอง ลด 55,000 บาท
( หลังจากจองทัวร์แล้ว จะดำเนินการส่งชื่อสมาชิกเพื่อจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ และภายในประเทศ รวมทั้งที่พักและรายการทัวร์ที่อเมริกา หากยกเลิกภายหลัง ค่าใช้จ่ายบางส่วนที่จ่ายไปล่วงหน้าแล้วจะขอคืนเงินไม่ได้ )

ค่าใช้จ่ายรวม

ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ ไปกลับ 3 เที่ยวบิน ตามโปรแกรม

ค่าที่พักทุกแห่ง รวม 18 คืน

ค่าพาหนะการเดินทาง รวมน้ำมัน, ทางด่วน

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานทุกแห่งตามโปรแกรม

ค่ากิจกรรมตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทุกแห่งตามโปรแกม

ค่าใช้จ่ายไม่รวม

อาหารทุกมื้อ ( มีอาหารเช้าที่โรงแรมบางแห่ง )

ค่าธรรมเนียมขอวีซ่า ( ต้องขอวีซ่าอเมริกาด้วยตนเอง )

ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นบางแห่ง และค่าทิปอื่นๆ (ถ้ามี)

ค่ากิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในโปรแกรม เช่น ขี่ม้า, พายเรือคายัก, นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิว ฯ

 

พาหนะการเดินทาง รถแวน 12 ที่นั่ง 2 คัน ( สมาชิกคันละ 8 ท่าน + หัวหน้าทัวร์ 1 ท่าน )
 

สภาพอากาศ (โดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงได้ )

อุทยานแห่งชาติแกรนด์ แคนยอน กลางวัน 20 องศา กลางคืน 0 องศา

อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี กลางวัน กลางวัน 20 องศา กลางคืน 4 องศา

อุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์ กลางวัน 20 องศา กลางคืน 8 องศา

อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน กลางวัน 10 องศา กลางคืน -4 องศา

อาหารการกิน ไม่รวมค่าอาหารทุกมื้อ ( มีอาหารเช้าที่โรงแรมบางแห่ง )

 

น้ำหนักกระเป๋า กระเป๋าเดินทางใบใหญ่สูงไม่เกิน 30 นิ้วท่านละ 1 ใบ , กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง 10 กิโลกรัม

ตารางบิน

22 April 2020 Bangkok - Salt Lake City  ANA Airlines 

06:45-15.00 Flight NH806 Bangkok Suvarnabhumi - NRT Tokyo Narita

17.05-10.35 Flight NH008 NRT Tokyo - SFO San Francisco International  

13.49-16.31 Flight UA5687 SFO San Francisco Inter. - SLC Salt Lake City

11 May 2020 Salt Lake City - Bangkok  ANA Airlines 

08.10-08.58 Flight UA5474 Salt Lake City - LA   

11.45-15.25 Flight NH175 LA - Tokyo Narita  

12 May 2020 

17:00-21:40 Flight NH807 Tokyo Narita - Bangkok 

กำหนดการเดินทาง

พระอาทิตย์ขึ้น 06.030 , พระอาทิตย์ตก 19.00

22 เมษายน 2563 : กรุงเทพฯ - โตเกียว - ซานฟรานซิสโก

04.00 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ 

06:45 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน NH806 จากกรุงเทพฯ ถึงโตเกียวเวลา 15.00 น.

17.00 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน NH008 จากโตเกียว  

 

23 เมษายน 2563 : ซานฟรานซิสโก - ซอลต์เลคซิตี้

10.35 น. ถึงซานฟรานซิสโก รับกระเป๋า แล้วผ่านด่านตรวจ ตม. เพื่อเช็กอินต่อสายการบินในประเทศ 

13.49 น. ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน UA5687 จากซานฟรายซิสโก ถึงเซ้าท์ เลค ซิตี้เวลา 16.31 น.

พักที่โรงแรม Best Western Plus Airport Inn & Suites เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว

 

24 เมษายน 2563 : ซอลต์เลคซิตี้ - Bryce Canyon National Park  

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางไปยัง Bryce Canyon National Park ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉัยงใต้ของรัฐ UTAH มีเนื้อที่ประมาณ 145.02 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นกลุ่มของเสาหินที่ตั้งเรียงกันอยู่มากมาย เรียกว่า Hoodoo ตำนานของพวกอินเดียนแดงกล่าวว่าแท่งหินเหล่านี้เกิดจากมนุษย์ที่ต้องคำสาปกลายเป็นหิน แต่ความเป็นจริงเกิดจากการกัดเซาะและผุพังของชั้นหินจากลม ฝน และหิมะ  เนื่องจากเป็นหน้าผาสูงชัน  เมื่อน้ำไหลผ่านจึงเพิ่มความเร็วของน้ำและพลังงานในการกัดเซาะ นอกจากนั้น ที่นี่อยู่ในระดับสูงจากน้ำทะเล มีอากาศเย็นและมีหิมะตก   ดังนั้นการแข็งตัวของน้ำแข็งตอนกลางคืน และละลายตอนกลางวัน แล้วแข็งตัวใหม่ตอนกลางคืน มีทางเดินชมวิวตามริมหน้าผา บางจุดสูงมากกว่า 2 กิโลเมตรทีเดียว เย็นไปตั้งกล้องรอถ่ายภาพแสงสีพระอาทิตย์ตกที่ Sunset Point

พักที่ Bryce Pioneer Village ห้องละ 2 ท่าน  เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว

25 เมษายน 2563 :  Grand Canyon Skywalk ( 6 ชั่วโมง )  

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางไปยัง Grand Canyon Skywalk เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมโดยทำเป็นทางเดินพื้นกระจกยื่นเข้าไปในหุบเขาแกรนด์แคนยอน ดูเหมือนเราลอยอยู่กลางอากาศ มองเห็นวิวได้ชัดเจนแบบพาโนรามา 360 องศา

    จากนั้นเดินทางเข้าสู่แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon) ซึ่งเป็นดินแดนหินผาและหุบเหว ซึ่งหน้าผามีความสูงถึง 1600 เมตร และหุบเหวสูงถึง 450 กิโลเมตร แกรนด์แคนยอน มีส่วนกว้างที่สุด 29 กิโลเมตร และลึกมากกว่า 1.5 กิโลเมตร ส่วนล่างของ แกรนด์แคนยอน ซึ่งแม่น้ำโคโลราโดไหลผ่าน ในปัจจุบันนั้นคือหิน อายุเกือบ 2 พันล้านปี แกรนด์แคนยอน อยู่ในรัฐ แอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา และผู้ค้นพบคือ พันตรีจอร์น เวสลีย์ เพาเวลล์และคณะเมื่อปี ค.ศ. 1869  แกรนด์แคนยอนถือเป็น ความมหัศจรรย์ ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในอนุรักษ์สถานของโลกโดยตามสภาพภูมิศาสตร์ แกรนด์แคนยอน เกิดขึ้นจากแม่น้ำโคโลราโด ไหลจากทิศเหนือไปใต้สู่ทะเลสาบ "มี๊ด" ระยะทาง ประมาณ 200 ไมล์ Grand Canyon ถูกจัด ให้เป็นวนอุทยานแห่งชาติของสหรัฐ นอกจากนั้น ในบริเวณซอกหลืบ ของหุบเขาน้อยใหญ่ ยังมีการค้นพบร่องรอย อารยธรรม ของชาวอินเดียนแดงโบราณ ซึ่งยังมีลูกหลานดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม และบางส่วนก็ยังคงอยู่ที่ ซึ่งได้ใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณหุบเขาแห่งนี้มานานราว 9,000 ปี ทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมความมหัศจรรย์ของแกรนด์แคนยอนไม่ต่ำกว่าสองล้านคน​

    เย็นเที่ยมชมจุดชมวิวฝั่งตะวันออก อาทิ Yavapai Point, Mather Point และไปชมแสงสีพระอาทิตย์ตกที่ Yaki point

พักโรงแรม Yavapai Lodge เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว อยู่ในอุทยานแกรนด์แคนยอน 

 

26 เมษายน 2563 :  Grand Canyon เต็มวัน

ตื่นตีห้า เดินทางไปชมแสงสีพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิว Hopi point จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นสวยที่สุดของแกรนด์แคนยอน จากนั้นกลับโรงแรม รับประทานอาหารเช้า แล้วออกไปเที่ยวแบบเต็มวันตามจุดชมวิวทางฝั่งตะวันตก มีกิจกรรมเดินเทรลชมวิวประมาณ 3-4 กิโลเมตร (ทางราบ) เดินชมวิวอันสวยงามแบบสบายๆ ตั้งแต่ Hermits rest, Pima point จากนั้นหมู่บ้านแกรนด์แคนยอน ชมศูนย์นิทรรศการแกรนด์แคนยอน เย็นเดินทางไปจุดชมพระิาทืตย์ตกที่ Mohave point มองเห็นวิวหุบเขาและแม่น้ำโคโรราโดอยู่เบื้องล่าง

พักโรงแรม Yavapai Lodge เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว อยู่ในอุทยานแกรนด์แคนยอน 

27 เมษายน 2563 :  Horseshoe Bend ( 3 ชั่วโมง ) 

ตื่นตีห้าไปชมแสงสีพระอาทิตย์ขึ้นอีกครั้ง หลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางออกจากแกรนด์แคนยอน มุ่งหน้าสู่เมือง Page หลังจากเช็กอินแล้ว ไปเที่ยวกันที่ Glen Canyon Dam Overlook เขื่อนกั้นแม่น้ำโคโรลาโด บ่ายไปชมแสงสีพระอาทิตย์ตกที่ Horseshoe Bend ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นส่วนโค้งของแม่น้ำ Corolado คล้ายรูปเกือกม้า ใช้เวลาเดินจากลานจอดรถประมาณ 20 นาที เป็นจุดชมวิวที่งดงามและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ในช่วงกลางคืน หากท้องฟ้าเปิดจะกลับมาถ่าย Horseshoe Bend กับทางช้างเผือกและดาวล้านดวง

พักที่ Clarion Inn page เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว

 

28 เมษายน 2563 : Upper & Lower Antelope Canyon

โปรแกรมวันนี้จะเที่ยวที่ Lower Antelope แบบเต็มวัน Antelope Canyon ตั้งอยู่ที่เมือง Page รัฐ Arizona เป็นภูเขาหินทราย (sandstone) ที่โดนน้ำกัดเซาะนานนับพันปีจนเป็นร่องลึกและมีรูปทรงที่เห็นในปัจจุบัน แรงดันของน้ำจะค่อยๆ กัดกร่อนทำให้หินกลายเป็นริ้วๆ โค้งไปโค้งมาดูงดงามมากทีเดียว ช่วงเวลา 11.00-13.00 จะมีลำแสงจากดวงอาทิตย์สาดส่องลงมา เป็นภาพไฮไลท์ของสถานที่แห่งนี้ก็ว่าได้

    บ่ายเดินทางไปชม Upper Antelope Canyon

พักที่ Clarion Inn page เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว

29 เมษายน 2563 : Monument Valley Navajo Tribal Park ( 2 ชั่วโมง ) 

เช้าวันนี้จะเดินทางมุ่งหน้าสู่ Monument Valley สถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Forrest Gump นำแสดงโดย Tom Hanksในปี 1994 หุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) ตั้งอยู่ที่เส้นเขตแดนระหว่างรัฐยูทาห์กับรัฐแอริโซนาทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อหุบเขามีที่มาจากแท่งหินค้ำขนาดมหึมา ซึ่งกระจัดกระจายอยู่บนที่ราบไม้พุ่มอันแห้งแล้ง ภูมิภาคแถบนี้เต็มไปด้วยแท่งหินหรือซากหินที่หลงเหลือจากการสึกกร่อน นักธรณีวิทยาเรียกแท่งหินลักษณะดังกล่าวนี้ว่า"โมนูเมนต์"(โมนูเมนต์) ซึ่งมีลักษณะคล้ายสิ่งก่อสร้างจากฝีมือมนุยษ์เช่น ตึกสูง หินแท่งรูปร่างแปลกตาจำนวนมากเหล่านี้ถูกเรียกขานว่า"หินรูปประสาท"ซึ่งเป็นแท่งหินที่มีลักษณะยอดราบ หรือเรียกอีกอย่างเนิน"เมซา"(mesa) สูงกว่า 300 เมตร และด้านบนมีหินคล้ายใบเสมาปรากฏอยู่ นอกจากนี้ยังมี"หินรูปถุงมือ"ซึ่งมีลักษณะเป็นเนินยอดป้านดูคล้ายนิ้วมือทั้งสี่ ไม่ไกลมีแท่งหินรูป"แม่ไก่ในรัง" ถัดมาเป็น"เนินยอดบ้านเมอร์ริค"และ"เนินยอดบ้านมิตเชล" และมี"หินรูปแม่อธิการ"และ"หินแม่ชีทั้งสาม"ซึ่งทั้งสองเนินเป็นหินที่สูงที่สุดในกลุ่มแท่งหิน สูงกว่า 245 เมตร

พักที่ Expedition Lodge เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว

 

30 เมษายน 2563 : Canyonlands National Park & Arches National Park ( 3 ชั่วโมง )

เช้าวันนี้จะออกเดินทางต่อไปยัง Canyonlands National Park และ Arches National Park มีสถานที่น่าสนใจมากมาย โดยจะเที่ยวจนถึงพระอาทิตย์ตกกันเลย 

     อุทยานแห่งชาติอาร์ช (Arches National Park)  เป็นอุทยานเล็ก ๆ มีเนื้อที่ไม่มาก  อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา   ที่นี่เป็นบันทึกหน้าสำคัญทางธรณีวิทยา เป็นที่ชุมนุมของซุ้มหินโค้งหรือทับศัพท์จากภาษาอังกฤษว่าอาร์ช (arch) ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติถึงกว่า 2000 พันแห่ง  มีขนาดน้อยใหญ่  รูปร่างต่าง ๆ กัน

     ซุ้มหินโค้งเกิดขึ้นได้อย่างไรจึงสามารถยืนหยัดท้าทายกฎของแรงโน้มถ่วงเป็นเวลานับเป็นล้านๆ ปี  ที่บริเวณนี้ เมื่อนานมาแล้วเคยอยู่ใต้ท้องทะเล  จึงมีชั้นเกลือสะสมอยู่ด้านล่างเรียกว่า salt bed  จากนั้นจึงมีการทับถมของชั้นหินทรายซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า   เมื่อกาลเวลาผ่านไป ชั้นหินส่วนนี้กลายเป็นส่วนของเปลือกโลก ซึ่งผุกร่อนไปตามเวลา จากน้ำ ลม และหิมะ   ชั้นเกลือด้านล่างทรุดตัวลงและถูกชะล้างไปเร็วกว่าชั้นหินด้านบน   เมื่อกัดเซาะไปเรื่อย ๆ จึงเกิดเป็นช่อง เป็นรู ไฮไลต์สำคัญของอุทยาน ซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของรัฐยูทาห์ คือ Delicate Arch ที่สวยที่สุด ต้องเดินเท้าเป็นระยะทางกว่าสองกิโลเมตรเพื่อไปชมความงามของอาร์ชแห่งนี้    แต่นับว่าคุ้มค่ามาก เพราะภาพที่ได้เห็นตรงหน้า เป็นจุดที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกใบนี้

พักที่ Expedition Lodge เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว

1 พฤษภาคม 2563 : ลาส เวกัส ( 8 ชั่วโมง )

เช้าวันนี้เดินทางไกลเข้าเมือง ลาส เวกัส ถึงตัวเมืองเย็นๆ หลังเช็กอินเข้าที่พักอิสระเดินเที่ยวชมแสงสีเมืองเวกัสตามอัธยาศรัย

         ลาสเวกัส เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา เป็นสถานที่ที่ชาวอเมริกันและคนทั่วโลก ให้ฉายาว่า "เมืองแห่งบาป" (Sin City)  เพราะเมืองทั้งเมืองเจริญเติบโตขึ้นมาจากความก้าวหน้าของกิจการการพนัน เป็นแรงดึงดูดหลักให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา ต่อมาก็ได้พัฒนาไปสู่ธุรกิจบริการใกล้เคียง ได้แก่ โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความโอ่อ่าอลังการ และขนาดใหญ่มากกว่าที่อื่นในโลก จะหาได้ค่อนข้างยากที่จะมีบ่อนการพนัน และโรงแรมมารวมตัวกันอย่างแน่นหนาในบริเวณใกล้เคียงกันเหมือนกับเมืองลาสเวกัส แห่งนี้ โดยในที่สุด ปัจจุบันนี้ คนไปเที่ยวลาสเวกัสไม่ได้เป็นเพราะต้องการที่จะไปเล่นการพนันหรือไปดื่มกินให้สนุกเป็นหลักอีกต่อไป แต่ไปเพื่อได้เห็นลักษณะอันพิเศษของเมืองนี้ เมืองนี้มีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่คือ ไฮจ์ โรลเลอร์ ซึ่งเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก ตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 2014 

พักที่ Westgate Las Vegas Resort & Casino เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว

 

2 พฤษภาคม 2563 : Death Valley National Park ( 2 ชั่วโมง )

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปเที่ยวอุทยาน Death Valley National Park ตื่นตาตื่นใจกับภูมิประเทศที่แปลกประหลาด เต็มไปด้วยหินสีแดง รูปทรงแปลกตา มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ Mesquite Flat Sand Dunes, Zabriskie Point, Hells Gate

        บ่ายเดินทางไปอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากของอเมริกา นั่นคือ Yosemite National Park อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี  เป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีพื้นที่  3,081 ตารางกิโลเมตร โดยมีพื้นที่จรดทะเลทรายเนวาดา มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 3 ล้านคนต่อปี และได้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) โยเซมิตีเป็นที่รู้จักในชื่อของหน้าผาหินแกรนิต ยอดเขาโดมครึ่งซีก (Half dome) น้ำตกขนาดใหญ่หลายน้ำตก พื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นป่าสมบูรณ์ มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่ และยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดทั้งปี 

พักที่ Yosemite View Lodge เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้อน้ำในตัว

3-4 พฤษภาคม 2563 : Yosemite National Park

ในสองวันนี้จะท่องเที่ยวในอุทยานโยเซมิตีอย่างเต็มอิ่ม อาทิ สวนป่า Mariposa Grove ที่เต็มไปด้วยไม้ยักษ์อายุนับพันปี บางต้นถูกเจาะทะลุให้ม้าวิ่งผ่านไปได้ , Half Dome ภูเขาหินทรงโค้ง สัญลักษณ์ของโยเซมิตี ที่ถูกถ่ายทอดเป็นภาพถ่ายอันงดงามโดยศิลปินนักถ่ายภาพชื่อดังก้องโลก แอนเซิล อดัมส์ , El Capitan จุดชมวิวที่โด่งดังมากอีกแห่งหนึ่งในอุทยาน มีภูเขาหินขนาดใหญ่สูงกว่า 900 เมตร แวดล้อมไปด้วยป่าสนที่สวยงาม , Sentinel Dome จุดชมวิวและน้ำตกที่งดงาม อีกหนึ่งสถานที่ซึ่ง  แอนเซิล อดัมส์ เคยเดินทางมาบันทึกภาพในปี 1940 และถูกเผยแพร่ออกไปทั้งในอเมริกาและทั่วโลก ทำให้นักท่องเที่ยวและนักถ่ายภาพเดินทางมายังที่นี่เป็นจำนวนมากในทุกฤดูกาล , Bridalveil Falls น้ำตกขนาดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นและสัมผัสเป็นด่านแรกหากเดินทางเข้าอุทยานจากทางฝั่งตะวันตก ตัวน้ำตกสูงกว่า 60 เมตร มองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล และมีปริมาณน้ำมากเป็นพิเศษในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม จากการละลายของหิมะบนยอดเขา นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเท่ียวภายในอุทยานอีกมากมาย จะไปเที่ยวชมให้มากที่สุดเท่าที่เวลาและสภาพอากาศเอื้ออำนวย

      บริเวณที่พักมีร้านอาหารหลายแห่ง มีเมนูให้เลือกมากมาย โดยเปิดให้บริการตั้งแต่กลางเดือนเมษายนถึงพฤษจิกายนของทุกปี เราจะซื้ออาหารจากร้านอาหารไปทานแบบปิคนิคในเวลากลางวัน เมนูส่วนใหญ่เป็น เบอร์เกอร์ แซนวิส สลัด พิซซ่า ฯ สำหรับมื้อค่ำร้านอาหารต่างๆ จะปิดบริการประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ไม่ควรนำอาหารเข้าไปในห้องพักเนื่องจากสัตว์ป่าเช่น หมี จะได้กลิ่นและอาจเกิดอันตรายในเวลากลางคืน ( หน้าที่พักมีกล่องสำหรับใส่อาหารทุกชนิด )

พักที่ Yosemite View Lodge เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว

 

5 พฤษภาคม 2563 : Yosemite-Salt Lake City ( 9 ชั่วโมง )

เดินทางออกจากอุทยานโยเซมิตี มุ่งหน้าไปยังเมือง Salt Lake City วันนี้เดินทางไกลเต็มวัน 

พักที่โรงแรม Baymont by Wyndham Murray

 

6 พฤษภาคม 2563 : Salt Lake City - Grand Teton National Park  ( 6 ชั่วโมง ) 

เช้าเดินทางต่อไปยังอุทยาน Grand Teton National Park เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจในอุทยาน อาทิ Sleeping Indian Overlook, Albright View Overlook, Windy Point Turnout, Teton Glacier Turnout เย็นถ่ายภาพแสงสีพระอาทิตย์ตกในจุดชมวิวที่เหมาะสม

พักที่ Baymont by Wyndham Murray 2 เตียง ห้องน้ำในตัว

7-9 พฤษภาคม 2563 : Yellowstone National Park ( 2 ชั่วโมง )

เช้าไปถ่ายภาพกันที่ Jenny Lake Overlook, Mountain View Turnout จากนั้นออกเดินทางต่อขึ้นเหนือไปยังอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน เป็นอุทยานแห่งแรกของโลกและของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ในเขตติดต่อ 3 รัฐได้แก่ ไวโอมิง มอนแทนา และไอดาโฮ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐไวโอมิง เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ มีเนื้อที่มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์ คือประมาณ 43,750 ตารางไมล์ หรือ 8,992 ตารางกิโลเมตร หรือ 5,620,000 ไร่ ภายในอุทยานประกอบไปด้วยที่ราบสูงและภูเขาสูงมีหน้าผาชัน และทะเลสาบ เยลโลว์สโตนเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีบ่อน้ำร้อน และน้ำพุร้อน มากกว่า 10,000 แห่ง และ 250 แห่งเป็นบ่อน้ำพุร้อน (เป็นแมกมาใต้ดินที่พุ่งออกมา) และน้ำพุร้อนที่สำคัญคือ น้ำพุร้อนโอลด์เฟทฟุล ซึ่งมีน้ำพุร้อนพุ่งออกมาทุกๆ 33 และ 93 นาที โดยไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอดระยะเวลา 100 ปีที่ผ่านมา ยังมีน้ำตกอีกกว่า 300 แห่ง ที่สามารถค้นพบและท่องเที่ยวได้อีกมากมาย

    ภายในอุทยานมีสัตว์ป่าที่น่าสนใจมากมาย อาทิหมีกริซลี หมีดำ ควายป่าไบซัน กวางมูส กวางเอลก์ แพะภูเขาบิกฮอร์น แมวป่า หมาป่า เราจะท่องเที่ยวและถ่ายภาพกันอย่างเต็มอิ่มตลอด 3 วันเต็ม หากต้องการถ่ายภาพสัตว์ป่า ควรมีเลนส์เทเลซูมเช่น 70-200 มม หรือ 100-300 มม

พักที่  Old Faithful Snow Lodge & Cabins เตียงควีนไซส์ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว

10 พฤษภาคม 2563 : Yellowstone - Salt Lake City ( 7 ชั่วโมง )

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางกลับ Salt Lake City แวะถ่ายภาพทิวทัศน์ระหว่างทางไปจนถึงที่พัก

พักที่โรงแรม Best Western Plus Airport Inn & Suites 

 

11 พฤษภาคม 2563 : ซอล์ทเลคซิตี้ - โตเกียว นาริตะ

05.00 เช็กอินที่สนามบินซอล์ทเลคซิตี้
08.10 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน UA5474 จากซอล์ทเลคซิตี้ อาคารผู้โดยสาร 1 ถึงลอสแองเจลิส เวลา 08.58 น.

11.45 ออกเดินทางต่อโดยสายการบิน ANA เที่ยวบิน NH175 จากลอสแองเจลิส ถึงโตเกียว นาริตะ เวลา 15.25 น.

 

12 พฤษภาคม 2563 : โตเกียว - กรุงเทพมหานคร

17:00 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน NH807 จากโตเกียว นาริตะ ถึงกรุงเทพมหานคร เวลา 21:40 น. โดยสวัสดิภาพ พร้อมภาพถ่ายประทับใจที่จะอยู่ในความทรงจำดีๆ ไปอีกนานแสนนาน