-
ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์ ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113
-
บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
-
แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line คลิกที่นี่
-
ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com
ทัวร์ชิลี อาร์เจนตินา เกาะอีสเตอร์
ครั้งหนึ่งในชีวิต ชมสุริยุปราคาเต็มดวง
เยือนปาตาโกเนียฝั่งชิลี ชมเพนกวินจักรพรรดิ
ธรรมชาติอันมหัศจรรย์ 18 วัน 15 คืน
24 มค - 10 กพ 2570
*** นำโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร เดินทางไปกับเราได้ภาพสวยแน่นอน ***


ค่าทัวร์ ท่านละ 186,000 บาท , รับสมาชิกเพียง 6 ท่านเท่านั้น
มัดจำท่านละ 60,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระภายใน 1 พฤศจิกายน 2569
วีซ่า : ชิลี และ อาร์เจนตินา คนไทยถึง Passport ไทย ไม่ต้องขอวีซ่า
การยกเลิกทริป :
หลังจากจองทริปแล้ว หากยกเลิกจะหักค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปแล้วตามจริง
หากยกเลิกหลัง 1 พฤศจิกายน 2569 ไม่คืนเงินทุกกรณี
ค่าใช้จ่ายรวม
1. ค่ารถมินิบัส เรือ ตามรายการทัวร์
2. หัวหน้าทัวร์ไทย อ.ประสิทธิ์ จันเสรีกร ถ่ายภาพให้สมาชิกฟรี
3. ค่าที่พักโรงแรม 14 คืน ( ห้องละ 2 ท่าน , มีอาหารเช้าเฉพาะที่พักแบบโรงแรม )
4. ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ และสถานที่ทุกแห่งตามโปรแกรม
5. ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและทิปอื่นๆ
6. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 3,000,000 บาท
ค่าใช้จ่ายไม่รวม
1. ค่าตั๋วเครื่องบินทุกเที่ยวบินตามรายการทัวร์
2. ไม่รวมค่าอาหารกลางวันและค่ำ ทานได้ที่ร้านอาหารของโรงแรม ร้านอาหารในตัวเมือง และร้านอาหารระหว่างเดินทาง
3. ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในรายการทัวร์
ตั๋วเครื่องบิน หลังจากจองทัวร์แล้ว ควรจองตั๋วเครื่องบินทันทีเนื่องจากเป็นไฮซีซั่น หากที่เหลือน้อยราคาจะสูงขึ้นตามลำดับ ( ประมาณ 140,000 บาท ราคาขึ้นกับวันออกตั๋ว )
24 มกราคม 2570 BKK - SCL KLM 11.30 - 09.45 ถึง 25 มกราคม 2570
26 มกราคม 2570 11.30-14.55 SCL - IPC LA843 Latam
28 มกราคม 2570 16.30-23.10 IPC-SCL LA844 Latam
29 มกราคม 2570 12.35-15.58 SCL - PUQ H21 Skyairline
2 กุมภาพันธ์ 2570 13.35-17.00 PUQ - SCL H22 Skyairline
3 กุมภาพันธ์ 2570 9.15-12.20 SCL - AEP R1281 , 18.40-20.45 AEP - PMY AR1814
7 กุมภาพันธ์ 2570 21.35-23.25 PMY - EZE
8 กุมภาพันธ์ 2570 EZE - BKK KLM 17.00-10.05 ถึง 10 กุมภาพันธ์ 2570
กระเป๋าเดินทาง : ใบใหญ่ 29 นิ้ว ท่านละ 1 ใบ , กระเป๋าถือขึ้นเครื่องน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม
สภาพอากาศ : เดือนกุมภาพันธ์เป็นฤดูร้อนของซีกโลกใต้
-
Santiago ( 15-30 องศา )
-
Easter Island ( 20-28 องศา )
-
Punta Arenas ( 7-14 องศา )
-
Puerto Madryn ( 15-30 องศา )
-
Buenos Aires ( 20-30 องศา )
กลุ่มไลน์ : หลังจากจองทัวร์ และยืนยันการเดินทางแล้ว จะตั้งกลุ่มไลน์เพื่อแจ้งรายละเอียดอัพเดทต่างๆ

***ไฮไลท์ของทริป ***
-
เกาะอีสเตอร์
-
เที่ยวเมืองซันดิเอโก
-
เที่ยวเมืองบัวโนสไอเรส
-
เที่ยวเมืองปันตา อารีนาส
-
อุทยานแห่งชาติ Torres del Paine
-
ชมสุริยุปราคาเต็มดวง
-
ชม วาฬ โลมา แมวน้ำช้าง เพนกวิน นกทะเล และอื่นๆ อีกมากมาย
และวิวธรรมชาติ อื่นๆ อีกมากมายตลอดการเดินทาง

กำหนดการ
24 มกราคม 2570 กรุงเทพฯ - ซันดิเอโก (ชิลี)
08.30 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เค้าท์เตอร์สายการบิน KLM
11.30 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน AF0199 ( บิน 13 ชั่วโมง 10 นาที )
18.40 เดินทางถึงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
23.20 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน AF0406
25 มกราคม 2570 ซันดิเอโก
09.45 เดินทางถึงเมือซันติอาโก ประเทศชิลี เช็กอินเข้าที่พัก
บ่ายนำท่านเที่ยวชมเมือซันติอาโก หรือที่รู้จักกันในชื่อ ซานเตียโกเดชิเล เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศชิลี ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 520 เมตร ในหุบเขาตอนกลางของประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นมหานครซันติอาโก เกือบสามศตวรรษที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องได้เปลี่ยนให้ซันติอาโกเป็นเขตนครหลวงที่สมัยใหม่ที่สุดแห่งหนึ่งในลาตินอเมริกาพร้อม ๆ กับการพัฒนาเขตชานเมืองอย่างกว้างขวาง ศูนย์การค้าหลายสิบแห่ง และสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจ รวมทั้งมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของลาตินอเมริกาเป็นที่เชิดหน้าชูตา เช่น ซันติอาโกเมโทร (Santiago Metro) และระบบใหม่ โกสตาเนรานอร์เต เดินทางจากสนามบินเข้าเขตเมืองภายในเวลา 15 นาทีเท่านั้น
เที่ยวชมไฮไลท์ของซันดิเอโก อาทิ จัตุรัสพลาซาเดอาร์มัส , พระราชวังลาโมเนดา , ภูเขาซานลูเซีย จุดชมวิวเมืองมุมสูงและสวนสาธารณะใจกลางเมืองมองเห็นตัวเมืองที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอนดิสซึ่งปกคลุมด้วยกลาเซียร์ธารน้ำแข็งอย่างชัดเจน
พักที่โรงแรม Holiday Inn Santiago - Airport Terminal พักห้องละ 2 ท่านแบบ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว พร้อมอาหารเช้า ฟรี WiFi


26-27 มกราคม 2570 เกาะอีสเตอร์ ( ฝากกระเป๋าใบใหญ่ที่โรงแรม จัดเสื้อผ้าสองชุดสำหรับเที่ยวที่เกาะอีสเตอร์ )
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปเช็กอินที่สนามบิน ออกเดินทางสู่เกาะอีสเตอร์ หนึ่งในดินแดนที่ได้ชื่อว่าเดินทางไปเที่ยวชมได้ยากที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ในการปกครองของประเทศชิลี ตัวเกาะห่างจากฝั่งประเทศชิลีไปทางทิศตะวันตกกว่า 3,600 กิโลเมตร ใช้เวลาบินนานกว่าสามชั่วโมง จึงได้ชื่อว่าเป็นสถานที่อันโดดเดี่ยวมากที่สุดในโลก มีพื้นที่เพียง 160 ตารางกิโลเมตร โดยมีความยาวเพียง 25 กิโลเมตร
ในปี ค.ศ. 1680 เป็นช่วงที่ชาวเผ่าสองเผ่าที่อยู่บนเกาะ ซึ่งมีชนเผ่าหูสั้น (คาดว่าเป็นพวกที่มาจากเกาะแถบโปลีนีเซีย) กับเผ่าหูยาว (คาดว่ามาจากอเมริกาใต้) ซึ่งอยู่อย่างสงบมาช้านานได้ทะเลาะกันและทำสงครามกัน ทำให้ป่าเริ่มหมด สภาพดินเริ่มเสื่อมลง เผ่าหูสั้นซึ่งมีประชากรน้อยกว่ากลับชนะเผ่าหูยาว และช่วงที่ทำการรบอยู่นั้น พวกชาวเผ่าหูสั้นก็ได้ทำลายรูปปั้นหินและโคนรูปเกาะสลักเป็นจำนวนมาก
ในปี ค.ศ. 1722 นักเดินเรือชาวดัตช์นำโดย ยาโกบ โรคเคเฟน เป็นชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เข้ามาถึงได้เดินทางมาพบเกาะนี้ในวันอาทิตย์อีสเตอร์ และได้ค้นพบว่าบนเกาะมีชนเผ่าอาศัยอยู่สองเผ่า และได้ตั้งชื่อเกาะให้ตรงกับวันที่ได้พบคือวันอีสเตอร์ ในปี ค.ศ. 1770 นักเดินเรือชาวสเปนที่เดินทางมาจากเปรูได้ค้นพบเกาะนี้อีกครั้ง ซึ่งขณะนั้นบนเกาะมีซึ่งมีชาวพื้นเมืองอาศัยอยู่ มีประชากรราว 3,000 คน แต่สี่ปีให้หลังจากนั้น กับต้นเจมส์ คุกที่เดินทางสำรวจแถบแปซิฟิกครั้งที่สอง ก็ได้พบเกาะอีสเตอร์ ซึ่งขณะนั้นประชากรบนเกาะเหลืออยู่เพียง 600-700 คน และมีผู้หญิงอยู่เพียง 30 คนเท่านั้น (มีการเล่าต่อกันมาว่าอาจเกิดจากการที่ผู้หญิงและเด็กถูกจับกิน จึงทำให้เด็กกับผู้หญิงลดน้อยลง) ตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 จำนวนประชากรได้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
ในปี ค.ศ. 1862 รัฐบาลเปรูได้กวาดต้อนชาวพื้นเมืองชายประมาณ 1,000 คนไปเป็นทาสบนแผ่นดินใหญ่ แต่ไม่กี่เดือนให้หลัง หลังจากทาส 15 คนที่ได้รับการปล่อยตัวเพื่อกลับมาที่เกาะ ก็ได้นำเชื้อไข้ทรพิษกลับเข้ามาด้วย ทำให้ชาวเกาะซึ่งไม่มีภูมิคุ้มกันได้ติดโรคร้ายไปด้วย ทำให้ประชากรลดลงไปมาก จากการที่ชาวพื้นเมืองไม่ได้บันทึกอะไรไว้เลย สิ่งที่ถ่ายทอดไปสู่คนรุ่นหลังคือเล่าจากปากต่อปาก ต้นตอของสิ่งต่าง ๆ จึงได้ตายหายไปพร้อมกับชาวพื้นเมืองที่ลดจำนวนลงไปด้วย แม้จะมีข้อความสัญลักษณ์ แต่ก็ไม่สามารถถอดความได้ และยังหาคำอธิบายไม่ได้ว่าชาวเกาะอีสเตอร์ได้อพยพมาจากที่ใด
ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ประเทศชิลีก็ได้ผนวกเกาะอีสเตอร์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในปี ค.ศ. 1888 หลังจากนั้นประชากรบนเกาะก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ไฮไลท์ของเกาะอีสเตอร์คือ หินแกะสลักโมไอ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ที่มาของชาวพื้นเมืองบนเกาะ แต่ชาวพื้นเมืองก็ได้สร้างรูปสลักยักษ์ขึ้น ซึ่งสร้างจากหินและกากแร่ภูเขาไฟหรือหินบะซอลต์ ซึ่งรูปสลักในยุคแรกจะเป็นรูปสลักคนนั่งคุกเข่าในช่วงประมาณ ค.ศ. 380 ในยุคถัดมาเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1100 จะสลักเป็นรูปที่เรียกว่า โมไอ ซึ่งเป็นที่โดดเด่นทั่วไปบนเกาะ
โมไอ มีรูปร่างคล้ายมนุษย์และส่วนศีรษะมีขนาดใหญ่เด่นชัด โมไอถูกพบมากกว่า 887 ตัว กระจายอยู่ทั่วเกาะอีสเตอร์ อุทยานแห่งชาติราปานูอี ประเทศชิลี โมไอเกือบทั้งหมดที่พบนั้นถูกแกะสลักมาจากหินก้อนเดียว แต่บางตัวก็มีของประดับลักษณะคล้ายหมวกหรือมวยผมซึ่งเรียกว่า "ปูเกา" (pukao) เป็นชิ้นต่างหากอยู่บนศีรษะ โมไอเกือบทั้งหมดถูกแกะสลักมาจากเหมืองหินที่ปล่องภูเขาไฟราโนรารากู (Rano Raraku) ซึ่งเป็นที่ที่พบโมไออยู่กว่า 400 ตัว อยู่ในกระบวนการแกะสลักซึ่งใกล้เสร็จสมบูรณ์ -โพเนกรีฟ(ตัวหินนั้นใช้แร่แม่เหล็กผสมกับโลหะไททาเนียม จะได้ส่วนผสมชนิดใหม่)
จากการค้นพบรูปปั้นที่ยังแกะสลักอยู่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ นั้น ทำให้มีการสันนิษฐานว่าเหมืองหินได้ถูกทิ้งร้างไปอย่างกะทันหัน นอกจากนั้นในการค้นพบ โมไอเกือบทั้งหมดอยู่ในสภาพล้อมนอน ซึ่งเชื่อว่าชาวพื้นเมืองบนเกาะเป็นผู้ทำให้มันล้ม
เราจะเที่ยวชมเกาะตามจุดต่างๆ รวมทั้งชมแสงสีจากพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกกับหินโมไอที่สวยงามตลอดสองวันบนเกาะแห่งนี้
พักที่โรงแรม Tupa Hotel พักห้องละ 2 ท่านแบบ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว พร้อมอาหารเช้า ฟรี WiFi

28 มกราคม 2570 เกาะอีสเตอร์ - ซันดิเอโก
เช้าวันนี้เดินทางไปถ่ายภาพแสงสียามเช้ากับหินโมไอ และเที่ยวชมตามจุดต่างๆ อีกครั้งจากนั้นช่วงบ่ายเดินทางไปสนามบิน
16.30 ออกเดินทางกลับซันดิเอโก เช็กอินเข้าที่พัก รับกระเป๋าใบใหญ่คืนจากโรงแรม
พักที่โรงแรม Holiday Inn Santiago - Airport Terminal พักห้องละ 2 ท่านแบบ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว พร้อมอาหารเช้า ฟรี WiFi

29 มกราคม 2570 ซันดิเอโก - ปุนตาอาเรนัส
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปสนามบินเช็กอิน
12.35 ออกเดินทางไปยังเมือง Punta Arenas เมืองเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศชิลี ดินแดนแห่งขั้วโลกใต้ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ในช่วงเวลาที่เดินทางไปเป็นฤดูร้อนอุณหภูมิสูงสุดราว 15 องศา และต่ำสุดประมาณ 7 องศา
ปุนตาอาเรนัส เป็นเมืองหลวงของแคว้นมากายาเนสและลาอันตาร์ติกาชิเลนา แคว้นใต้สุดของประเทศชิลี เป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางซีกโลกใต้บนเส้นรุ้งที่ 46 เดิมได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น มากายาเนส ในปี ค.ศ. 1927 แต่เปลี่ยนกลับมาใช้ปุนตาอาเรนัสเหมือนเดิมในปี ค.ศ. 1938 และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 เป็นหนึ่งในสองเมืองของชิลีที่เป็นเมืองท่าปลอดภาษี
นำท่านเดินสำรวจเมืองแห่งขั้วโลกใต้ เริ่มจาก จุดชมวิวเซอร์โร เด ลา ครูซ เป็นจุดชมวิวกลางเมืองที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองและช่องแคบมาเจลลันได้ทั่วทั้งเมือง จากนั้นไปชมจัตุรัสพลาซา มูญอส กาเมโร ที่เป็นจุดศูนย์รวมใจกลางเมือง และเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน
ที่พัก Apart Hotel Endurance เป็นอพาร์ทเม้นท์ แบบ 2 เตียงแยก พักที่นี่ 4 คืน มีครัว พร้อมส่วนรับประทานอาหาร และมีอาหารเช้า ฟรี WiFi

30 มกราคม 2570 Magdalena Island
ในวันนี้เราจะเดินทางล่องเรือไปยังเกาะ Magdalena Island เกาะเล็กๆ ในเขตอนุรักษ์ Los Pingüinos Natural Monument เปิดให้เที่ยวชมเฉพาะฤูร้อนเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์เท่านั้น
การเดินทางจะข้ามช่องแคบมาเจลลันอันเลื่องชื่อ ไปยังอาณานิคมนกเพนกวินมาเจลลันอันน่าทึ่งในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอันงดงามของปาตาโกเนีย ฝั่งประเทศชิลี ระหว่างเดินทางคุณจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์แบบพาโนรามา และหากโชคดี คุณอาจได้เห็นสิงโตทะเลและนกทะเลระหว่างทาง
เมื่อมาถึงเกาะมาเจลลัน ไกด์ท้องถิ่นจะนำคุณเดินไปตามเส้นทางยาว 800 เมตร ล้อมรอบด้วยนกเพนกวินประมาณ 5,000 ถึง 10,000 ตัว จนถึงประภาคารเก่าแก่ของเกาะ ที่ซึ่งคุณจะได้ชื่นชมความกว้างใหญ่ของช่องแคบมาเจลลันและทิวทัศน์ปาตาโกเนียอันน่าทึ่ง การเดินทางฝูงนกเพนกวินนับพันนับหมื่นตัวเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งและประทับใจมาก อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงคุณกับธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ณ ปลายสุดทางใต้ของโลกได้อย่างน่าอัศจรรย์
จากนั้นเราจะกลับขึ้นเรือเพื่อเริ่มต้นการเดินทางกลับไปยังปุนตาอาเรนัส เป็นการปิดฉากทัวร์ที่ผสมผสานธรรมชาติ สัตว์ป่า และทิวทัศน์อันงดงามในหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นที่สุดของชิลี
ที่พัก Apart Hotel Endurance เป็นอพาร์ทเม้นท์ แบบ 2 เตียงแยก พักที่นี่ 4 คืน มีครัว พร้อมส่วนรับประทานอาหาร และมีอาหารเช้า ฟรี WiFi

31 มกราคม 2570 ปุนตาอาเรนัส - เพนกวินจักรพรรดิ
หลังอาหารเช้า นำคุณล่องเรือข้ามช่องแคบมาเจลลันไปยังติเอร์ราเดลฟูเอโก ณ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติคิงส์เพนกวิน โดยไกด์จะนำเดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้ พร้อมอธิบายข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับเพนกวินสายพันธุ์นี้ คุณจะได้ชมและถ่ายภาพเพนกวินจักรพรรดิ ซึ่งเป็นเพนกวินสายพันธุ์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก จากจุดชมวิวที่กำหนดไว้เพื่อไม่ให้เกิดการรบกวน เนื่องจากเป็นถิ่นอาศัยที่อยู่ในธรรมชาติจริงๆ ช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมคือมกราคมถึงมีนาคม ระหว่างทางเดินจะแวะที่ฟาร์มซานเกรกอริโออันเก่าแก่ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1878 ที่นี่ยังมีโครงสร้างเก่าแก่หลงเหลืออยู่
เราจะปิดท้ายประสบการณ์นี้ด้วยการล่องเรือกลับข้ามช่องแคบมาเจลลันไปยังปุนตาอาเรนัส ทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำของการผจญภัยในปาตาโกเนียแห่งขั้วโลกใต้ที่แสนพิเศษไม่เหมือนใคร
ที่พัก Apart Hotel Endurance เป็นอพาร์ทเม้นท์ แบบ 2 เตียงแยก พักที่นี่ 4 คืน มีครัว พร้อมส่วนรับประทานอาหาร และมีอาหารเช้า ฟรี WiFi

1 กุมภาพันธ์ 2570 อุทยานแห่งชาติตอร์เรสเดลปาอิเน (ปาตาโกเนียฝั่งชิลี)
เช้าวันนี้จะนำท่านออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ เดินทางไปยังดินแดนสุดเร้าใจ ปวยร์โตนาตาเลส เมืองที่มีเสน่ห์ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณสามชั่วโมง นี่คือวิธีที่สมบูรณ์แบบในการเริ่มต้นวันแห่งการสำรวจที่น่าจดจำ!
เมื่อถึงปวยร์โตนาตาเลส เราจะแวะพักสักครู่เพื่อชมวิวชายฝั่งที่สวยงาม จากนั้นเตรียมตัวไปเยี่ยมชมถ้ำมิโลดอน สถานที่สำคัญที่ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์และพืชโบราณที่มีอายุย้อนหลังไปหลายล้านปี
ต่อไป เราจะมุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติตอร์เรสเดลปาอิเน ที่ซึ่งคุณจะต้องตะลึงกับทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดเท่าที่คุณเคยเห็น! คุณจะได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น หาดเกรย์ จุดชมวิวเปโฮเอ และจุดชมวิวซัลโตแกรนด์ และเราจะเดินเทรลระยะสั้น 30 นาทีไปยังน้ำตกที่สวยงาม เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันน่าทึ่งของเทือกเขาปาอิเน
หลังจากชื่นชมกับทิวทัศน์อันงดงามจากอุทยานแห่งชาติทอร์เรสเดลปาอิเนและถ้ำมิโลดอน คุณจะกลับถึงโรงแรมประมาณสามทุ่ม (พระอาทิตย์ตกราวสี่ทุ่ม) เป็นอีกวันที่น่าประทับใจของทริปนี้
ที่พัก Apart Hotel Endurance เป็นอพาร์ทเม้นท์ แบบ 2 เตียงแยก พักที่นี่ 4 คืน มีครัว พร้อมส่วนรับประทานอาหาร และมีอาหารเช้า ฟรี WiFi

2 กุมภาพันธ์ 2570 ซันดิเอโก
หลังอาหารเช้า เดินทางไปเช็กอินสนามบิน
13.35 ออกเดินทางโดยสายการบินสกายแอร์
17.00 เดินทางถึงเมืองซันดิเอโก นำท่านเช็กอินเข้าที่พัก
พักที่โรงแรม Holiday Inn Santiago - Airport Terminal พักห้องละ 2 ท่านแบบ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว พร้อมอาหารเช้า ฟรี WiFi
3 กุมภาพันธ์ 2570 อาร์เจนตินา - ปูเอร์โต มาดริน
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปเช็กอินสนามบิน
09.15 ออกเดินทางไปยังบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา จากนั้นออกเดินทางต่อไปยัง ปูเอร์โต มาดริน เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตปาตาโกเนียของอาร์เจนตินา มีประชากรราวหนึ่งแสนคน
พักที่ Rayentray Grand Hotel ( พักที่นี่ 3 คืน ) ห้องพักแบบ 2 เตียงแยก พร้อมอาหารเช้า ฟรี WiFi
4 กุมภาพันธ์ 2570 ปุนตาทอมโบ - เพนกวินและสัตว์ป่านานาชนิด
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านเดินทางไกล 170 กิโลเมตร เส้นทางเลียบมหาสมุทรลงใต้ จุดหมายคือ ปุนตาทอมโบ เป็นคาบสมุทรยื่นออกไปในมหาสมุทรแอตแลนติก ที่นี่คือบ้านของนกเพนกวินแมเจลแลนขนาดใหญ่ที่สุดในอาร์เจนตินา โดยมีประชากรมากกว่า 500,000 ตัว ได้รับการคุ้มครองตั้งแต่ปี 1979 และปุนตาทอมโบเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทางทะเลในอ่าวซานจอร์จ
การเที่ยวชมมีทางเดินไม้อย่างดี ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เดินลัดเลาะไปตามชายฝั่งทะเล เปิดให้เข้าพื้นที่ชมนกเพนกวินในช่วงฤดูผสมพันธ์เดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งจะได้เห็นภาพนกเพนกวินอาศัยอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น ไม่เว้นแม้กระทั่งริมทางเดิน สามารถชมและถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ อาทิ วาฬเพชฌฆาต, สิงโตทะเล, แมวน้ำช้าง, นกทะเล และอื่นๆ อีกมากมาย มีเวลาให้ถ่ายภาพเต็มที่ก่อนเดินทางกลับ
พักที่ Rayentray Grand Hotel ( พักที่นี่ 3 คืน ) ห้องพักแบบ 2 เตียงแยก พร้อมอาหารเช้า ฟรี WiFi



5 กุมภาพันธ์ 2570 Peninsula Valdes
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านเดินทางไปยังคาบสมุทรวัลเดส ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1999 มีพื้นที่ประมาณ 360,000 เฮกตาร์ ยื่นออกไปทางทิศตะวันออกในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้เป็นระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ชายฝั่งยาวประมาณ 400 กิโลเมตร ประกอบด้วยอ่าวหลายแห่ง รวมถึงอ่าวซานมาติอัสทางเหนือและอ่าวนูเอโวทางใต้ ซึ่งทั้งสองอ่าวมีพื้นที่หลายพันตารางกิโลเมตร เขตชายฝั่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาประกอบด้วยหน้าผาหินสูงถึง 100 เมตร อ่าวตื้นและทะเลสาบชายฝั่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พร้อมด้วยหาดโคลนกว้างใหญ่ หาดทรายและหาดกรวด เนินทรายที่เคลื่อนไหว และเกาะเล็กๆ พื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งบางส่วนได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติภายใต้อนุสัญญารามซาร์นั้น เกี่ยวข้องกับพื้นที่น้ำขึ้นน้ำลงของคาบสมุทรและเป็นแหล่งทำรังและพักผ่อนที่สำคัญสำหรับนกชายฝั่งอพยพจำนวนมาก ระบบนิเวศบนบก ชายฝั่ง และทะเลที่หลากหลายของคาบสมุทรวัลเดสประกอบด้วยแหล่งที่อยู่อาศัยทางธรรมชาติที่มีคุณค่าอย่างยิ่งทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์
ถนนสู่คาบสมุทรที่มีรูปร่างคล้ายเห็ดและชายฝั่งดูแทบจะเป็นเกาะ เนื่องจากเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่เป็นแถบที่ดินแคบๆ ที่นี่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่สำคัญของนกชายฝั่งและนกเพนกวินแมเจลแลนหลายหมื่นตัว ระบบนิเวศบนบกส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าสเตปป์ทะเลทรายปาตาโกเนีย สัตว์ป่าบนบก ได้แก่ กัวนาโก ซึ่งเป็นสัตว์ตระกูลอูฐพื้นเมืองชนิดหนึ่งของอเมริกาใต้ พบเห็นได้ทั่วไป มีการบันทึกชนิดนกไว้ มากถึง 181 ชนิด รวมถึงนกเรียเล็ก นกเป็ดน้ำหัวขาว ซึ่งเป็นนกประจำถิ่นของอาร์เจนตินาพบเพียงที่เดียวในโลก และนกปากยาวหิมะที่อพยพมาแต่หายากมาก
สถานที่แห่งนี้ยังมีความสำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลอีกหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิงโตทะเลใต้และแมวน้ำช้างใต้ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เพียงแห่งเดียวของสายพันธุ์นี้ในแผ่นดินใหญ่ของอาร์เจนตินา
การเที่ยวชมจะใช้เวลาตลอดทั้งวันโดยนำอาหารกลางวันไปทานแบบปิกนิคระหว่างทางเนื่องจากภายในพื้นที่อนุรักษ์ไม่มีร้านค้าใดๆ
พักที่ Rayentray Grand Hotel ( พักที่นี่ 3 คืน ) ห้องพักแบบ 2 เตียงแยก พร้อมอาหารเช้า ฟรี WiFi

6 กุมภาพันธ์ 2570 สุริยุปราคาเต็มดวง - เมืองเบียดมา
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เราจะเดินทางขึ้นเหนือเพื่อชมปรากฏการณ์ธรรมชาติสุริยุปราคาเต็มดวง ซึ่งเป็นวันที่น่าตื่นเต้นเร้าใจที่สุดของทริปนี้ โดยพระอาทิตย์จะถูกดวงจันทร์บังแบบเต็มดวง ทำให้บริเวณนั้นมืดราวกับกลางคืนนานถึง 7 นาที สถานที่จะกำหนดในเช้าวันนี้ โดยเลือกสถานที่ซึ่งมีอากาศดี ปราศจากเมฆ เพื่อให้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้ชัดเจนมากที่สุด และเดือนกุมภาพันธ์เป็นฤดูร้อนของ Viedma มีอากาศแจ่มใส ทำให้มีโอกาสสูงมากที่จะเห็นสุริยุปราคาเต็มดวง
พักที่ Alta Patagonia Apart Viedma อพาร์ทเม้นท์ มีครัวพร้อมอุปกรณ์ครัว ไม่มีอาหารเช้า มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน ฟรี WiFi


7 กุมภาพันธ์ 2570 บัวโนสไอเรส
เช้าวันนี้จะเดินทางกลับโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ลัดเลาะชายฝั่งทะมหาสมุทรแอตแลนติก มีจุดชมวิวเป็นหาดทรายและโขดหินริมทาง เดินทางจนถึงสนามบินปูเอร์โต มาดริน
21.35 ออกเดินทางโดยสายการบินสกายแอร์ไลน์
23.25 เดินทางถึงบัวโนสไอเรส
พักที่โรงแรม Marriott Hotel Buenos Aires Ezeiza Airport
8 กุมภาพันธ์ 2570 บัวโนสไอเรส
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม ฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่โรงแรม จากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองบัวโนสไอเรส (Buenos Aires) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอาร์เจนตินา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำรีโอเดลาพลาตา ได้รับสมญานามว่า "ปารีสแห่งอเมริกาใต้" เพราะมีสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ถนนกว้าง และวัฒนธรรมคาเฟ่ที่คล้ายกับกรุงปารีส เที่ยวชมลาโบกา (La Boca) ย่านบ้านเรือนหลากสีสันสดใส และเป็นจุดกำเนิดการเต้นแทงโก้คาซาโรซาดา (Casa Rosada)
บ่ายเดินทางกลับโรงแรม รับกระเป๋าเดินทางไปเช็กอินสนามบิน
17.00 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน KL0702
9 กุมภาพันธ์ 2570 กรุงเทพฯ
10.30 เดินทางถึงอัมสเตอร์ดัม
12.25 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน KL1407
10 กุมภาพันธ์ 2570 กรุงเทพฯ
13.40 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมภาพที่จะอยู่ในความทรงจำดีๆ ไปอีกนานแสนนาน