top of page
  • ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line  คลิกที่นี่

  • ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com

  • facebook

ทัวร์ แคนาดา ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
19-30 กันยายน 2570 ( 12 วัน 9 คืน )
แคนาเดียนร็อคกี้ - น้ำตกไนแอการา
( ว่าง 6 ที่ )
*** นำโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร เดินทางไปกับเราได้ภาพสวยแน่นอน ***

  ครั้งหนึ่งในชีวิต ขอเชิญร่วมเดินทางสู่ประเทศแคนาดา ท่องเที่ยวแบบเจาะลึก ชมน้ำตกไนแอการา หนึ่งในน้ำตกขนาดใหญ่และสวยที่สุดในโลก! จากนั้นบินในประเทศ ข้ามฝั่งไปทางตะวันตก ตื่นตาตื่นใจกับเทือกเขาร็อคกี้ดินแดนมรดกโลกทางธรรมชาติ สวยที่สุดในแคนาดา อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ หากโชคดีพอ จะได้พบกับแสงเหนือตระการตาที่แจสเปอร์ เดินทางด้วยรถแวน พักโรงแรมมาตรฐาน เตียงควีนไซส์ขนาดใหญ่ 2 เตียงคู่ สะดวกสบาย นำทริปโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร รับสมาชิกเพียง 12 ท่านเท่านั้น พลาดไม่ได้!​

( อุณหภูมิ 5-15 องศา )

*** ไฮไลท์ของทริปใบไม้เปลี่ยนสี ( แคนาดา + อเมริกา ) ***​

  • อุทยานแห่งชาติ Yoho National Park ( Canada )

  • อุทยานแห่งชาติ Banff National Park ( Canada )

  • อุทยานแห่งชาติ Jasper National Park ( Canada )

  • น้ำตกไนแอการา

และวิวธรรมชาติ อื่นๆ อีกมากมายตลอดการเดินทาง

เดินทางด้วยรถแวน ( รับสมาชิก 12 ท่าน )

ค่าทัวร์ ท่านละ 158,000 บาท ( สมาชิกเก่า ลด 3,000 บาท, อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทางด้านล่าง
มัดจำทริป 50,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2570

วีซ่า : ผู้เดินทางต้องมีวีซ่าแคนาดาหรืออเมริกา

 

การยกเลิกทริป : 
ยกเลิกก่อน 1 มิถุนายน 2570 คืนมัดจำ 100%
ยกเลิกหลัง 1 มิถุนายน 2570 หักค่าใช้จ่าย 50% ของค่าทัวร์
ยกเลิกหลัง 1 สิงหาคม 2570 หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์


ค่าใช้จ่ายรวม
1. ค่ารถมินิบัส นำเที่ยวตลอดทริป  

2. หัวหน้าทัวร์ไทย อ.ประสิทธิ์ จันเสรีกร ถ่ายภาพให้สมาชิกฟรี
3. ค่าที่พักโรงแรมตามโปรแกรม ( ห้องละ 2 ท่าน, โรงแรมมีอาหารเช้า )

4. ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ และสถานที่ทุกแห่งตามโปรแกรม
5. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 3,000,000 บาท 

ค่าใช้จ่ายไม่รวม
1. ไม่รวมค่าอาหารกลางวันและค่ำ ทานได้ที่ร้านอาหารของโรงแรม ร้านอาหารในตัวเมือง และร้านอาหารระหว่างเดินทาง
2. ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินทุกเที่ยวบิน ( ตั๋วระหว่างประเทศ + ในประเทศ ราคาประมาณ 40,000-50,000 บาท จะเปิดให้จองราวเดือนตุลาคม 2569 )

3. ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในรายการทัวร์

4. ไม่รวมค่าวีซ่าแคนาดา ( หลังจากจองทัวร์ จะแนะนำเรื่องการขอยื่นวีซ่า )

พาหนะการเดินทาง : รถมินิบัส ( สมาชิก 12 ท่าน + หัวหน้าทัวร์ 1 ท่าน )


กระเป๋าเดินทาง : ใบใหญ่ 29 นิ้ว ท่านละ 1 ใบ

 

สภาพอากาศ : ปลายกันยายนถึงต้นตุลาคม เป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อุณหภูมิประมาณ 5-15 องศา ควรเตรียมเสื้อผ้า อุปกรณ์กันหนาว และกันฝนให้พร้อม 


เที่ยวบิน : หลังจากจองทัวร์ และยืนยันการเดินทางแล้ว จะตั้งกลุ่มไลน์เพื่อแจ้งรายละเอียดอัพเดทต่างๆ การขอวีซ่า และการจองตั๋วเครื่องบิน


ตารางบิน Air Canada 

19 กันยายน 2570 : กรุงเทพฯ - โตรอนโต 

07.25 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน AC 66

06.35 เดินทางถึงสนามบินแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

08.05 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน AC 104

15.29 เดินทางถึงสนามบินโตรอนโต

 

21 กันยายน 2570 : โตรอนโต - คัลการี

12.00 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน AC 141

14.16 เดินทางถึงสนามบินคัลการี 

 

28 กันยายน 2570 :  คัลการี - แวนคูเวอร์ - กรุงเทพฯ

18.15 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน AC223 

18.52 เดินทางถึงสนามบินแวนคูเวอร์เวลา  

22.50 ออกเดินต่อโดยเที่ยวบิน AC19

 

30 กันยายน 2570 : กรุงเทพฯ

06.40 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ 

กำหนดการเดินทาง  ( ตารางบินจะเปิดให้จองเดือนตุลาคม 2569 แนะนำให้จองสายการบิน Air Canada )
 

19 กันยายน 2570 : กรุงเทพฯ - โตรอนโต ( อากาศ 10-20 องศา )

05.00 เช็กอินสนามบินสุวรรณภูมิ

07.25 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน AC 66

06.35 เดินทางถึงสนามบินแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

08.05 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน AC 104

15.29 เดินทางถึงสนามบินโตรอนโต นำท่านเช็กอินเข้าที่พัก

  โตรอนโต (แคนาดาฝั่งตะวันออก) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแคนาดา และเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับที่ 4 ในทวีปอเมริกาเหนือ และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐออนแทรีโอ ของแคนาดา มีประชากรประมาณ 6 ล้านคน ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีหลายเชื้อชาติมากที่สุดเมืองหนึ่ง และเป็นศูนย์กลางทาด้านเศรษฐกิจ ศิลปะ วัฒนธรรมของประเทศแคนาดา โดยในปี พ.ศ. 2548 รัฐบาลแคนาดาได้จัดให้โตรอนโตเป็นเมืองหลวงวัฒนธรรมของประเทศ

พักที่โรงแรม Holiday Inn Express & Suites Toronto Airport West หรือเทียบเท่า เตียงใหญ่สองเตียง พักห้องละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัว พร้อมอาหารเช้า

20 กันยายน 2570 : น้ำตกไนแองการา (อิสระอาหารกลางวันและอาหารค่ำ)

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านเดินทางไปชมน้ำตกไนแองการา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่หลายแห่งประกอบกัน ตั้งอยู่บนแม่น้ำไนแอการาทางตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ บนพรมแดนระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา น้ำตกไนแอการาประกอบด้วยน้ำตกสามแห่งที่แยกออกจากกัน คือ "น้ำตกเกือกม้า" สูง 57 เมตร น้ำตกอเมริกา  สูงระหว่าง 21–34 เมตร และน้ำตกขนาดเล็กกว่าที่อยู่ติดกัน คือน้ำตก Bridal Veil แม้น้ำตกไนแอการาจะไม่สูงอย่างโดดเด่น แต่ก็กว้างมาก น้ำตกไนแองการามีจุดชมวิวที่สวยงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของทั้งสองประเทศมานานกว่าศตวรรษ แม่น้ำไนแอการาไหลมาจากทะเลสาบอีรีไหลผ่านน้ำตกไนแอการาลงสู่ทะเลสาบออนแทรีโอ เมืองสองฝั่งของน้ำตกในสองประเทศนั้นเป็นเมืองแฝด โดยในฝั่งแคนาดาคือ ไนแอการาฟอลส์ ออนแทรีโอ ส่วนในฝั่งสหรัฐอเมริกาคือ ไนแอการาฟอลส์ รัฐนิวยอร์ก

   นำท่านขึ้นหอคอย Skylon Tower ชมวิวน้ำตกไนแองการ่าจากมุมสูง จากนั้นไปล่องเรือชมน้ำตกไนแองการ่า เข้าชมน้ำตกได้อย่างใกล้ชิด ( ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและปริมาณน้ำ ) แล้วไปเที่ยวกันต่อที่น้ำวนเวิล์ดพูล รวมทั้งจุดถ่ายภาพยอดนิยมแม่น้ำไนแองการ่าเลี้ยวหักศอก 

  ในช่วงค่ำ จะเปิดไฟแสงสีไปยังน้ำตกอย่างสวยงาม นำท่านเดินชมและบันทึกภาพแสงสียามค่ำคืน ก่อนกลับที่พักซึ่งมองเห็นวิวน้ำตกไนแองการาได้อย่างชัดเจนและสวยงามจากหน้าต่างกระจกบานใหญ่ภายในห้อง

พักที่ Hilton Niagara Falls/ Fallsview Hotel and Suites  หรือเทียบเท่า

21 กันยายน 2570 : คัลการี - แบมฟ์

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปเช็กอินสนามบินโตรอนโต

12.00 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน AC 141

14.16 เดินทางถึงสนามบินคัลการี จากนั้นเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติแบมฟ์

พักที่ Bow View Lodge banff  หรือเทียบเท่า

22 กันยายน 2570 : อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ - Three Sisters - Banff Gondola - Bow Falls - Minnewanka  ( อากาศ 10-15 องศา )

  เช้าตรู่ เดินทางไปชมแสงสีเช้าใหม่ที่จุดชมวิว Three Sisters หากโชคดีจะได้เห็นแสงสีทองกระทบกับยอดเขาทั้งสามโดยมีป่าเปลี่ยนสีและเงาสะท้อนน้ำจากแม่น้ำโบว์ งดงามราวกับภาพวาดเลยทีเดียว

  จากนั้นกลับโรงแรม รับประทานอาหารเช้า แล้วเดินทางไปขึ้นกระเช้า Banff Gondola บนยอดเขาสูง 2,300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มองเห็นทิวทัศน์เทือกเขาร็อคกี้ได้อย่างชัดเจนรอบทิศทาง รวมทั้งเมืองแบมฟ์มองเห็นอยู่ทางเบื้องล่าง แม้จะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่บนยอดเขาหลายแห่งก็ยังมีหิมะและธารน้ำแข็งปกคลุมอยู่ เป็นทิวทัศน์ที่งดงามมาก จุดสูงสุดอยู่บนยอดเขาซัลเฟอร์ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,285 เมตร มีทางเดินขึ้นไปได้ บนยอดเขามีอาคารที่ทำการสำหรับนักพยากรณ์อากาศเรียกว่า “รังนกอินทรี” อาคารนี้เป็นสถานที่ซึ่งนักพยากรณ์อากาศชื่อ นอร์มัน แซนซัน (Norman Sanson) ใช้เป็นสถานที่ทำงานในการพยากรณ์อากาศเมื่อปี ค.ศ. 1903 ในอาคารยังมีโต๊ะ เก้าอี้ เตียงนอน และสิ่งของเครื่องใช้สมัยที่แซนซันมาทำงานอยู่ และมีจุดชมวิวซึ่งมองเห็นวิวของเทือกเขาร็อกกี้ และทะเลสาบมรกตอันงดงาม  

  จากนั้นไปเที่ยวชมน้ำตก Bow Falls ซึ่งอยู่ใกล้ๆ เมืองแบมฟ์ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม จากบริเวณนี้จะมองเห็นโรงแรมหรู Fairmont Banff Springs ที่สร้างขึ้นเลียนแบบปราสาทยุคโบราณ เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้กับการมาเยือนแบมฟ์

  เย็น เที่ยวชมทะเลสาบ Minnewanka ทะเลสาบขนาดใหญ่ยอดนิยม มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เป็นสถานที่ปิคนิคของชาวเมืองแบมฟ์และนักท่องเที่ยว จากทะเลสาบจะเดินเทรลไปตามเส้นทางที่สวยงาม ไฮไลท์คือ Stewart Canyon เป็นช่องเขาที่สองข้างทางเป็นป่าสน มองเห็นธารน้ำสีมรกตอยู่ตรงกลาง ถ่ายภาพได้สวยงามจากสะพานข้ามแคนยอน เทรลเดินจะลัดเลาะไปตามทะเลสาบ และมีจุดแค้มปิ้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยและพักผ่อนกับธรรมชาติ

พักที่โรงแรม Bow View Lodge banff 

23 กันยายน 2570 : Castle Cliff Viewpoint - Morantz Curve - Yoho National Park - Wapta Falls - Lake Louise
  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปชมจุดชมวิว Castle Cliff Viewpoint มองเห็นวิวยอดเขาตั้งเด่นตระหง่านอย่างชัดเจนราวกับปราสาทบนยอดเขา ต่อด้วย Morantz Curve เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มองเห็นทิวสนและภูเขาสูงเป็นฉากหลัง หากโชคดีจะมีขบวณรถไฟสีแดง แคนาเดี้ยน แปซิฟิก แล่นผ่านมาในทางรถไฟที่โค้งไปกับแม่น้ำ เป็นภาพสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเทือกเขาแคนาเดี้ยนร็อคกี้ก็ว่าได้  
  จากนั้นแวะชมที่ทำการอุทยาน Yoho National Park Visitor Centre ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขา Mount Burgess จากนั้นไปเดินเทรลง่ายๆ ราว 2-3 กิโลเมตรเพื่อชมน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอุทยานชื่อ Wapta Falls

  จุดหมายต่อไปคือทะเลสาบแสนสวย Lake Louise ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อยู่ในรัฐอัลเบอร์ตา เขตอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ ชาวยุโรปคนแรกที่มาเห็นความงามของทะเลสาบหลุยส์ คือ นักสำรวจชื่อ ทอม วิลสัน ค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1882 เลคหลุยส์เป็นเมืองชนบทที่อยู่ต่ำกว่าทะเลสาบ เดิมเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่คนงานสร้างทางรถไฟใช้เป็นที่พักในสมัยนั้น ชุมชนนี้มีชื่อว่า Holt City ต่อมาในปี ค.ศ. 1914 จึงได้ชื่อใหม่ว่า Lake Louise เพื่อเป็นเกียรติ แก่เจ้าหญิงหลุยส์ คาโรไลน์ อัตเบอร์ตา พระธิดาองค์หนึ่งของ ควีนวิกตอเรีย เนื่องจากเจ้าหญิงได้ติดตามพระสวามีซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการของอังกฤษมาอยู่ในแคนาดา จึงได้ชื่อตามพระนามของเจ้าหญิง ทะเลสาบหลุยส์ตั้งอยู่เหนือเมืองแบมฟ์ขึ้นไปราว 60 กิโลเมตร ทะเลสาบอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,730 เมตร แวดล้อมด้วยเทือกเขาที่มีหิมะขาวโพลนปกคลุมยอดเขา น้ำในทะเลสาบเป็นสีเขียวมรกต จึงได้ชื่อว่า “ทะเลสาบมรกต” มีผิวน้ำนิ่งที่เรียบใสราวกับกระจกสะท้อนเงาของขุนเขาและ ธารน้ำแข็งที่อยู่สูงขึ้นไปเป็นภาพที่งดงาม สุดพรรณนา ทะเลสาบแห่งนี้เป็นจุดตั้งต้นของการปีนเขาเพื่อขึ้นไปดูธารน้ำแข็ง หรือไปชมทะเลสาบเล็กๆ รายล้อมด้วยเทือกเขางดงาม

พักที่โรงแรม Lake Louise Inn หรือเทียบเท่า

24 กันยายน 2570 : Moraine Lake - Peyto Lake - Glacier Skywalk - Columbia Icefield Adventure ( อากาศ 5-10 องศา )
  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปชมทะเลสาบที่งดงามมากอีกแห่ง Moraine Lake มีจุดชมวิวมุมสูงที่ออกแรงเดินเพียง 200 เมตร ก็จะพบกับวิวที่งามงามราวกับโปสการ์ด มองเห็นทะเลสาบเขียวมรกต มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงชัน และมีหิมะหลงเหลือมากจากฤดูหนาวปกคลุมประปรายบนยอดเขา ช่วงเวลาลมสงบ จะเห็นเงาสะท้อนน้ำที่ตระการตามาก

  เส้นทางต่อไปจะเดินทางขึ้นเหนือไปตามทางหลวงหมายเลข 93 เราจะแวะถ่ายภาพริมทางชมทะเลสาบ Hector Lake กับป่าเปลี่ยนสี ยามที่ลมสงบจะเห็นเงาสะท้อนน้ำกับป่าเปลี่ยนสีตระการตามากทีเดียว และเส้นทางยังคงงดงามอย่างน่าตื่นตาตื่นใจจนถึงจุดชมวิวริมทางที่ทะเลสาบ Bow Lake 
   จากนั้นเดินทางไปยังทะเลสาบแสนสวยอีกแห่งหนึ่งชื่อ Peyto Lake จากลานจอดรถมีเส้นทางเทรลสั้นๆ เพียง 500 เมตร เส้นทางจะไต่ระดับเล็กน้อยจนถึงจุดชมวิวสุดอลังการ มองเห็นทะเลสาบสีเขียวมรกตกับป่าเปลี่ยนสี ภาพมุมสูงจากจุดชมวิวงดงามรามก้บภาพในโปสการ์ดเลยทีเดียว

   บ่าย เดินทางต่อไปยัง Glacier Skywalk ทางเดินกระจกที่ให้คุณได้ชมวิวของ Columbia Icefield ในแบบพาโนรามา โดยมีความสูงอยู่ที่ 280 เมตร เหนือหุบเขา Sunwapta จุดชมวิวที่งดงามนี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโลกรวมถึงสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการเรียนรู้เกี่ยวกับนิเวศวิทยาธรณีวิทยาธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ธรรมชาติของแผ่นน้ำแข็ง

  จากนั้นนำท่านไปสัมผัสพลังแห่งธรรมชาติในการผจญภัยบนทุ่งธารน้ำแข็งโคลัมเบียตั้งอยู่ใจกลางของเส้นทาง Icefields Parkway อันน่าทึ่ง โดยการนั่งรถบัสขับเคลื่อน 6 ล้อขนาดใหญ่ วิ่งไปตามถนนสู่ธารน้ำแข็ง เดินเล่นบนธารน้ำแข็งและถ่ายภาพกันอย่างเพลิดเพลิน แล้วเดินทางต่อไปยังเมืองเจสเปอร์

พักที่โรงแรม Holiday Inn Express & Suites Hinton by IHG jasper หรือเทียบเท่า

* ค่ำ หากท้องฟ้าเปิด และแสงเหนือแรงพอ เราจะนำท่านออกไปชมแสงเหนือในจุดที่เหมาะสม

25 กันยายน 2570 : Jasper SkyTram - Maligne Canyon - Patricia Lake - Pyramid Lake - Medicine

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านเดินเล่นเที่ยวชมเมืองเจสเปอร์ ซึ่งอยู่ในรัฐอัลเบอร์ทา เมืองเล็กๆ แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเทือกเขาร็อคกี้ทางตอนเหนือ มีโรงแรมที่พัก ร้านค้าและร้านอาหารมากมาย และเป็นเมืองที่รถไฟสายแคนาเดี้ยนร็อคกี้อันโด่งดังแล่นผ่านอีกด้วย ในสถานีรถไฟกลางเมืองมีรถไฟโบราณแบบจักรไอน้ำที่เลิกใช้งานแล้วจอดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

  จากนั้นนำท่านเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติเจสเปอร์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ครอบคลุม 10,878 ตารางกิโลเมตร โอบล้อมไปด้วยสภาพธรรมชาติอันแสนงดงาม รวมไปถึงภูมิทัศน์ของขุนเขาที่น่าตื่นตาตื่นใจ พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานมีลักษณะเป็นหุบเขากว้างสลับกับภูเขา , ธารน้ำแข็ง , ป่าไม้ ,ทะเลสาบ, น้ำตก , ทุ่งหญ้าอัลไพน์และแม่น้ำ ในปี 1984 อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ ได้ถูกประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของ แหล่งมรดกโลกในเขตกลุ่มอุทยานคาเนเดียนร็อกกี้(Canadian Rocky Mountain Parks) 

   อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ได้ชื่อว่า เป็นอุทยานภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาร็อคกี้ ภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมยอดเขาเกือบตลอดปี เดิมบริเวณนี้เป็นดินแคนที่ห่างไกลความเจริญที่ยากในการเดินทางเข้าถึง จนกระทั่งได้มีการสร้างทางรถไฟสายข้ามทวืป และตัดถนนสาย Icefeilds Parkway เมื่อปี ค.ศ.1940 ทำให้การเดินทางเข้ามาถึง อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ทำได้ง่ายขึ้น
  จุดหมายแรกเดินทางไปขึ้นกระเช้า Jasper SkyTram สู่ยอดเขา Whistlers Peak ภูเขาที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 2,400 เมตร ทำให้มองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของเทือกเขาร็อคกี้ได้อย่างชัดเจน รวมทั้งเมืองแจสเปอร์ที่อยู่ทางด่านล่าง จากสถานีกระเช้าสามารถเดินขึ้นไปถึงยอดเขาได้ มองเห็นวิวแบบพาโนรามาที่สวยงาม

  จากนั้นไปชมแคนยอนที่งดงามชื่อ Maligne Canyon มีเส้นทางเดินแบบสบายในป่าสน มองเห็นโตรกผาลึก และมีน้ำตกหลายแห่ง มีมุมที่สวยงามมากมาย ใช้เวลาเดินเที่ยวราว 1-2 ชั่วโมง

  บ่าย ไปเที่ยวทะเลสาบแฝดสองแห่งคือ Patricia Lake และ Pyramid Lake ทั้งสองทะเลสาบ หากลมสงบ จะเห็นภาพของภูเขากับเงาสะท้อนน้ำที่งดงามมาก และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากเช่นกัน

  จากนั้นเดินทางไปเที่ยวชมทะเลสาบแสนสวยอีกแห่งชื่อ Medicine หากเป็นฤดูหนาวน้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งหนาจนลงไปเดินเล่นได้ ส่วนฤดูร้อนจะเป็นสีเขียวมรกต มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ถนนจะลัดเลาะเลียบทะเลสาบ ผ่านหุบเขาลึก ไปจนสุดทางที่ทะเลสาบอีกแห่งหนึ่งชื่อ Maligne Lake หากโชคดีจะพบเห็นกวางมูส กวางที่มีขนาดใหญ่ ตัวผู้มีเขาที่แผ่กิ่งก้านออกไปอย่างสวยงาม

พักที่โรงแรม Holiday Inn Express & Suites Hinton by IHG jasper หรือเทียบเท่า

* ค่ำ หากท้องฟ้าเปิด และแสงเหนือแรงพอ เราจะนำท่านออกไปชมแสงเหนือในจุดที่เหมาะสม

26 กันยายน 2570 : Medicine Lake - Maligne Lake - ล่องเรือเกาะ Spirit Island

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรมไปเที่ยวชมทะเลสาบแสนสวยชื่อ Medicine หากเป็นฤดูหนาวน้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งหนาจนลงไปเดินเล่นได้ ส่วนฤดูร้อนจะเป็นสีเขียวมรกต มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ถนนจะลัดเลาะเลียบทะเลสาบ ผ่านหุบเขาลึก ไปจนสุดทางที่ทะเลสาบอีกแห่งหนึ่งชื่อ Maligne Lake หากโชคดีจะพบเห็นกวางมูส กวางที่มีขนาดใหญ่ ตัวผู้มีเขาที่แผ่กิ่งก้านออกไปอย่างสวยงาม

  จากนั้นออกเดินทางด้วยเรือสำราญชมทะเลสาบมาลิญสู่เกาะสปิริตอันโด่งดังระดับโลก ระหว่างทางคุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยา สัตว์ป่า และประวัติศาสตร์ของจุดหมายปลายทางบนเทือกเขาแอลป์อันงดงามแห่งนี้จากไกด์ผู้มากประสบการณ์ของเรา ในขณะที่คุณนั่งอย่างสะดวกสบายในเรือกระจกปิดมิดชิดพร้อมระบบทำความร้อนเพื่อให้อุ่นสบายตลอดการเดินทาง

  ทะเลสาบมาลิญได้สร้างแรงบันดาลใจและตำนานมานานนับพันปี โดยเฉพาะเกาะสปิริตอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญสำหรับชนพื้นเมืองเผ่าสโตนีย์ (Stoney Nation) เนื่องจากการเดินบนเกาะเป็นสิ่งต้องห้าม ป่าสนเขียวชอุ่มขนาดเล็กแห่งนี้จึงยังคงความบริสุทธิ์และเหมาะสำหรับการถ่ายภาพ

พักที่โรงแรม Holiday Inn Express & Suites Hinton by IHG jasper หรือเทียบเท่า

* ค่ำ หากท้องฟ้าเปิด และแสงเหนือแรงพอ เราจะนำท่านออกไปชมแสงเหนือในจุดที่เหมาะสม

27 กันยายน 2570 : เจสเปอร์ - Sunwapta Falls - จอห์นสตันแคนยอน - Banff Park Museum National Historic Site

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปชมน้ำตก Sunwapta Falls น้ำตกที่งดงามอีกแห่งที่แวดล้อมไปด้วยป่าสน มีลักษณะเป็นลำธารสองสายมาบรรจบกัน สายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำ Sunwapta ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Jasper มีเส้นทางเดินราว 600 เมตรจากถนนใหญ่ ชื่อน้ำตกแปลว่า “น้ำปั่นป่วน” เนื่องจากมีสายน้ำที่รุนแรงไหลสู่โตรกผาลึก

  บ่ายนำท่านเดินเทรลที่ จอห์นสตันแคนยอน เป็นหนึ่งในสี่หุบเขาของเทือกเขาร็อกกี้ของแคนาดาตั้งอยู่บน Bow Valley Parkway ที่เชื่อมระหว่างเมือง แบมฟ์และเลคหลุยส์ สร้างมานานนับพันปี แคนยอนที่นี่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของน้ำในแม่น้ำและช่องเขา มีลำธารใสไหลเชี่ยวกราก ทั้งหมดจะกลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาวซึ่งมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง -40 องศาเลยทีเดียว เส้นทางเดินจัดสร้างอย่างดี เดินได้สะดวก ใช้เวลาราว 30 นาที (ประมาณ 2 กิโลเมตร) ก็มาถึงน้ำตกชั้นล่าง มีโพรงถ้ำเพื่อชมน้ำตกแบบใกล้ชิด จากนั้นเดินต่อไปอีกราว 3 กิโลเมตร เพื่อขึ้นไปถึงน้ำตกชั้นบนที่มีขนาดใหญ่และสวยงามกว่า  

พักที่ Bow View Lodge banff  หรือเทียบเท่า เตียงใหญ่สองเตียง พักห้องละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัว พร้อมอาหารเช้า หรือเทียบเท่า

28 กันยายน 2570 : แบมฟ์ - คัลการี

  รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นไปชมพิพิธภัณฑ์ Banff Park Museum National Historic Site จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และธรรมชาติวิทยา สัตว์ป่าชนิดต่างๆ ที่พบเห็นได้ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเทือกเขาร็อคกี้ และอีกแห่งคือ Buffalo Nations Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในเทือกเขาร๊อคกี้ในอดีต

  อิสระเดินเที่ยวชมเมืองแบมฟ์ เลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกจากร้านค้าต่างๆ ในตัวเมือง

  บ่ายเดินทางกลับเมืองคัลการี เดินทางไปเช็กอินสนามบิน 

18.15 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน AC223 

18.52 เดินทางถึงสนามบินแวนคูเวอร์เวลา  

22.50 ออกเดินต่อโดยเที่ยวบิน AC19

30 กันยายน 2570 : กรุงเทพฯ

06.40 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

  • ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

152/27 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250  โทร 096-7409991

sale@thailand-photo-tours.com

© 2021-2025 by Thailand Photo Tours

bottom of page