-
ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์ ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113
-
ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com
-
ติดตามข้อมูลข่าวสารทาง line ได้ที่ @thailandphototours
ทัวร์ ไอซ์แลนด์ ซัมเมอร์
เจาะลึกไฮไลท์ทั่วประเทศในทริปเดียว
พระอาทิตย์เที่ยงคืน สว่าง 24 ชั่วโมง
13-24 มิถุนายน 2570 (12 วัน)
" เดินทางไปกับเรา ได้ภาพสวยแน่นอน! "
ครั้งหนึ่งในชีวิต ขอเชิญร่วมเดินทางสู่ประเทศไอซ์แลนด์ ดินแดนแห่งขั้วโลกเหนือ ชมทิวทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจ มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายภาพกันอย่างเต็มที่ น้ำตกยักษ์มากมาย กลาเซียร์ธารน้ำแข็ง ทุ่งดอกลูปินตระการตา บานสะพรั่งทั่วประเทศ ชมนักพัฟฟินแสนน่ารัก ถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าสุดมหัศจรรย์ และอื่นๆ อีกมากมาย เดินทางด้วยรถมินิบัส พักโรงแรมมาตรฐานสะดวกสบายพร้อมอาหารเช้า ใช้กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ เตรียมเสื้อผ้าถ่ายภาพได้อย่างจุใจ กับวิวสุดอลังการรอบประเทศไอซ์แลนด์ รับเพียง 10 ท่านเท่านั้น นำทริปโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร ช่างภาพมืออาชีพชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ผู้มีประสบการณ์ถ่ายภาพและเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์มาแล้วทั่วประเทศในทุกฤดูกาลกว่า 10 ปี
ท่านละ 166,000 บาท ( สมาชิกเก่าลด 3,000 )



พาหนะการเดินทาง : มินิบัส
ค่าใช้จ่าย : ท่านละ 166,000 บาท ( ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพ-เรคยาวิก )
ส่วนลด : สมาชิกเก่าที่เคยเดินทางมากับเราแล้ว ลดท่านละ 3,000 บาท
การจองทริป : โอนมัดจำ 60,000 บาท
ส่วนที่เหลือ ชำระภายในวันที่ 1 มีนาคม 2570
ตารางบินขาไป สายการบิน Finnair ( กระเป๋าเดินทางเช็กทรูถึงไอซ์แลนด์ )
13 JUN BKK-KEF 22.00 - 07.50 14 JUN (แวะเปลี่ยนเครื่องที่ HEL ฟินแลนด์)
23 JUN KEF-BKK 17.15 - 15.45 24 JUN (แวะเปลี่ยนเครื่องที่ HEL ฟินแลนด์)
***ตั๋วเครื่องบินราคาประมาณ 45,000 บาท ขึ้นกับวันออกตั๋ว ( ออกตั๋วเร็วจะถูกกว่า )
การยกเลิกทริป
แจ้งยกเลิกก่อน 1 มีนาคม 2570 คืนมัดจำเต็มจำนวน
แจ้งยกเลิกหลัง 1 มีนาคม 2570 คืนเงินโดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
แจ้งยกเลิกหลัง 1 เมษายน 2570 ไม่คืนเงินทุกกรณี
ยื่นวีซ่าไอซ์แลนด์ : ทีมงานจะส่งเอกสารขอวีซ่าในส่วนของทัวร์ให้ท่านนำไปยื่นวีซ่าหลังวันที่ 1 มีนาคม 2570 ( ใช้เวลาขอวีซ่าประมาณ 15-45 วันทำการ ) กรณีต้องการให้ช่วยดำเนินการเรื่องวีซ่า มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 3,000 บาท และขอล่วงหน้าได้ไม่เกิน 6 เดือน (180 วัน) ก่อนเดินทาง ( ผู้เดินทางต้องไปถ่ายภาพและสแกนลายนิ้วมือด้วยตัวเองในวันนัดยื่นเอกสารวีซ่ากับศูนย์ vfs กรุงเทพฯ )
กระเป๋าเดินทาง : กระเป๋าใบใหญ่โหลดใต้เครื่องท่านละ 1 ใบ + กระเป๋าลากใบเล็ก ถือขึ้นเครื่องสูงไม่เกิน 22 นิ้ว ท่านละ 1 ใบ , กระเป๋าเป้ขนาดเล็กหรือกระเป๋าถือใส่ของใช้ส่วนตัว
ค่าใช้จ่ายรวม
-
ค่าที่พักตามโปรแกรม
-
ค่าอาหารเช้าที่โรงแรม ( ไม่รวม ค่าอาหารกลางวันและอาหารค่ำ )
-
ค่าประกันเดินทางคุ้มครองสูงสุด 3,000,000 บาท
-
ค่ารถมินิบัสนำเที่ยวตามโปรแกรม
-
ค่าบัตรท่องเที่ยวและแช่สปาน้ำร้อนที่บลู ลากูน
-
ค่าทัวร์ชมถ้ำน้ำแข็ง
-
ค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งตามที่ระบุในโปรแกรม
-
ค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นการเหมาจ่าย หากท่านยกเลิกโปรแกรมท่องเที่ยวใดๆ จะไม่ได้รับเงินคืน
ค่าใช้จ่ายไม่รวม
1. ตั๋วไปกลับ กรุงเทพ-เรคยาวิก สายการบินฟินแอร์ ราคาขึ้นกับวันออกตั๋ว
2. ค่าอาหารกลางวันและอาหารค่ำ (เฉพาะ 17 มิย ไม่มีอาหารเช้า ซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตหน้าโรงแรม หรือเตรียมไปเองได้)
3. วีซ่าไอซ์แลนด์
4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในโปรแกรม
ข้อควรทราบ
1 ) อุณหภูมิที่ไอซ์แลนด์เดือนมิถุนายน ประมาณ 7 - 15 องศา
2 ) ควรแลกเงินยูโร เพื่อแลกเป็นเงิน ISK ที่สนามบินเรคยาวิก (ไอซ์แลนด์)
3 ) ร้านค้าต่างๆ รับบัตรเครดิตหรือทราเวลการ์ด
อาหาร
อาหารกลางวันและอาหารค่ำ ทีมงานจะนำสมาชิกไปรับประทานตามร้านอาหารระหว่างเส้นทางในเวลากลางวัน ( ค่าอาหารประมาณมื้อละ 500 - 1,500 บาท ) และซื้ออาหารจากซุปเปอร์มาร์เก็ตซึ่งมีทุกเมืองที่เดินทางไป
ข้อแนะนำการแต่งตัวและสิ่งของที่ควรเตรียมไป
1. เสื้อผ้ากันหนาว กันลม กันฝน รองรับอุณหภูมิต่ำสุด 7 องศา
2. รองเท้าชนิดกันน้ำ
3. ยาประจำตัว ( ถ้ามี )
กำหนดการ ( รายการทัวร์ต่างๆ และที่พัก อาจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมของสภาพอากาศ )
13 มิถุนายน 2570 กรุงเทพฯ
19.00 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เค้าท์เตอร์สายการบินฟินแอร์ ทีมงานอำนวยความสะดวกในการเช็กอิน แจกเอกสารรายการทัวร์ และแทกชื่อติดกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ
22.00 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน AY146 ( บิน 12 ชั่วโมง 10 นาที )




14 มิถุนายน 2570 เรคยาวิค บลูลากูน
06.10 เดินทางถึงสนามบินเฮลซิงกิ-วัตตา ประเทศฟินแลนด์
07.10 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน AY991 ( บิน 3 ชั่วโมง 40 นาที )
07.50 น. เดินทางถึงเรคยาวิก สนามบินเคฟลาวิก KEF ประเทศไอซ์แลนด์ หัวหน้าทัวร์รอรับที่สนามบิน จากนั้นนำท่านเที่ยวชม เรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลมากนัก ทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ด้านมุมล่างของอ่าว Faxaflói ซึ่ง Ingolfur Arnarson ชาวนอร์ดิค เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี พ.ศ. 1413 เมื่อเรคยาวิกกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลาง ทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 2329 ปัจจุบันเขตเมืองมีประชากรประมาณ 120,000 คน ประกอบด้วย 7 เทศบาลนครซึ่งรวมเทศบาลนครเรคยาวิกด้วย
เที่ยวชม ฮัลกริมสเคียร์ค่า โบสถ์คริสต์ลูเธอรันที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นและมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ ชื่อของโบสถ์ตั้งตามชื่อกวีและนักบวช ฮัลกริมูร์ เพทูร์สัน มีความสูง 73 เมตร สูงที่สุดในเมืองเรคยาวิก และไอซ์แลนด์ ออกแบบโดยสถาปนิก กุธยอน ซามูเอลสัน ในปี 1937 และก่อสร้างปี 1945 ใช้เวลาสร้างนานมากถึง 41 ปี ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นของนักสำรวจ เลฟ อีริคสัน ส่งมาเป็นของกำนัลจากสหรัฐฯ ในวาระฉลองรัฐสภาอัลธิงกิ ครบรอบ 1000 ปีเมื่อปี 1930 สามารถขึ้นลิฟท์ไปยังจุดสูงสุดเพื่อชม ทัศนียภาพของเมืองเรกยาวิกอันสวยงามแบบพาโนรามา 360 องศา
ใกล้ๆ โบสถ์มีถนนคนเดินย่านใจกลางเมือง มีร้านค้าต่างๆ มากมาย รวมทั้งอาหารนานาชนิดให้ลิ้มลอง อิสระอาหารกลางวัน
บ่ายนำท่านเดินทางไปชมอ่าวเรคยาวิก สถานที่ท่องเที่ยวและออกกำลังกายของชาวเมือง ชมสถาปัตยกรรม Solfar (Sun Voyager) Sculpture มีรูปร่างเหมือนเรือไวกิ้ง ที่ชาวไวกิ้งใช้ในการเดินทางจากนอร์เวย์มาไอซ์แลนด์เมื่อหนึ่งพันปีก่อน นับเป็นสถานที่ถ่ายภาพและเช็กอินยอดนิยมแห่งหนึ่ง ใกล้ๆ กันคือ ฮาร์ปา สถานที่ท่องเที่ยวริมอ่าวเรคยาวิก ออกแบบตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระจกทั้งหลัง
จุดหมายสุดท้าย นำท่านไป บลูลากูน สปาน้ำร้อนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก หากไม่ได้มาบลู ลากูน เท่ากับว่ายังมาไม่ถึงไอซ์แลนด์ บลูลากูนอยู่ในแอ่งลาวาห่างจากสนามบินนานาชาติเรคยาวิกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งแอ่งน้ำร้อนหรือลากูนเป็นผลพลอยได้จากเครื่องกังหันผลิตกระแสไฟฟ้าที่อยู่ติดกัน โดยใช้พลังงานไอน้ำร้อนจากใต้ดินมาปั่นกระแสไฟฟ้า น้ำร้อนที่ผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าสู่ทะเลสาบโดยอุณหภูมิจะลดลงกลายเป็นน้ำอุ่นที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุเชื่อว่าสามารถรักษาโรคผิวหนังได้ โดยอุณหภูมิของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส มีระบบการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม กำหนดให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่ต้องการลงไปแช่น้ำร้อนต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้เรียบร้อยก่อนลงแช่น้ำร้อน ภายในมีร้านอาหาร เครื่องดื่มและร้านขายสินค้านานาชนิด เปิดให้บริการตลอดทั้งปี ( กรุณาเตรียมชุดสำหรับลงแช่น้ำร้อนไปเอง โดยมีบริการผ้าเช็ดตัว ไดร์เป่าผม บริการฟรี ในบ่อน้ำร้อนมีบริการพอกโคลนภูเขาไฟ และเครื่องดื่มฟรี )
พักที่โรงแรม Vellir หรือเทียบเท่า ( พักห้องละ 2 ท่าน, ห้องน้ำในตัว, ฟรี WiFi )



15 มิถุนายน 2570
ซิงเควลลิร์ วงแหวนทองคำ น้ำตกปรูอาร์ฟอสส์ น้ำพุร้อนกีเซอร์ น้ำตกกุลฟอสส์
เช้า เดินทางไปสถานที่สําคัญในประวติศาสตร์ ของไอซ์แลนด์ ซิงเควลลิร์ มาจากภาษาไอซ์แลนด์ Þing แปลว่า สภา vellir แปลว่า ทุ่งหญ้า เมื่อรวมกันหมายถึงสภาที่ตั้งขึ้นในที่โล่งเป็นลานประชุมของชุมชนไอซ์แลนด์ในยุคแรก ๆ สถานที่แห่งนี้จึงมีความสำคัญในฐานะเป็นสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์ โดยรัฐสภาหรือ อัลชิงกิ ได้ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.930 และต่อเนื่องมาจนถึง ปี ค.ศ.1789 ซิงเควลลิร์ ตั้งอยู่ตรงรอยรอยแยกของหุบเขากับทะเลสาปซึ่งเป็นทะเลสาปตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นจุดกำเนิดทางด้านประวัติศาสตร์ และทางด้านธรณีวิทยา เพราะเป็นส่วนหนึ่งของรอยเลื่อนโลกเป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร แบ่งแยกแผ่นเปลือกโลกทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป ซิงเควลลิร์ยังเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไอซ์แลนด์ นอกจากนี้ยังได้ขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 2004
จุดหมายต่อไปชมน้ำตกสีฟ้าชื่อดังสุดมหัศจรรย์ชื่อ น้ำตกปรูอาร์ฟอสส์ มีจุดเริ่มต้นเดินจากริมถนนใหญ่ เป็นทางเดินเลียบลำธาร ระยะทางเดินไปกลับประมาณ 4 กิโลเมตร แม้ว่าเส้นทางจะยาวไกล แต่ภาพของน้ำตกที่งดงามจะสร้างความประทับใจไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว
จากนั้นไปชม น้ำพุร้อนกีเซอร์ น้ำพุร้อนที่ปล่อยกระแสน้ำร่วมกับไอน้ำออกมาเป็นระยะๆ ประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง บางครั้งก็พ่นน้ำร้อนสูงมากถึง 40 เมตรเหมือนการ ระเบิดของไอน้ำ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าที่ง การเกิดของไกเซอร์ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะทางอุธกธรณีวิทยา ซึ่งสามารถพบได้เพียงไม่กี่แห่ง ในโลก จัดได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมมชาติที่หาดูได้ยากชนิดหนึ่ง
เย็น เดินทางไปชมน้ำตกกุลฟอสส์ มาจากคำว่า Gull ในภาษาไอซ์แลนด์ที่แปลว่าทอง และ Foss ที่แปลว่า น้ำตก จัดเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ ลดหลั่นเป็นชั้นๆ รวม 3 ชั้น ช่วงแรกสูง 11 เมตร และช่วงที่สองสูง 21 เมตร ความแรงของน้ำอยู่ที่ 140 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สามารถเที่ยวชมได้อย่างใกล้ชิดโดยมีทางเดินเลียบน้ำตก แต่ละอองน้ำจำนวนมหาศาล ควรมีเสื้อกันฝนหากต้องการเดินเข้าไปใกล้น้ำตก
พักที่โรงแรม Gullfoss หรือเทียบเท่า ( พักห้องละ 2 ท่าน, ห้องน้ำในตัว, ฟรี WiFi ในห้องพัก )



16 มิถุนายน 2570 Kerlingarfjöll ไฮแลนด์ (ใจกลางประเทศไอซ์แลนด์ )
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านเดินทางสู่ไฮแลนด์ เส้นทางนี้อนุญาตสำหรับรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น ถนนจะขรุขระไม่ราบเรียบเนื่องจากเป็นทางลูกรัง และมีหลุมบ่อค่อนข้างมาก ระหว่างเดินทางท่านจะตื่นตาตื่นใจกับทุ่งดอกลูปินสีม่วงกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา มีมุมสวยให้ถ่ายภาพตลอดทาง เมื่อเดินทางถึงใจกลางประเทศไอซ์แลนด์มีชื่อเรียกว่า Kerlingarfjöll เป็นกลุ่มภูเขาไฟที่มีความสูง 1,477 เมตร ตั้งอยู่ในเขตที่ราบสูงของประเทศไอซ์แลนด์ ภูเขาไฟของเทือกเขาแห่งนี้พบหินบะซอลต์ชนิด Tholeiite บ่อน้ำร้อนและลำธารจำนวนมาก รวมถึงหินภูเขาไฟชนิดไรโอไลต์ (Rhyolite) สีแดง ทำให้พื้นดินในบริเวณนี้มีสีสันต่าง ๆ ทั้งสีเหลือง สีแดง และสีเขียว ดูสวยงามแปลกตาราวกับหลุดออกไปในดินแดนของดาวดวงอื่น การเดินทางเข้าพื้นที่ทำได้เฉพาะฤดูร้อนเดือนมิถุนายนถึงกันยายน นับเป็นหนึ่งในอันซีนของไอซ์แลนด์ที่นักท่องเที่ยวน้อยคนมีโอกาสได้ไปเยือน เราจะเดินเทรลเที่ยวชมธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์และถ่ายภาพกันอย่างเต็มอิ่ม จากนั้นเดินทางกลับเรคยาวิก
พักที่โรงแรม Vellir หรือเทียบเท่า ( พักห้องละ 2 ท่าน, ห้องน้ำในตัว, ฟรี WiFi ในห้องพัก )





17 มิถุนายน 2570 เบอร์การ์เนส แหลมสเนฟเฟลเนส แท่งหินบะซอลต์ เกตเล็ทเทอร์ โบสถ์ดำ อุทยานแห่งชาติสเนฟเฟลเนสโจกุล ภูเขาเคิร์กจูเฟล
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางสู่แหลมสเนฟเฟลเนส เราจะใช้เวลาท่องเที่ยวที่นี่ 2 วันเต็ม ดินแดนแห่งนี้มีทิวทัศน์อันงดงามอลังการ ตื่นตาตื่นใจกับแท่งหินบะซอลต์ที่ตั้งเรียงกันบนเนินเขาราวกับกำแพง เป็นธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์อย่างหนึ่งบนเส้นทางสายนี้ ระหว่างทางจะเห็นทุ่งลาวากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา สลับทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ซึ่งมีแกะเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของไอซ์แลนด์ บางฟาร์มเลี้ยงวัว และม้า
เที่ยวชมโบสถ์ดำ ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าแก่สร้างจากไม้ทั้งหลัง ภายนอกอาคารทาสีดำสนิท เป็นที่มาของชื่อโบสถ์ดำ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1703 โดยพ่อค้าชาวสวีเดนชื่อว่า Bendt Lauridsen เป็นโบสถ์ที่ได้รับความนิยมมาจัดพิธีแต่งงานมากที่สุดทั้งชาวไอซ์แลนด์และชาวคริสต์จากทั่วโลก
เที่ยวชมเมืองประมงเล็กๆ เกตเล็ทเทอร์ ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเล ชายฝั่งถูกน้ำกัดเซาะเว้าแหว่งเป็นรูปร่างที่ดูแปลกตา บางแห่งถูกกัดเซาะเป็นรูโพรงขนาดใหญ่เหมือนมีสะพานหินธรรมชาติอยู่ด้านบน ตามหน้าผามีนกทะเลจำนวนอาศัยอยู่ รวมทั้งนกพัฟฟินจำนวนมากก็พบได้ง่ายๆ ในบริเวณนี้ โดยใช้แนวหน้าผาทำรัง วางไข่และเลี้ยงลูก ใกล้ๆ กันมีอนุสาวรีย์ซากา จากเรื่องราวในเทพนิยายเก่าแก่ของไอซ์แลนด์
เมื่อเดินทางถึงปลายแหลม จะพบกับทิวทัศน์หน้าผาที่ถูกน้ำทะเลและคลื่นลมกัดเซาะปรากฏเป็นภูเขาหินและโขดหินที่งดงามแปลกตามากมาย และยังมีปล่องภูเขาไฟอีกหลายลูก บางแห่งสามารถเดินขึ้นไปชมได้ ทั้งนี้แหลมสเนฟเฟลเนสทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของแนวภูเขาไฟที่มีอยู่เกือบทั่วทั้งประเทศไอซ์แลนด์ ณ ที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยกลาเซียร์หรือธารน้ำแข็งสเนฟเฟลเนสโจกุล และพื้นที่แถบนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติสเนฟเฟลเนสโจกุล ในฤดูร้อนบริษัททัวร์ท้องถิ่นจะจัดกิจกรรมหลายอย่างบนกลาเซียร์ เช่น การปีนภูเขาน้ำแข็ง หรือเดินบนกลาเซียร์ เป็นต้น
จุดหมายที่นับเป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของทริปนี้คือ เคิร์กจูเฟล (Kirkjufell) เรียกเป็นภาษาอังกฤษคือ Church Mountain หรือ “ภูเขาโบสถ์” ว่ากันว่ามีที่มาจากรูปร่างของภูเขาซึ่งคล้ายคลึงกับโบสถ์ บ้างก็ว่าคล้ายหมวกของแม่มด หากมองใกล้ๆ จะเห็นว่าตัวภูเขาจะมีลักษณะเป็นชั้นๆ ต่างสีกัน ชั้นล่างสุดจะเป็นฟอสซิล ซึ่งเชื่อกันว่าเกิดตั้งแต่ยุคน้ำแข็งเป็นล้านปีมาแล้ว ส่วนชั้นบนซึ่งเป็นหินลาวา เกิดในช่วงที่ยุคน้ำแข็งเริ่มอุ่นขึ้นและมีอายุหินน้อยกว่าชั้นล่าง
ภูเขาแห่งนี้เป็นภูเขาสูง 463 เมตร ตั้งอยู่ริมทะเลอย่างโดดเดี่ยว เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดของไอซ์แลนด์ ใกล้ๆ กันมีน้ำตก Kirkjufellsfoss นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะถ่ายภาพน้ำตกแห่งนี้โดยมีฉากหลังเป็นภูเขา ในช่วงเที่ยงคืนจะกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อถ่ายภาพแสงสีพระอาทิตย์เที่ยงคืนอันงดงามน่าประทับใจ
พักที่โรงแรม Hotel Vest Mar Olafsvik หรือเทียบเท่า( พักห้องละ 2 ท่าน, ห้องน้ำในตัว, ฟรี WiFi ในห้องพัก )



18 มิถุนายน 2570 ปล่องภูเขาไฟแฝดแกรบรอค น้ำตกฮรวนฟอสส์
เช้า ออกจากแหลมสเนฟเฟลเนส เดินทางไปชมปล่องภูเขาไฟแฝดแกรบรอค เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีทางเดินอย่างดีขึ้นไปจนถึงปากปล่องภูเขาไฟด้านบน สามารถเดินวนรอบปล่องได้ และมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของดินแดนฝั่งตะวันตกจากมุมสูงได้อย่างชัดเจน
จากนั้นเดินทางไปชมน้ำตกเล็กๆ ที่งดงามมากทีเดียว ชื่อฮรวนฟอสส์ มีสายน้ำที่ไหลออกมาจากหินลาวาทางด้านล่าง และธารน้ำสีฟ้า และยังมีน้ำตกแฝดอยู่ใกล้ๆ กันสามารถเดินผ่านทุ่งลาวาไปชมได้อย่างใกล้ชิด
พักที่ Hotel Vellir ( หรือเทียบเท่า) พักห้องละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัวพร้อมห้องครัว ฟรี WiFi





19 มิถุนายน 2570 ปล่องภูเขาไฟเเคิร์ธ น้ำตกซัลยาลันฟอสส์ น้ำตกสโคกาฟอส์ส เมืองวิก นกพัฟฟิน
เช้า เดินทางมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ แวะชมปากปล่องภูเขาไฟเเคิร์ธ ปากปล่องมีความลึก 55 เมตร กว้าง 270 เมตร มีอายุกว่า 3000 ปี สามารถ เดินขึ้นไปบนปากปล่องด้านบนได้ในระยะทางสั้นๆ เพียง 5 นาทีจากลานจอดรถ ถ่ายภาพทิวทัศน์อันน่ามหัศจรรย์ สามารถเดินเล่นรอบปากปล่องภูเขาไฟเป็นวงกลมได้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และมีสะพานเดินลงไปชมทะเลสาบในปล่องทางด้านล่างได้อย่างใกล้ชิด น้ำในทะเลสาบเป็นสีฟ้าสดใสสวยงามมาก
ไฮไลท์ต่อไปคือ น้ำตกซัลยาลันฟอสส์ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงระดับโลก สูงประมาณ 60 เมตร ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ ติดถนนวงแหวน (Route 1) สามารถชมวิวน้ำตกได้แบบ 4 ทิศทาง ให้ภาพที่สวยงามแตกต่างกัน จากด้านหน้า ด้านข้างซ้าย-ขวา และที่พิเศษคือ สามารถเดินอ้อมไปด้านหลังม่านน้ำตกได้ นับเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จากนั้นเดินทางไปชมน้ำตกสโคกาฟอส์ส ส่วนหนึ่งของเทือกเขา Eyjafjöll ตัวน้ำตกมีขนาดใหญ่ สูงถึง 61 เมตร เป็นน้ำตกที่ชั้นสูงที่สุดในไอซ์เเลนด์ ปริมาณน้ำจำนวน มหาศาลที่ถาโถมลงมาทำให้ทุกคนที่ได้เห็นต้องตะลึงถึงความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกแห่งนี้ ภาพจำนวนนับล้านๆ ภาพ และวิดีโอ ภาพยนตร์ จำนวนมากถูกถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลก ทำให้แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย สามารถถ่ายภาพได้หลากหลายมุม มองตั้งแต่ระยะไกล ไปจนถึงตีนน้ำตก และสามารถเดินไปตามเส้นทางเดินที่จัดทำไว้อย่างดีจนถึงด้านบนสุดเพื่อบันทึกภาพมุมสูง
จุดหมายต่อไป นำท่านชมพิพิธภัณฑ์สโคกา รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของชาวไอซ์แลนด์ ยานพาหนะต่างๆ ตั้งแต่ยุคไวกิ้งจนถึงยุคที่มีการตัดถนนหมายเลข 1 วนรอบประเทศ และยังมีส่วนกลางแจ้ง แสดงบ้านเรือนหลังคาหญ้าแบบโบราณ สามารถเข้าไปชมภายในได้ รวมทั้งฟาร์ม โบสถ์ และโรงเรียน
จากนั้นไปชมเรย์นิสฟยาร่า ชายหาดสีดำสนิทใกล้เมืองวิก ที่นี่เต็มไปด้วยก้อนกรวดขนาดเล็กสีดำ ที่โดดเด่นคือ มีหินบะซอลต์เป็นแท่งทรง สี่เหลี่ยมจำนวนมากเรียกว่า "การ์ด้าร์ " มองดูแทบไม่น่าเชื่อว่าเกิดจากฝีมือของธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนสถานที่แห่ง นี้ และมองออกไปในทะเลจะเห็นคลื่นลูกยักษ์ของมหาสมุทรแอตแลนติดเหนือโอบล้อมแท่งหินบะซอลต์ขนาดใหญ่ที่อยู่กลางทะเลมีทั้งหมด 4 ยอด เรียกว่า เรย์นิสรันก้าร์ ในช่วงเวลาที่เดินทางไป ตรงกับเวลาที่นกทะเลจำนวนมาก เช่น นกพัฟฟิน (Puffin) , นกทะเลปากยาว (guillemots) และนกฟูลม่าร์ (northern fulmars) หรือนกจมูกหลอด ทำรังวางไข่และเลื้ยงลูก ทำให้ท้องฟ้าเต็มไปด้วยฝูงนกจำนวนมากโบยบินไป บรรยากาศดูคึกคักมากทีเดียว สามารถชมและถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด
จุดหมายสุดท้าย เดินทางเข้าสู่เมืองวิก มีไฮไลท์คือโบสถ์ประจำเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ถ่ายภาพลงมาเห็นวิวเมืองวิกและหาดทรายดำได้อย่างสวยงาม โดยมีทุ่งดอกลูปินบานสะพรั่งแบบจัดเต็ม และทุ่งดอกไม้สีเหลืองสด ซึ่งดอกไม้เหล่านี้บานเต็มที่ในช่วงเดือนมิถุนายนเท่านั้น เที่ยวชมหาดทรายดำแห่งเมืองวิก หาดทรายดำที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในโลก ทรายดำสนิทระยะทางยาวหลายกิโลเมตร จากนั้นเดินทางไปเที่ยวชมแหลม Dyrholaey ที่นี่เป็นจุดชมทิวทัศน์ของหน้าผาสูงชันกว่า 120 เมตร มองเห็นหาดทรายดำยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา
พักที่ Hotel Vík í Mýrdal ( หรือเทียบเท่า) พักห้องละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัวพร้อมห้องครัว ฟรี WiF






20 มิถุนายน 2570 ถ้ำน้ำแข็งสีฟ้า บะซอลล์แคนยอน วัทนาโจกุล กลาเซียร์ลากูน ไดมอนด์บีซ ภูเขาเวสทราฮอร์น หมู่บ้านไวกิ้ง ฮอล์ฟ
เช้า นำท่านนั่งรถออฟโรด 4x4 คันยักษ์ เดินทางไปชมถ้ำน้ำแข็งสีฟ้า ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นอีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของไอซ์แลนด์ โดยถ้ำน้ำแข็งกัทลาเป็นเพียงถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าแห่งเดียวที่อนุญาตให้เที่ยวชมได้ในฤดูร้อน ตื่นตาตื่นใจกับน้ำแข็งใสสีฟ้า โดยมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญบรรยายความเป็นมา และกำเนิดของถ้ำน้ำแข็ง รวมทั้งสาเหตุที่ดูเป็นสีฟ้า เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการเดินทางมาเยือนไอซ์แลนด์
บ่ายเดินทางไปชมบะซอลล์แคนยอน อีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปนี้ ชมแท่งหินบะซอลล์จำนวนนับพันเรียงรายเป็นหน้าผาแคบๆ สูงชัน มีธารน้ำสีเขียวไหลผ่าน จากลานจอดรถต้องเดินเท้าเข้าไปราวหนึ่งกิโลเมตร จะพบเห็นภาพที่งดงามอย่างน่าอัศจรรย์
จากนั้นเดินทางไปชมอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล ระหว่างทางจะมองเห็นกลาเซียร์หรือธารน้ำแข็งมากมาย นำท่านเดินทางไปชมกลาเซียร์ ลากูน หรือก้อนน้ำแข็งน้อยใหญ่ที่ล่องลอยอยู่ในทะเลสาบ มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก เดินชมความงามของก้อนน้ำแข็งที่มีรูปทรงแปลกประหลาดไม่ซ้ำกัน สามารถเข้าไปชมและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด ถ่ายภาพก้อนน้ำแข็งยักษ์ในทะเลสาบกันอย่างจุใจ
จากนั้นไปไดมอนด์บีซ ถ่ายภาพก้อนน้ำแข็งยักษ์ที่แตกออกมาจากกลาเซียร์ ซึ่งจะลอยอยู่ในลากูน แล้วไหลออกสู่ทะเล ตามหาดทรายสีดำสนิทจะมีก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่มากมายเรียงรายกันอยู่ เมื่อถูกคลื่นซัดจะมีขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆ แต่ก็ใช้เวลานาน เนื่องจากน้ำในทะเลก็เย็นจัดพอๆ กับอุณหภูมิของก้อนน้ำแข็ง
เย็น ชมภูเขาเวสทราฮอร์น เป็นหนึ่งในภูเขาที่ช่างภาพมืออาชีพต่างยกย่องให้เป็น ภูเขาสวยที่สุดในโลก ทั้งภูเขาเป็นหินลาวาอายุหลายสิบล้านปี ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวริมฝั่งทะเล มีหาดทรายดำสนิทอยู่เบื้องหน้า
จากนั้นนำท่านเดินไปชมหมู่บ้านไวกิ้ง ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อถ่ายทำภาพยนต์ Viking อันโด่งดัง โดยจำลองมาจากหมู่บ้านจริงในอดีต มีกำแพงสูงโดยรอบ
พักที่ Hotel Hofn ( หรือเทียบเท่า) พักห้องละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัวพร้อมห้องครัว ฟรี WiFi ( พัก 2 คืน )





21 มิถุนายน 2570 Stuðlagil , บ่อโคลนเดือด Hverir , ปล่องภูเขาไฟเทียม Myvatn , Goðafoss Waterfall
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปชมหุบเขา Stuðlagil เป็นหนึ่งในอันซีนที่ซ่อนเร้นที่งดงามที่สุดของไอซ์แลนด์ มีชื่อเสียงในด้านการเป็นแหล่งรวมเสาหินบะซอลต์หกเหลี่ยมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ตั้งอยู่ในหุบเขา Jökuldalur อันห่างไกลทางตะวันออกของไอซ์แลนด์ สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่โดดเด่นแห่งนี้คือกำแพงหินภูเขาไฟสูงตระหง่านล้อมรอบแม่น้ำที่มีสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดใสและเป็นสีเขียวมรกตในช่วงฤดูร้อน ที่น่าทึ่งคือ หุบเขาหินบะซอลต์ขนาดมหึมาเหล่านี้จมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด ขนาดคนท้องถิ่นเองก็ไม่รู้ว่ามีอยู่ จนกระทั่งหลังจากการเปิดใช้งานเขื่อนซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Kárahnjúkar ขนาดใหญ่ทางต้นน้ำในปี 2009 ระดับน้ำจึงลดลงอย่างมาก เผยให้เห็นความงดงามอันน่าอัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ และกลายมาเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนอยากเดินทางมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์
จากนั้นนำท่านเดินทางจากตะวันออก มุ่งหน้าขึ้นสู่ภาคเหนือเพื่อชม บ่อโคลนเดือด Hverir เป็นแหล่งความร้อนใต้พิภพที่ยังคงมีการเคลื่อนไหวอยู่ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา Námafjall ติดกับทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนวงแหวนรอบเกาะ) พื้นที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูเขาไฟ Krafla มีภูมิประเทศที่ดูแปลกตา ปราศจากพืชพรรณและมีลักษณะคล้ายดาวอังคาร โดยเต็มไปด้วยคราบแร่ธาตุหลากสีสัน ทั้งสีเหลืองอมน้ำตาล สีส้ม สีเหลือง สีแดงสนิม และสีเทา พื้นที่ประกอบไปด้วยบ่อโคลนเดือด ช่องระบายไอน้ำที่ส่งเสียงฟู่ และปล่องภูเขาไฟขนาดเล็ก (fumaroles) ที่พ่นไอน้ำออกมาอย่างรุนแรง โดยอุณหภูมิใต้ดินอาจสูงถึง 250 องศาเซลเซียส การเที่ยวชมมีสะพานไม้เดินไปตามจุดต่างๆ หรือจะเดินบนผืนดินเพื่อชมบ่อโคลนเดือดอย่างใกล้ชิดก็ได้
จุดหมายต่อไปคือ ทะเลสาบมีวัทน์ ซึ่งเกิดจากการประทุของลาวาภูเขาไฟขนาดยักษ์ราว 2,300 ปีก่อน เมื่อลาวาเย็นและแข็งตัวทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่แปลกประหลาดราวกับอยู่นอกโลกมนุษย์ รอบๆ ทะเลสาบเต็มไปด้วยปากปล่องภูเขาไฟเทียม สำหรับทะเลสาบมายด์วัทน์ เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของไอซ์แลนด์ มีพื้นที่ประมาณ 37 ตารางกิโลเมตร ทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นถิ่นอาศัยของนกน้ำจำนวนมากและมีความสำคัญในฐานะแหล่งอนุรักษ์นกน้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก โดยมีการจัดตั้งพื้นที่ให้เป็นเขตอนุรักษ์นก สามารถเดินขึ้นไปชมบนปากปล่องได้ โดยมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่จัดทำอย่างดี
จุดสุดท้ายของวันนี้คือ น้ำตกโกดาฟอสส์ น้ำตกขนาดปานกลาง กว้างราว 30 เมตร มีปริมาณน้ำมาก หากมองแบบตามแสงจะเห็นรุ้งกินน้ำโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมกลางน้ำตกอย่างสวยงาม
พักที่ Hotel Akureyri ( พักห้องละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัว , ฟรี WiFi ในห้องพัก )




22 มิถุนายน 2570 เรคยาวิก โบสถ์ Akureyrarkirkja หินไดโนเสาร์
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เที่ยวชมเมืองอะคูเรลริ เมืองเล็กๆ แสนน่ารักทางภาคเหนือของไอซ์แลนด์ เป็นเมืองที่เงียบสงบ บ้านเรือนสวยงาม มีร้านค้าน่ารักๆ มากมาย ต่างกับเมืองหลวงเรคยาวิกค่อนข้างมาก และจัดเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญอันดับสองรองจากเรคยาวิก เที่ยวชมสัญลักษณ์ของเมืองนั่นคือโบสถ์ Akureyrarkirkja ตั้งอยู่บนเนินสูง ออกแบบโดยสถาปนิก Samuelsson ซึ่งเป็นคนออกแบบโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยาในเรคยาวิก สร้างตั้งแต่ปี 1940 ภายในมีออแกน 3,200 แท่ง และภาพวาดทางศาสนาคริสต์ที่สวยงามมากมาย และให้เวลาอิสระเดินเล่น ถ่ายภาพและช้อปปิ้งที่ถนนคนเดินใจกลางเมือง
บ่าย เดินทางต่อไปยังแหลมวิทเซอเค่อร์ ดินแดนอันห่างไกลผู้คนทางตอนเหนือ มีภูมิทัศน์ที่งดงามแปลกตา จุดหมายหนี่งในไฮไลท์ของทริปนี้นั่นคือ วิทเซอเค่อร์ หินบะซอลต์ที่ตั้งซ้อนกันหลายชั้น โผล่ขึ้นมาจากทะเลสูง 15 เมตร ดูล้ายกับมังกรที่กำลังดื่มน้ำทะเล ซึ่งตำนานของประเทศไอซ์แลนด์เล่าว่า มีสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งหนีจากแสงพระอาทิตย์ในยามเช้าไม่ทัน จึงต้องคำสาปให้กลายเป็นหินหินรูปไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ หากน้ำทะเลลดลงเต็มที่จะเดินไปถึงก้อนหินรูปร่างประหลาดแห่งนี้ได้ แต่ยามที่น้ำทะเลขึ้น จะสวยงามด้วยเงาสะท้อนน้ำ
เย็น เดินทางกลับสู่เมืองเรคยาวิก เป็นการเดินทางครบรอบวงกลมด้วยถนนหลวงหมายเลข 1 ที่มีระยะทางรอบเกาะราว 1,300 กิโลเมตร ให้เวลาอิสระเดินเล่นชมเมือง
พักที่ Hotel Vellir หรือเทียบเท่า ( พักห้องละ 2 ท่าน มีห้องน้ำในตัว ,ฟรี WiFi ในห้องพัก )


23 มิถุนายน 2570 เรกยาวิก-เฮลซิงกิ
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นนำท่านไป
14.00 เช็กอินที่สนามบินเรคยาวิก KEF
17.15 ออกเดินทางโดยสายการบินฟินแอร์ เที่ยวบิน AY994 ( กระเป๋าเช็กทรูถึงกรุงเทพฯ )
23.40 เดินทางถึงสนามบินเฮลซิงกิ-วัตตา ประเทศฟินแลนด์
24 มิถุนายน 2570 กรุงเทพฯ
00.30 ออกเดินทางต่อโดยสายการบินฟินแอร์ เที่ยวบิน AY145
15.45 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมภาพประทับใจที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน









