
-
ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์ ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113
-
บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
-
แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line คลิกที่นี่
-
ส่งอีเมล์หาเราได้ที่ sale@thailand-photo-tours.com
ครั้งหนึ่งในชีวิต ทัวร์ล่าแสงเหนือ
เจาะลึกไอซ์แลนด์ 27 กพ - 12 มีค 2570
( 14 วัน, 12 คืน )
การจองทัวร์ แสดงว่าท่านได้อ่านโปรแกรมทัวร์ ราคา และ เงื่อนไขต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
ภาพทั้งหมดถ่ายภาพโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

สัมผัสสุดยอดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ทัวร์ชม แสงเหนือ ออโรร่า ประเทศไอซ์แลนด์ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้ และต้นปี 2570 เป็นโอกาสสุดท้ายของแสงเหนือที่แรงที่สุดในรอบ 11 ปี ตื่นตาตื่นใจกับถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าที่เข้าชมได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคมของทุกปี ชมกลาเซียร์ธารน้ำแข็ง กลาเซียร์ลากูน หาดทรายดำ แช่น้ำร้อนสกายลากูน และอื่นๆ อีกมากมายที่จะสร้างความประทับใจได้อย่างไม่รู้ลืมของไอซ์แลนด์ ดินแดนแห่งขั้วโลกเหนือ นำทริปโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร
*** สมาชิกทุกท่านจะได้ภาพสวยอย่างแน่นอน เมื่อร่วมเดินทางไปทีมงานระดับมืออาชีพของเรา
*** พักที่ไอซ์แลนด์ รวม 12 คืน



ค่าใช้จ่าย : ท่านละ 158,000 บาท
การยกเลิกทัวร์
1. ยกเลิกก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 คืนเงินมัดจำเต็มจำนวน
2. ยกเลิกหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 หัก 50% ของค่าทัวร์
3. ยกเลิกหลังวันที่ 15 มกราคม 2570 จะไม่ได้รับเงินคืนทุกกรณี
จองทัวร์ : โอนมัดจำท่านละ 60,000 บาท
ส่วนที่เหลือ ชำระภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
ค่าใช้จ่ายรวม
-
ค่าโรงแรมที่พัก 12 คืน ตามโปรแกรม ( โรงแรมและอพาร์ทเม้นท์มาตรฐาน พักห้องละ 2 ท่าน มีฮีทเตอร์ WiFi และห้องน้ำในตัวทุกแห่ง )
-
ค่าอาหารเช้าที่โรงแรมทุกมื้อ (สำหรับที่พักแบบอพาร์ทเม้นท์บางแห่ง มีห้องครัว แต่ไม่มีอาหารเช้า)
-
ค่ามินิบัสนำเที่ยวตามโปรแกรม
-
ค่าทัวร์ถ้ำน้ำแข็ง
-
ค่าเที่ยวชมและแช่น้ำร้อนที่ Blue Lagoon
-
ค่าบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งตามที่ระบุในโปรแกรม
-
ค่าประกันเดินทางวงเงิน 3 ล้านบาท ( คุ้มครองเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และอื่นๆ ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ )
ค่าใช้จ่ายไม่รวม
1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ - เรคยาวิก ชั้นประหยัด ( การบินไทย + ไอซ์แลนด์แอร์ ประมาณ 47,000+ ราคาขึ้นกับวันออกตั๋ว )
2. ค่าอาหารกลางวันและอาหารค่ำ ทีมงานนำท่านไปทานอาหารที่ร้านอาหารในระหว่างการเดินทาง ( นำอาหารแห้งไปได้ )
3. วีซ่าเช็งเก้น ไอซ์แลนด์ ( หากประสงค์ให้ช่วยดำเนินการโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ให้แจ้งหลังจากจองทัวร์เรียบร้อยแล้ว )
4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในโปรแกรม
วีซ่า
-
ผู้ร่วมเดินทางต้องยื่นวีซ่าด้วยตนเองจากสถานฑูตไอซ์แลนด์ ประเทศญี่ปุ่น (ผ่านตัวแทน vfs ในกรุงเทพฯ )
จัดกระเป๋า
-
กระเป๋าเดินทางใบใหญ่สูงไม่เกิน 29 นิ้ว ท่านละ 1 ใบ
ข้อควรทราบ
-
เดือนมีนาคม เป็นฤดูหนาวของประเทศไอซ์แลนด์ อากาศหนาว ผู้เดินทางต้องเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม รองรับอุณหภูมิต่ำสุด -10 ถึง 5 องศา บางวันบนพื้นที่สูงอาจจะมีหิมะตก
-
ทริปนี้เดินทางกลุ่มเล็กเพียง 12 ท่าน หัวหน้าทัวร์เป็นผู้ขับรถนำเที่ยวตลอดทริป
-
ผู้เดินทางทุกท่านควรมีสุขภาพแข็งแรงดี



กำหนดการเดินทาง
***ที่พัก และรายการทัวร์สถานที่ต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
27 กุมภาพันธ์ 2670 กรุงเทพฯ - ลอนดอน - ไอซ์แลนด์
10.30 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เค้าท์เตอร์การบินไทย
13.20 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน TG916
19.35 เดินทางถึงลอนดอน
20.35 ออกเดินทางต่อโดยสายการบินไอซ์แลนด์แอร์ เที่ยวบิน FI455
23.50 เดินทางถึงสนามบินเรคยาวิก KEF ประเทศไอซ์แลนด์ นำท่านเช็กอินเข้าที่พัก
พักที่โรงแรม Aurora Hotel at Reykjavik-Keflavik Airport หรือเทียบเท่า ห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำในตัว ฟรี WiFi
28 กุมภาพันธ์ 2670 ไอซ์แลนด์ - ซิงเควลลิร์ - น้ำตกปรูอาร์ฟอสส์ - น้ำพุร้อนกีเซอร์ - น้ำตกกุลล์ฟอสส์
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางไปยังเส้นทางยอดนิยมที่มีชื่อเรียกว่า “Golden Circle” เส้นทางผ่านภูมิประเทศที่งดงาม จุดหมายแรกนำท่านเดินทางไปสถานที่สําคัญในประวติศาสตร์ ของไอซ์แลนด์ ซิงเควลลิร์ มาจากภาษาไอซ์แลนด์ Þing แปลว่า สภา vellir แปลว่า ทุ่งหญ้า เมื่อรวมกันหมายถึงสภาที่ตั้งขึ้นในที่โล่งเป็นลานประชุมของชุมชนไอซ์แลนด์ในยุคแรก ๆ สถานที่แห่งนี้จึงมีความสำคัญในฐานะเป็นสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์ โดยรัฐสภาหรือ อัลชิงกิ ได้ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.930 และต่อเนื่องมาจนถึง ปี ค.ศ.1789 ซิงเควลลิร์ ตั้งอยู่ตรงรอยรอยแยกของหุบเขากับทะเลสาปซึ่งเป็นทะเลสาปตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นจุดกำเนิดทางด้านประวัติศาสตร์ และทางด้านธรณีวิทยา เพราะเป็นส่วนหนึ่งของรอยเลื่อนโลกเป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร แบ่งแยกแผ่นเปลือกโลกทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป ซิงเควลลิร์ยังเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไอซ์แลนด์ นอกจากนี้ยังได้ขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 2004
ต่อไป ชมน้ำตกสีฟ้าชื่อดังสุดมหัศจรรย์ชื่อ น้ำตกปรูอาร์ฟอสส์ มีจุดเริ่มต้นเดินจากริมถนนใหญ่ เป็นทางเดินเลียบลำธาร ระยะทางเดินไปกลับประมาณ 4 กิโลเมตร แม้ว่าเส้นทางจะยาวไกล แต่ภาพของน้ำตกที่งดงามจะสร้างความประทับใจไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว
จากนั้นเดินทางไปชม น้ำพุร้อนกีเซอร์ น้ำพุร้อนที่ปล่อยกระแสน้ำร่วมกับไอน้ำออกมาเป็นระยะๆ ประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง บางครั้งก็พ่นน้ำร้อนสูงมากถึง 40 เมตรเหมือนการ ระเบิดของไอน้ำ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าที่ง การเกิดของไกเซอร์ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะทางอุธกธรณีวิทยา ซึ่งสามารถพบได้เพียงไม่กี่แห่ง ในโลก จัดได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมมชาติที่หาดูได้ยากชนิดหนึ่ง
จุดหมายสุดท้ายของวันนี้คือ น้ำตกกุลฟอสส์ มาจากคำว่า Gull ในภาษาไอซ์แลนด์ที่แปลว่าทอง และ Foss ที่แปลว่า น้ำตก จัดเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ ลดหลั่นเป็นชั้นๆ รวม 3 ชั้น ช่วงแรกสูง 11 เมตร และช่วงที่สองสูง 21 เมตร ความแรงของน้ำอยู่ที่ 140 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ในค่ำคืนแรกหากท้องฟ้าเปิด และแสงเหนือแรงพอ จะมีโอกาศชมและถ่ายภาพแสงเหนือในบริเวณรอบๆ โรงแรม และคืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ทำให้เห็นแสงเหนือได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า
พักโรงแรม Hotel Gullfoss หรือเทียบเท่า มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน ( Free WiFi ) หรือเทียบเท่า




1 มีนาคม 2570 ปล่องภูเขาไฟแกรบร็อก - นำ้พุร้อนเดลดาทุงกูเวล - น้ำตกเฮินฟอซซ่า
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านเดินทางไปชมปล่องภูเขาแกรบร็อก ซึ่งเคยระเบิดพ่นลาวาออกมาเป็นจำนวนมากเมื่อสามพันปีก่อน ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 1 มีเส้นทางเดินผ่านทุ่งลาวาที่จัดทำอย่างดี เดินขึ้นไปชมถึงปากปล่องภูเขาไฟ ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 30-40 นาที
บ่ายนำท่านเดินทางไปชมนำ้พุร้อนเดลดาทุงกูเวล เป็นบ่อพุร้อนขนาดใหญ่ มีน้ำร้อนเดือดอุณหภูมิกว่า 100 องศาพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา จากพลังงานความร้อนที่อยู่ใต้โลก บริเวณนี้มีแรงดันจากความร้อนสูงที่สุดในทวีปยุโรป และมีการต่อท่อนำน้ำร้อนไปใช้ตามบ้านเรือนต่างๆ ซึ่งใช้ในการอาบน้ำร้อนโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าไปต้ม ทำให้ไอซ์แลนด์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ใช้พลังงานจากธรรมชาติมากที่สุดในโลก รวมไปถึงโรงไฟฟ้าเกือบทั้งหมดในไอซ์แลนด์ก็ใช้พลังงานความร้อนไปปั่นกระแสไฟฟ้าเช่นกัน
เส้นทางต่อไปจะเดินทางผ่านชนบทของไอซ์แลนด์ ที่เป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์และปลูกหญ้า จะเห็นภูมิประเทศเป็นพื้นที่โล่งกว้างไกล มีภูเขาหิมะเป็นฉากหลังที่งดงาม เส้นทางจะไปสุดที่น้ำตกเฮินฟอซซ่า เป็นน้ำตกที่ขนาดไม่ใหญ่ มีความกว้างประมาณ 900 เมตร แต่มีสายน้ำเป็นสีฟ้างดงามมากทีเดียว น้ำตกไหลผ่านทุ่งลาวาที่เกิดจากการประทุของภูเขาไฟซึ่งอยู่ใต้ธารน้ำแข็งลองโจกุลกลาเซียร์ มองเห็นสายน้ำไหลออกมาจากหินลาวาอย่างชัดเจน
บ่าย เดินทางไปยังแหลมสแนเฟลล์เนส เส้นทางจะลัดเลาะไปตามถนนเลียบมหาสมุทรเหนือ อาร์กติก ระหว่างทางมีทิวทัศน์และภูมิประเทศที่สวยงาม ทั้งภูเขาไฟและทุ่งลาวา
ค่ำ หากท้องฟ้าเปิด และแสงเหนือแรงพอ ท่านจะได้ชมแสงเหนือที่จุดชมวิวภูเขาเคิร์คจูเฟลมีฉากหน้าเป็นน้ำตก เป็นสุดยอดสถานที่ถ่ายภาพแสงเหนือและเป็นภาพสัญลักษณ์ของประเทศไอซ์แลนด์ รวมทั้งรอบๆ ที่พักก็มองเห็นแสงเหนือได้ชัดเจนมากเช่นกัน
พัก Apartments ห้องละ 2 ท่าน มีห้องครัว ห้องน้ำในตัว หรือเทียบเท่า ( Free WiFi ) , ไม่มีอาหารเช้า
2 มีนาคม 2570 แหลมสแนเฟลล์เนส - โบสถ์ดำ - เกตเล็ทเทอร์ - เคิร์กจูเฟล
เช้าวันนี้เราจะท่องเที่ยวรอบแหลมสแนเฟลล์เนส เริ่มต้นจากภูเขาเคิร์กจูเฟล ภูเขาที่ดูคล้ายพิรามิด สูง 463 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีฉากหน้าเป็นน้ำตกเคิร์คจูเฟลฟอส์ส นับเป็นจุดชมวิวยอด นิยมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ ชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามทั้งภูเขาไฟ ลาวา และชายฝั่งทะเลที่มีหมู่บ้านชาวประมง มีหน้าผาสูงชัน
จากนั้นเดินทางไปเที่ยวชมโบสถ์ดำ ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าแก่สร้างจากไม้ทั้งหลัง ภายนอกอาคารทาสีดำสนิท เป็นที่มาของชื่อโบสถ์ดำ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1703 โดยพ่อค้าชาวสวีเดนชื่อว่า Bendt Lauridsen เป็นโบสถ์ที่ได้รับความนิยมมาจัดพิธีแต่งงานมากที่สุดทั้งชาวไอซ์แลนด์และชาวคริสต์จากทั่วโลก
เที่ยวชมเมืองประมงเล็กๆ เกตเล็ทเทอร์ ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเล ชายฝั่งถูกน้ำกัดเซาะเว้าแหว่งเป็นรูปร่างที่ดูแปลกตา บางแห่งถูกกัดเซาะเป็นรูโพรงขนาดใหญ่เหมือนมีสะพานหินธรรมชาติอยู่ด้านบน ตามหน้าผามีนกทะเลจำนวนอาศัยอยู่ รวมทั้งนกพัฟฟินจำนวนมากก็พบได้ง่ายๆ ในบริเวณนี้ โดยใช้แนวหน้าผาทำรัง วางไข่และเลี้ยงลูก ใกล้ๆ กันมีอนุสาวรีย์ซากา จากเรื่องราวในเทพนิยายเก่าแก่ของไอซ์แลนด์
เมื่อเดินทางถึงปลายแหลม จะพบกับทิวทัศน์หน้าผาที่ถูกน้ำทะเลและคลื่นลมกัดเซาะปรากฏเป็นภูเขาหินและโขดหินที่งดงามแปลกตามากมาย และยังมีปล่องภูเขาไฟอีกหลายลูก บางแห่งสามารถเดินขึ้นไปชมได้ ทั้งนี้แหลมสเนฟเฟลเนสทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของแนวภูเขาไฟที่มีอยู่เกือบทั่วทั้งประเทศไอซ์แลนด์ ณ ที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยกลาเซียร์หรือธารน้ำแข็งสเนฟเฟลเนสโจกุล และพื้นที่แถบนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติสเนฟเฟลเนสโจกุล
จุดหมายที่นับเป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของทริปนี้คือ เคิร์กจูเฟล (Kirkjufell) เรียกเป็นภาษาอังกฤษคือ Church Mountain หรือ “ภูเขาโบสถ์” ว่ากันว่ามีที่มาจากรูปร่างของภูเขาซึ่งคล้ายคลึงกับโบสถ์ บ้างก็ว่าคล้ายหมวกของแม่มด หากมองใกล้ๆ จะเห็นว่าตัวภูเขาจะมีลักษณะเป็นชั้นๆ ต่างสีกัน ชั้นล่างสุดจะเป็นฟอสซิล ซึ่งเชื่อกันว่าเกิดตั้งแต่ยุคน้ำแข็งเป็นล้านปีมาแล้ว ส่วนชั้นบนซึ่งเป็นหินลาวา เกิดในช่วงที่ยุคน้ำแข็งเริ่มอุ่นขึ้นและมีอายุหินน้อยกว่าชั้นล่าง
ภูเขาแห่งนี้เป็นภูเขาสูง 463 เมตร ตั้งอยู่ริมทะเลอย่างโดดเดี่ยว เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดของไอซ์แลนด์ ใกล้ๆ กันมีน้ำตก Kirkjufellsfoss นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะถ่ายภาพน้ำตกแห่งนี้โดยมีฉากหลังเป็นภูเขา
ยามค่ำคืน หากท้องฟ้าเปิดและแสงเหนือแรงพอ จะนำท่านชมแสงเหนืออันงดงามอีกครั้ง
พัก Apartments ห้องละ 2 ท่าน มีห้องครัว ห้องน้ำในตัว หรือเทียบเท่า ( Free WiFi ) , ไม่มีอาหารเช้า




3 มีนาคม 2570 ฮัลกริมสเคียร์ค่า - อ่าวเรคยาวิก - ช้อปปิ้งถนนคนเดินเรคยาวิก
เช้าวันนี้จะนำท่านเดินทางย้อนกลับเส้นทางเดิม มุ่งหน้าสู่เรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลมากนัก ทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ด้านมุมล่างของอ่าว Faxaflói ซึ่ง Ingolfur Arnarson ชาวนอร์ดิค เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี พ.ศ. 1413 เมื่อเรคยาวิกกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลาง ทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 2329 ปัจจุบันเขตเมืองมีประชากรประมาณ 120,000 คน ประกอบด้วย 7 เทศบาลนครซึ่งรวมเทศบาลนครเรคยาวิกด้วย
นำท่านเที่ยวชมฮัลกริมสเคียร์ค่า โบสถ์คริสต์ลูเธอรันที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นและมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ ชื่อของโบสถ์ตั้งตามชื่อกวีและนักบวช ฮัลกริมูร์ เพทูร์สัน มีความสูง 73 เมตร สูงที่สุดในเมืองเรคยาวิก และไอซ์แลนด์ ออกแบบโดยสถาปนิก กุธยอน ซามูเอลสัน ในปี 1937 และก่อสร้างปี 1945 ใช้เวลาสร้างนานมากถึง 41 ปี ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นของนักสำรวจ เลฟ อีริคสัน ส่งมาเป็นของกำนัลจากสหรัฐฯ ในวาระฉลองรัฐสภาอัลธิงกิ ครบรอบ 1000 ปีเมื่อปี 1930 สามารถขึ้นลิฟท์ไปยังจุดสูงสุดเพื่อชม ทัศนียภาพของเมืองเรกยาวิกอันสวยงามแบบพาโนรามา 360 องศา
จากนั้นไปชมอ่าวเรคยาวิก สถานที่ท่องเที่ยวและออกกำลังกายของชาวเมือง ชมสถาปัตยกรรม Solfar (Sun Voyager) Sculpture มีรูปร่างเหมือนเรือไวกิ้ง ที่ชาวไวกิ้งใช้ในการเดินทางจากนอร์เวย์มาไอซ์แลนด์เมื่อหนึ่งพันปีก่อน นับเป็นสถานที่ถ่ายภาพและเช็กอินยอดนิยมแห่งหนึ่ง ใกล้ๆ กันคือ ฮาร์ปา สถานที่ท่องเที่ยวริมอ่าวเรคยาวิก ออกแบบตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระจกทั้งหลัง ในยามค่ำคืนจะเปิดไฟแสงสีจำลองการเริงระบำของแสงเหนือยามค่ำคืน
อิสระช้อปปิ้งในถนนคนเดินย่านใจกลางเมืองเรคยาวิก มีร้านค้าต่างๆ มากมาย รวมทั้งอาหารนานาชนิดให้ลิ้มลอง
หากคืนนี้อากาศดีและแสงเหนือแรงพอ จะมีโอกาสชมแสงเหนือ โดยเลือกจุดที่เหมาะสมและท้องฟ้าเปิดมากที่สุด
พักโรงแรม The Greenhouse Hotel หรือเทียบเท่า มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน ( Free WiFi ) หรือเทียบเท่า





4 มีนาคม 2570 น้ำตกซัลยาลันด์สฟอส์ส น้ำตกสโคกาฟอส์ส
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เราจะออกเดินทางสู่ภาคใต้ของไอซ์แลนด์ เส้นทางจากผ่านภูเขาสูงมีหิมะขาวโพลนปกคลุม สองข้างทางเป็นทุ่งลาวาอันกว้างใหญ่ จากนั้นจะผ่านเมืองเซลฟอสส์ เป็นเมืองขนาดเล็กที่มีร้านค้าต่างๆ ตั้งอยู่ เมื่อผ่านเมืองนี้ไปจะมีผู้คนอาศัยอยู่น้อยมาก มีแต่ธรรมชาติที่สวยงาม ทางขวาเป็นมหาสมุทรเหนือ ซึ่งตรงไปจะคือสกอตและประเทศอังกฤษ ส่วนทางซ้ายคือใจกลางประเทศที่เรียกว่า ไฮแลนด์ เดินทางเข้าไปได้เฉพาะฤดูร้อนเท่านั้น และระหว่างทางจะพบเห็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของไอซ์แลนด์
จุดหมายแรกของวันนี้คือ น้ำตกซัลยาลันด์สฟอส์ส เป็นน้ำตกที่สวยงามและถูกบันทึกภาพมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ สายน้ำที่ละลายมาจากกลาเซียร์หรือธารน้ำแข็ง มีปริมาณน้ำจำนวนมากตลอดทั้งปี ภาพของ น้ำตกแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของไอซ์แลนด์ก็ว่าได้ มีความสูงราว 60 เมตร เข้าชมได้ทั้งปีตลอด 365 วัน ทั้งกลางวันและกลางคืน ช่างภาพบางท่านมาถ่ายภาพน้ำตกที่นี่คู่กับแสงเหนือที่น่าอัศจรรย์ และในฤดูร้อนที่พระอาทิตย์มีแสงสว่างตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้มาเที่ยวชมได้ตลอดเวลาที่ต้องการ นอกจากด้านหน้าของน้ำตกแล้ว สามารถเดินลัดเลาะไปทางด้านหลังของม่านน้ำตกได้ด้วย เป็นที่นิยมของบรรดาช่างภาพทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ
จากนั้นเดินทางไปชมน้ำตกสโคกาฟอส์ส ตัวน้ำตกมีขนาดใหญ่ สูงถึง 61 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่สูงที่สุดในไอซ์เเลนด์ ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลที่ถาโถมลงมาทำให้ทุกคนที่ได้เห็นต้องตะลึงถึงความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกแห่งนี้ ภาพจำนวนนับล้านๆ ภาพ และวิดีโอ ภาพยนตร์จำนวนมากถูกถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลก ทำให้แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย สามารถถ่ายภาพได้หลากหลายมุมมองตั้งแต่ระยะไกล ไปจนถึงตีนน้ำตก และสามารถเดินไปตามเส้นทางเดินที่จัดทำไว้อย่างดีจนถึง ด้านบนสุดเพื่อบันทึกภาพมุมสูง และโรงแรมในค่ำคืนนี้ก็อยู่ด้านหน้าของน้ำตกแห่งนี้นั่นเอง
ค่ำ หากสภาพอากาศดีและแสงเหนือแรงพอ จะมีโอกาสชมแสงเหนือ โดยเลือกจุดที่เหมาะสมและท้องฟ้าเปิดมากที่สุด
พักที่โรงแรม Vík Apartments หรือเทียบเท่า อพาร์ทเม้นท์หลังละ 2 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัว ห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ครัว พื้นที่ทานอาหาร โซฟา ทีวี ตู้เย็น พักห้องละ 2 ท่าน หรือเทียบเท่า ( ฟรี WiFi ในห้องพัก )





5 มีนาคม 2570 หาดทรายดำ - เรย์นิสฟยาร่า - แท่งหินบะซอลล์ - โบสถ์เมืองวิก - อุทยานแห่งชาติวัทยาโจกุล
เช้าวันใหม่ นำท่านเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 เที่ยวชม เรย์นิสฟยาร่า ชายหาดสีดำสริทใกล้เมืองวิค เต็มไปด้วยก้อนกรวดขนาดเล็กสีดำ ที่โดดเด่นคือ มีหินบะซอลต์เป็นแท่งทรง สี่เหลี่ยมจำนวนมากเรียกว่า "การ์ด้าร์ (Gardar)" มองดูแทบไม่น่าเชื่อว่าเกิดจากฝีมือของธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนสถานที่แห่ง นี้ และมองออกไปในทะเลจะเห็นคลื่นลูกยักษ์ของมหาสมุทรแอตแลนติดเหนือโอบล้อมแท่งหินบะซอลต์ขนาดใหญ่ที่อยู่กลางทะเลมีทั้งหมด 4 ยอด เรียกว่า เรย์นิสดรันก้าร์
จากนั้นการเดินทางจะข้ามภูเขาสูงจนถึงเมืองวิก เที่ยวชมหาดทรายดำ Kirkjufjara ที่ได้ชื่อว่าเป็นหาดทรายดำสวยที่สุดในโลก และมีจุดชมวิวบนภูเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์หลังคาสีแดง มองเห็นวิวเมืองวิกและหาดทรายดำได้อย่างสวยงาม
จากนั้นเดินทางเลียบชายฝั่งทะเลทางภาคใต้ สองข้างทางเป็นหินลาวาที่เกิดจากลาวาเมื่อหลายพันปีก่อน แวะชมและถ่ายภาพกันที่ Lava Rocks ทุ่งหินลาวาที่ห่อหุ้มด้วยมอสพื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
เย็นเดินทางถึงอุทยานแห่งชาติวัทยาโจกุล ถนนจะมุ่งตรงสู่ดินแดนแห่งกลาเซียร์หรือธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลอันยิ่งใหญ่ตระการตา หากอากาศดีจะมองเห็นวิวกลาเซียร์ได้อย่างสวยงาม 180 องศาเลยทีเดียว
ค่ำ หากสภาพอากาศดีและแสงเหนือแรงพอ จะมีโอกาสชมแสงเหนือ โดยเลือกจุดที่เหมาะสมและท้องฟ้าเปิดมากที่สุด
พักที่ Fosshotel Glacier Lagoon หรือเทียบเท่า มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน ( Free WiFi )


6 มีนาคม 2570 ถ้ำน้ำแข็ง กลาเซียร์ลากูน ไดมอนด์บีซ
หลังอาหารเช้าที่โรงแรมวันนี้ มีโปรแกรมพิเศษ เที่ยวชมถ้ำน้ำแข็ง เป็นกิจกรรมที่มีเฉพาะฤดูหนาว เท่านั้น เริ่มจากต้นเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนมีนาคมของทุกปีโดยจะนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อยกสูงพิเศษ ผ่านทุ่งหินลาวา จากนนั้นเดินเท้าราว 30-40 นาทีจนถึงกลา เซียร์หรือธารน้ำแข็ง บริเวณนี้มีโพรงน้ำแข็งที่เรียกว่า Ice Cave มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ เพดานน้ำแข็งมองดูเป็นสีฟ้า ทั้งนี้ถ้ำน้ำ แข็งจะเปลี่ยนสถานที่ทุกปีเนื่องจากผนังถ้ำที่เป็นน้ำแข็งจะละลายกลายเป็นน้ำจนหมดในฤดูร้อน แต่ละปีจะมีการค้นหาถ้ำใหม่ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาเที่ยวชม
บ่าย เดินทางไปชมกลาเซียร์ลากูน มองเห็นก้อนน้ำแข็งยักษ์ลอยอยู่ในทะเลสาบ ชมและถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด โดยก้อนน้ำแข็งจะลอยออกสู่ทะเล และถูกคลื่นซัดกลับเข้าฝั่ง ยามต้องแสงอาทิตย์ดูระยิบระยับ ทำให้ได้ชื่อว่าหาดเพชร หรือไอมอนด์บีซ
ค่ำ หากสภาพอากาศดีและแสงเหนือแรงพอ จะมีโอกาสชมแสงเหนือ โดยเลือกจุดที่เหมาะสมและท้องฟ้าเปิดมากที่สุด
พักที่ Hofn Apartment อพาร์ทเม้นท์ 2 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัว มีครัวพร้อมอุปกรณ์ครัว ตู้เย็น ทีวี ไม่มีอาหารเช้า พักห้องละ 2 ท่าน ( Free WiFi )








7 มีนาคม 2570 ภูเขาเวสทราฮอร์น - หมู่บ้านไวกิ้ง - เมืองฮอล์ฟ
เช้าวันนี้นำท่านเดินทางทางไปถ่ายภาพที่ภูเขาเวสทราฮอร์น เป็นหนึ่งในภูเขาที่ช่างภาพมืออาชีพต่างยกย่องให้เป็น ภูเขาสวยที่สุดในโลก ทั้งภูเขาเป็นหินลาวาอายุหลายสิบล้านปี ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวริมฝั่งทะเล มีหาดทรายดำสนิทอยู่เบื้องหน้า
จากนั้นนำท่านเดินไปชมหมู่บ้านไวกิ้ง ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อถ่ายทำภาพยนต์ Viking อันโด่งดัง โดยจำลองมาจากหมู่บ้านจริงในอดีต มีกำแพงสูงโดยรอบ
ค่ำ หากสภาพอากาศดีและแสงเหนือแรงพอ จะมีโอกาสชมแสงเหนือ โดยเลือกจุดที่เหมาะสมและท้องฟ้าเปิดมากที่สุด
พักที่ Hofn Apartment อพาร์ทเม้นท์ 2 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัว มีครัวพร้อมอุปกรณ์ครัว ตู้เย็น ทีวี ไม่มีอาหารเช้า พักห้องละ 2 ท่าน ( Free WiFi )



8 มีนาคม 2570 : อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล - ไอซ์แลนด์แกรนด์แคนยอน - เมืองวิก
เช้าวันนี้ เดินทางกลับทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล ระหว่างทางแวะจุดชมวิวเพื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ของกลาเซียร์ที่งดงามตระการตาอีกครั้ง และแวะชมโบสถ์เก่าแก่อายุหลายร้อยปี มีผนังเป็นก้อนหินภูเขาไฟ และหลังคาหญ้า เป็นการสร้างบ้านแบบโบราณเหมือนกับการสร้างบ้านของไวกิ้งที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ไอซ์แลนด์เมื่อหนึ่งพันปีก่อน
นำท่านเดินทางไปชมและถ่ายภาพสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่งอีกอย่างของไอซ์แลนด์ นั่นคือ ไอซ์แลนด์แกรนด์แคนยอน มีลักษณะเป็นหุบเหวลึก มองเห็นสายน้ำของลำธารที่อยู่ลึกลงไป สามารถถ่ายภาพได้ตั้งแต่ด้านล่างจนถึงด้านบนซึ่งทิวทัศน์งดงามคุ้มค่ากับการออกแรงเดินมากทีเดียว
เย็น เดินทางถึงเมืองวิก อิสระช้อปปิ้งที่ไอซ์แวร์ชอบ มีสินค้าที่ระลึก เสื้อผ้าอุปกรณ์กันหนาว ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ตครบครันในที่เดียวกัน
ค่ำ หากสภาพอากาศดีและแสงเหนือแรงพอ จะมีโอกาสชมแสงเหนือ โดยเลือกจุดที่เหมาะสมและท้องฟ้าเปิดมากที่สุด
พักที่ Vík Apartments หรือเทียบเท่า มีห้องน้ำในตัว ห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ครัว พื้นที่ทานอาหาร ตู้เย็น พักห้องละ 2 ท่าน ( ฟรี WiFi ในห้องพัก )



9 มีนาคม 2570 : พิพิธภัณฑ์สโคกา - เซลฟอสส์
เช้า เดินทางต่อไปยังสโคกา แวะเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สโคกา จัดแสดงประวัติความเป็นมาของประเทศไอซ์แลนด์ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นการสร้างประเทศ การตัดถนน ชีวิตความเป็นอยู่ พร้อมทั้งส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เป็นบ้านไวกิ้งแบบโบราณที่เป็นหลังคาหญ้า สามารถเดินเข้าไปชมได้ทุกหลัง รวมทั้งฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงเรียน โบสถ์ อายุนับร้อยปี ย้ายมาจากสถานที่จริง จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองเซลฟอสส์
ค่ำ หากสภาพอากาศดีและแสงเหนือแรงพอ จะมีโอกาสชมแสงเหนือ โดยเลือกจุดที่เหมาะสมและท้องฟ้าเปิดมากที่สุด
พักที่ Selfoss Hotel หรือเทียบเท่า มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน หรือเทียบเท่า ( Free WiFi )



10 มีนาคม 2570 : ภูเขาไฟเเคิร์ธ - เพอร์แลน - บลูลากูน
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปชมปากปล่องภูเขาไฟเเคิร์ธ ปากปล่องมีความลึก 55 เมตร กว้าง 270 เมตร มีอายุกว่า 3000 ปี สามารถ เดินขึ้นไปบนปากปล่องด้านบนได้ในระยะทางสั้นๆ เพียง 5 นาทีจากลานจอดรถ ถ่ายภาพทิวทัศน์อันน่ามหัศจรรย์ สามารถเดินเล่ม รอบปากปล่องภูเขาไฟเป็นวงกลมได้ใช้เวลาประมาณ 20 นาที และมีสะพานเดินลงไปชมทะเลสาบในปล่องทางด้านล่างได้อย่างใกล้ชิด ในฤดูหนาวสภาพอากาศที่หนาวจัดทำให้น้ำในทะเลสาบกลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง หากหนาเพียงพอจะลงไปเดินเล่นและถ่ายภาพที่ผิวน้ำแข็งได้
จากนั้นไปชม เพอร์แลน ในภาษาไอซ์แลนด์ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า The Pearl ที่แปลว่าอ่าว ออกแบบโดยสถาปนิก นายอิงกิมูนดูร์ มี ความสูงเฉพาะตัวอาคารจากพื้นดิน 25.7 เมตร เป็นอาคารขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายลูกโลก ตั้งอยู่บนฐานขนาดใหญ่ 4 ฐาน มีพื้นที่ ประมาณ 10,000 ตารางเมตร ภายในมี ร้านอาหาร ร้านไอซ์ครีม ชั้นบนมีจุดชมวิวที่สามารถดินได้รอบเป็นวงกลมคล้ายดาดฟ้าเรือ มองเห็นเมือง เรคยาวิกได้อย่างชัดเจน
เย็น เดินทางไปบลูลากูน สปาน้ำร้อนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก หากไม่ได้มาบลู ลากูน เท่ากับว่ายังมาไม่ถึงไอซ์แลนด์ บลู ลากูนอยู่ในแอ่งลาวาห่างจากสนามบินนานาชาติเรคยาวิกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งแอ่งน้ำร้อนหรือลากูนเป็นผลพลอยได้จากเครื่องกังหันผลิตกระแสไฟฟ้าที่อยู่ติดกัน โดยใช้พลังงานไอน้ำร้อนจากใต้ดินมาปั่นกระแสไฟฟ้า น้ำร้อนที่ผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าสู่ทะเลสาบโดยอุณหภูมิจะลดลงกลายเป็นน้ำอุ่นที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุเชื่อว่าสามารถรักษาโรคผิวหนังได้ โดยอุณหภูมิของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส มีระบบการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม กำหนดให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่ต้องการลงไปแช่น้ำร้อนต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้เรียบร้อยก่อนลงแช่น้ำร้อน ภายในมีร้านอาหาร เครื่องดื่มและร้านขายสินค้านานาชนิด เปิดให้บริการตลอดทั้งปี
พักที่ Aurora Hotel at Reykjavik-Keflavik Airport มีห้องน้ำในตัว พักห้องละ 2 ท่าน หรือเทียบเท่า ( Free WiFi


11 มีนาคม 2570
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปเช็กอินสนามบิน
07.35 ออกเดินทางโดยสายการบินไอซ์แลนด์แอร์ เที่ยวบิน FI306
11.45 เดินทางถึงสต็อกโฮล์มออลันดา ARN
13.00 ออกเดินทางต่อโดยการบินไทย เที่ยวบิน TG961
12 มีนาคม 2570 : กรุงเทพฯ
05.45 เดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานคร สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมภาพประทับใจที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน
*** แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถกำหนดแน่นอนได้ การชมแสงเหนือในทุกคืนจะเลือกจุดดูที่ดีที่สุด อาจจะ เปลี่ยนแปลงสถานที่และเวลาจากที่กำหนดเอาไว้ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการชมแสงเหนือมากที่สุดในทุกๆ คืน สำหรับโรงแรม ที่พัก นอกเมืองจะอยู่ในทำเลที่มองเห็นแสงเหนือได้ดี ยกเว้นหากท้องฟ้าปิด หรือแสงเหนืออ่อน ทำให้ไม่มีโอกาสเห็นแสงเหนือก็จะงดกิจกรรมดูแสงเหนือตอนกลางคืน