top of page

มองโกเลีย
2-15 สิงหาคม 2567 ( 14 วัน 12 คืน )

...
ทัวร์ดินแดนมองโกเลีย อณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกใบนี้ ตามรอยตำนานเจงกิสข่าน ชมเทศกาลนาดัม ระบำหน้ากาก แข่งกีฬาพื้นเมือง ยิงธนู มวยปล้ำ และขี่ม้า ทะเลทรายโกบีสุดอลังการ วิถีชีวิตแบบโบราณชนเผ่ามองโกล ผาหินหลากสี พักโรงแรม 4 ดาว และกระโจมมองโกล ถ่ายภาพกันเต็มอิ่ม ครบจบในทริปเดียว 14 วัน 12 คืน นำโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร
1600_MONG7685.jpg
IMG_1731.jpg

ค่าใช้จ่ายท่านละ 125,000 บาท ( สมาชิกเก่าลดท่านละ 3,000 บาท , ตั๋วชั้นธุรกิจเพิ่มประมาณ 85,000 บาท ตรวจสอบราคา ณ วันออกตั๋วอีกครั้ง  )

มัดจำเมื่อจองทัวร์ ท่านละ 60,000 บาท ส่วนที่เหลือ 65,000 บาท ชำระภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567

 

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อน 1 พฤษภาคม 2567 หักค่าใช้จ่ายบางส่วนตามจริง

  • ยกเลิกหลัง 1 พฤษภาคม หักค่าใช้จ่าย 30%

  • ยกเลิกหลัง 1 มิถุนายน 2567 หักค่าใช้จ่าย 50%

  • ยกเลิกหลัง 1 กรกฎาคม 2567 ไม่คืนเงินทุกกรณี

ค่าใช้จ่ายรวม

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ กรุงเทพ - อูลานบาตอร์ ชั้นประหยัด

  • ค่าพาหนะเดินทางตามโปรแกรม

  • ค่าโรงแรม และที่พักแบบกระโจมมองโกล พักห้องละ 2 ท่าน  

  • ค่าอาหารทุกมื้อ (ยกเว้นอาหารค่ำ 3, 4 สิงหาคม)

  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ และกิจกรรมทัวร์ตามระบุในโปรแกรม

 

ค่าใช้จ่ายไม่รวม

  • ค่าอาหารค่ำคืนวันที่ 3 และ 4 สิงหาคม

  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ

  • ค่าทิปต่างๆ (ถ้ามี)

  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในโปรแกรม

วีซ่า

  • ประเทศมองโกเลีย คนไทยถือพาสปอร์ตไทย ไม่ต้องขอวีซ่า

กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเดินทางใบใหญ่โหลดใต้เครื่อง น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม ท่านละ 1 ใบ และกระเป๋าถือขึ้นเครื่องไม่เกิน 7 กิโลกรัม 1 ใบ


โปรแกรมทัวร์โดยสรุป

2 สิงหาคม 2567 เดินทางถึงสนามบินเจงกัสข่าน พักที่โรงแรม

3-4 สิงหาคม 2567 เทศกาล Danshig Naadam 
5 สิงหาคม 2567  ปราสาทหิน Bagazarin Chuluu

6 สิงหาคม 2567  ทะเลทรายโกบี; เนินทรายมอลต์ซ็อก

7 สิงหาคม 2567  Tsagaan Tsuvarga (Stupas or White Pagodas)

8 สิงหาคม 2567  Gobi Desert: เนินทะเลทรายมองโกเลีย ขี่อูฐท่องทะเลทราย

9 สิงหาคม 2567  ทะเลทรายโกบี Ruins of Ongi Temple

10 สิงหาคม 2567 คาราโกรัม

11 สิงหาคม 2567  Orkhon Valley-Tsenkher Hot Springs

12 สิงหาคม 2567  Orkhon Valley-Turkish Memorials-Lake Ugii

13 สิงหาคม 2567  Hustain Nuruu Wild Horses National Park

14 สิงหาคม 2567  ซิตี้ทัวร์ Ulaanbaatar

15 สิงหาคม 2567  เดินทางกลับประเทศไทย

Mongo_02053.jpg

กำหนดการ

 

2 สิงหาคม 2567  กรุงเทพฯ – อูลานบาตอร์ ( มองโกเลีย )

08.00 พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ   

11.00 ออกเดินทางโดยสายการบินสายการบินคาเธ่แปซิฟิก เที่ยวบิน OM 5638

15.00 เดินทางถึงสนามบินฮ่องกง รอเแปลี่ยนเครื่อง 3.30 ชั่วโมง

18.30 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน OM 2972 ( โดยมองโกเลียนแอร์ไลน์ )

23.10 ถึงสนามบินเจงกีสข่าน เมืองอูลานบาตอร์ ( มองโกเลีย )

  อูลานบาตอร์ เป็นเมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในมองโกเลีย และยังเป็นเมืองหลวงที่หนาวที่สุดในโลกอีกด้วย นครอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1639 ในฐานะศูนย์คณะสงฆ์พุทธร่อนเร่ที่เปลี่ยนที่อยู่ 28 ครั้ง ก่อนตั้งถาวรในสถานที่ปัจจุบันเมื่อ ค.ศ. 1778 ด้วยจำนวนประชากรมากกว่า 1.5 ล้านคน เป็นประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ และเนื่องจากเป็นเอกนครของประเทศ ทำให้นครนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และการเงิน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางเครือข่ายการขนส่งของมองโกเลียที่เชื่อมด้วยระบบรางทั้งทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียในรัสเซียกับทางรถไฟสายของจีน

  อูลานบาตาร์ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 1,350 เมตร ทางตะวันออกเล็กน้อยของใจกลางมองโกเลีย ริมแม่น้ำตูล ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาย่อยของแม่น้ำเซเลงกาในหุบเขาที่ตีนเขา Bogd Khan Uul

พักที่ Ramada by Wyndham Ulaanbaatar ( 4 ดาว ) พักห้องละ 2 ท่าน  

Screenshot 2567-02-13 at 20.34.24.jpg
m911.jpg
Hero-In-Season-1.jpg

3-4 สิงหาคม 2567 อูลานบาตอร์ - เทศกาลนาดัม  ( ไม่รวมอาหารค่ำ , นำท่านไปทานที่ร้านอาหาร )

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านเดินทางไปยัง Khui Doloon Khudag ระยะทางราว 35 กิโลเมตร เพื่อชมและถ่ายภาพเทศกาล Danshig Naadam จัดขึ้นในสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม ที่นี่คุณสามารถชมพิธี เต้นรำ Tsam ในตำนานได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงพิธีกรรมทางพุทธศาสนาต่างๆ เทศกาล Danshig Naadam เป็นประเพณีทางพุทธศาสนาโบราณอันเก่าแก่  มีการระบำหน้ากาก Tsam อุทิศให้กับ Zanabazar ผู้นำชาวพุทธคนแรกของมองโกเลีย เรียกว่า "คูรีซัม" ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในมองโกเลียเมื่อต้นศตวรรษที่ 18 บรรดานักเต้นจะสวมหน้ากากที่มีสีสันสดใสของเหล่าเทพเจ้าและเทวดา ประหนึ่งว่าเหล่าเทพเจ้าได้เสด็จมายังแผ่นดิน หรือจัมบุทิวะในภาษาทิเบต และที่นี่คุณยังจะได้ชมกิจกรรมนาดัมเฟสติวัล เช่น มวยปล้ำมองโกเลีย การแข่งม้า และการยิงธนู เป็นเทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมองโกเลีย สัมผัสกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนที่ใดในโลก รวมถึงพิธีกรรมทางพุทธศาสนาต่างๆ ที่นี่คุณยังสามารถชม เทศกาลนาดัม  ประกอบด้วยกีฬาประจำชาติ 3 ชนิดของชาวมองโกเลียคือ มวยปล้ำมองโกเลีย การแข่งม้า และการยิงธนู 

พักที่  Ramada by Wyndham Ulaanbaatar ( 4 ดาว ) พักห้องละ 2 ท่าน  

m611.jpg

5 สิงหาคม 2567 ปราสาทหิน Bagazarin Chuluu

   หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางไปทางทิศใต้ ตื่นตาตื่นใจกับภูเขาหินแกรนิตยาว 15 กิโลเมตร และกว้าง 10 กิโลเมตร มีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นราวมกับปราสาทหินที่ถูกกัดเซาะด้วยลมและฝนมายาวนาน รูปร่างแปลกตามากมาย เส้นทางเดินราวกับเขาวงกต แต่ก็อนุญาตให้เดินเที่ยวชมได้เพียงบางส่วนเพื่อความปลอดภัย สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง 168 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และคุณจะได้เห็นซากปรักหักพังของวัดซัมคูคเบิด สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 โดยใช้หินที่ขนส่งมาจากระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร

  ที่พักแบบกระโจมมองโกเลีย หรือ Ger พักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำรวมอยู่ด้านนอกแยกอาคารชายและหญิง

m112.jpg

6 สิงหาคม 2567  Tsagaan Tsuvarga White Stupas

  หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางไปยัง Tsagaan Tsuvarga White Stupas ระยะทางประมาณ 280 กิโลเมตร ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง เป็นพื้นที่ทางใต้ของทะเลทรายโกบี เป็นหินทรายที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ธรรมชาติในอดีตราว 10 ล้านปีก่อน บริเวณหน้าผานี้เคยอยู่จมอยู่ใต้น้ำทะเลมาก่อน เมื่อเวลาผ่านไปน้ำทะเลเหือดแห้งลง เกิดการกัดเซาะจากลม ฝน จนมีรูปทรง สีสันและลวดลายสุดอลังการอย่างที่เห็นในปัจจุบัน มีความสูง 30-60 เมตร และยาวประมาณ 400 เมตร สามารถเดินเที่ยวและถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด

    ที่พักแบบกระโจมมองโกเลีย หรือ Ger พักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำรวมอยู่ด้านนอกแยกอาคารชายและหญิง

m111.jpg

7 สิงหาคม 2567  Gobi Gurvansaikhan National Park

  หลังอาหารเช้า เดินทางสู่อุทยานแห่งชาติโกบี กูร์วานไซคาน ก่อตั้ง ขึ้นในปี 1993 และขยายเป็นขนาดปัจจุบันในปี 2000 นี่คืออุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในมองโกเลีย มีชื่อเสียงในด้านแหล่งที่อยู่อาศัยของนกที่อุดมสมบูรณ์ เที่ยวชม Yolin Canyon หรือที่รู้จักกันทั่วไปใน ชื่อ Vulture's Gorge เดิมก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นเขตอนุรักษ์นก ต่อมาด้วยความสวยงามอันน่าทึ่ง และการเดินเทรลที่ยอดเยี่ยม Yolin Canyon จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักของโกบี นำท่านเดินเที่ยวชมภูมิประเทศอันน่าทึ่ง มีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ จัดแสดงไข่ไดโนเสาร์ สัตว์สต๊าฟท์นก และเสือดาวหิมะ ซึ่งมองโกเลียเป็นถิ่นอาศัยหลักของเสือดาวหิมะถึงหนึ่งในสามที่พบบนโลก และยังพบฟอสซิลของไดโนเสาร์มากที่สุดในโลกอีกด้วย

  ที่พักแบบกระโจมมองโกเลีย หรือ Ger พักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำรวมอยู่ด้านนอกแยกอาคารชายและหญิง

m115.jpg
m113.jpg

8 สิงหาคม 2567  Gobi Desert ทะเลทรายมองโกเลีย ขี่อูฐท่องทะเลทราย

  หลังอาหารเช้า นำท่านไปยังเนินทรายมอลต์ซ็อก เที่ยวชมและเดินขึ้นเนินทรายอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา  เยี่ยมชมวิถีชีวิตของชาวมองโกลที่แท้จริง ซึ่งเป็นชีวิตแบบเร่ร่อน อาชีพเลี้ยงสัตว์ อาศัยอยู่ในบ้านที่เป็นกระโจมเรียกว่า เกอร์ สามารถรื้อถอนเพื่อย้ายที่อยู่ได้ง่าย ภายในบุด้วยหนังสัตว์และหุ้มด้วยผ้าใบกันฝน ลมและหิมะในฤดูหนาว นำท่านขี่อูฐแบบสองหนอก ซึ่งเป็นอูฐเฉพาะถิ่นของมองโกเลีย 

   บ่ายเดินทางไปชม Bayanzag หรือหน้าผาเพลิงในทะเลทรายโกบี มีหน้าผาชื่อ Flaming Cliffs ซึ่ง Roy Chapman Andrews นักชีววิทยาชาวอเมริกันและเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในนิวยอร์กได้มาสำรวจ และพบไข่ไดโนเสาร์ขนาด 4-6 นิ้วที่นี่เป็นครั้งแรกในปี 1922 ช่วงเย็นรอชมและถ่ายภาพแสงสียามพระอาทิตย์ตก ทำให้ผาหินสีแดงฉากเป็นที่มาของชื่อ "หน้าผาเพลิง" ในตำนาน และเกิดปรากฏการณ์นี้อีกครั้งในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น

  ที่พักบบกระโจมมองโกเลีย หรือ Ger พักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำรวมอยู่ด้านนอกแยกอาคารชายและหญิง

m221.jpg

9 สิงหาคม 2567  Ruins of Ongi Temple

  หลังอาหารเช้า เราจะเดินทางไกลอีกครั้ง เพื่อขึ้นไปทางเหนือ นำท่านชมวัด Ongi ซึ่งเป็นอารามเพียงแห่งเดียวในศตวรรษที่ 17 ตั้งอยู่ใจกลางทะเลทราย Ongiin khiid เป็นอารามเล็กๆ ที่ยังใช้งานอยู่ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นอารามที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในมองโกเลีย ก่อตั้งในปี 1760 ที่พักในคืนนี้มีบริการนวดเพื่อสุขภาพและผ่อนคลาย ให้ท่านได้ใช้บริการโดยชำระเงินให้กับที่พักโดยตรง

  ที่พักบบกระโจมมองโกเลีย หรือ Ger พักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำรวมอยู่ด้านนอกแยกอาคารชายและหญิง

m313.jpg

10 สิงหาคม 2567 คาราโกรัม

  ในวันนี้เราจะเดินทางสู่คาราโกรัม ในมองโกเลียตอนกลาง ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงของเจงกิส ข่านในศตวรรษที่ 13 และเป็นศูนย์กลาง ของจักรวรรดิมองโกเลียอันยิ่งใหญ่และหุบเขาแม่น้ำโอคอน แหล่งกำเนิดของอารยธรรมมองโกเลีย ดินแดนแห่งนี้ มาร์โค โปโล ผู้ที่เคยมาเยือน ได้เขียนบรรยายถึงอาคารอันวิจิตรงดงาม รวมถึงพระราชวังแห่งความสงบสุขขนาด 2,500 ตารางเมตร

  ที่พักแบบกระโจมมองโกเลีย หรือ Ger พักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำรวมอยู่ด้านนอกแยกอาคารชายและหญิง

m333.jpg
m441.jpg

11 สิงหาคม 2567  Orkhon Valley - Tsenkher Hot Springs

  เช้าวันนี้นำท่านไปเที่ยวชมอนุสาวรีย์รัฐมองโกลซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นเมืองการาโครัม (คาร์โคริน) ริม ฝั่งแม่น้ำออร์คอน สร้างขึ้นในปี 2004 อนุสาวรีย์นี้ประกอบด้วยกองหินขนาดใหญ่ประกอบเข้าด้วยกันเป็นรูปกรวย มีเสาเก้าต้นยื่นออกมาจากด้านบน ล้อมรอบด้วยกำแพงสามด้าน มีภาพโมเสกสีสันสดใสสามภาพซึ่งแสดงถึงประวัติความเป็นมาของชนชาติมองโกลจากอดีตถึงปัจจุบัน

  แผนที่แรกแสดงจุดเริ่มต้นมาจาก จักรวรรดิซยงหนู ซึ่งเป็นสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อนที่อาศัยอยู่บนที่ราบกว้างใหญ่ ตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสต์ศักราช จนกระทั่งคริสต์ศตวรรษ ที่ 1 

  แผนที่อันที่สองแสดงจักรวรรดิตุรกีคากานาเตะ ก่อตั้งโดย Göktürks ในปี 682 และคงอยู่เพียงเท่านั้นจนถึงปี 744

  แผนที่อันที่สาม เจงกีสข่าน สถาปนาจักรวรรดิมองโกลขึ้นในคริสต์ศตวรรษ ที่ 13 และ 14

  อนุสาวรีย์แผนที่จักรวรรดิมองโกล ตั้งอยู่ใน Kharkhorin เนื่องจากเมืองนี้ (ในตอนนั้นเรียกว่า Karakorum) เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิ มองโกล ภายใต้ผู้สืบทอดของเจงกีสข่าน Ogedei Khan และยังเป็นจุดชมวิวที่ดีเยี่ยมในการมองออกไปเห็นเมืองคาร์คอรินและแม่น้ำออร์คอน เราจะไปเยี่ยมชมอาราม Erdene zuu อนุสาวรีย์เต่า และพิพิธภัณฑ์ Karakorum เพื่อชมโบราณวัตถุของเมืองหลวงโบราณ ของจักรวรรดิมองโกล วัดพุทธ Erdene Zuu ซึ่งมีสถูป 108 องค์ และลามาอาราม แห่งแรก (ศตวรรษที่ 16) เป็นสถานที่ทางศาสนาที่สำคัญที่สุด โดยมีกำแพง สถูป และวัด ครอบคลุมพื้นที่ 400 ตารางเมตร หลังจากผ่านไป 40 ปี 'กุบไลข่าน' (หลานชายของเจงกีสข่าน) ได้ย้ายเมืองหลวงของจักรวรรดิไปที่ปักกิ่ง (ราชวงศ์ปักกิ่ง-หยวน) ในปี 1930 การกวาดล้างของพวกสตาลินได้ทำลายวัดส่วนใหญ่ และลามะก็ถูกเนรเทศไปตายในไซบีเรีย จากวัดมากกว่าร้อยแห่ง มีเพียงสามแห่งเท่านั้นที่รอดพ้นมาได้ และยังคงเป็นร่องรอยทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นที่สุดของมองโกเลีย 

   จากนั้นนำท่านเดินทางไปชมน้ำพุร้อน Tsenkher ตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขา Khangai น้ำพุร้อนเหล่านี้เป็นน้ำพุกำมะถัน นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับสปากลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ โดยมีคุณสมบัติในการบำบัดโรค ถนอมผิว และผ่อนคลาย ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง และในบริเวณนี้มีครอบครัวของชาวมองโกลเผ่าเร่ร่อน มีสัตว์เลี้ยงเป็นฝูงม้า จามรี แกะ วัว ฯลฯ 

  ที่พักแบบกระโจมมองโกเลีย หรือ Ger พักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำรวมอยู่ด้านนอกแยกอาคารชายและหญิง

m511.jpg
m512.jpg

12 สิงหาคม 2567  Orkhon Valley-Turkish Memorials-Lake Ugii

  หลังอาหารเช้า นำท่านเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ Gokhturk ใน Khoshoo Tsaidam เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าชายตุรกี จากต้นศตวรรษที่ 8 มีคำจารึกเขียนด้วยอักษรเตอร์กโบราณ สถานที่แห่งนี้ค้นพบและถอดรหัสโดยนักโบราณคดีชาวรัสเซียในปี พ.ศ. 2432-2436 

   จากนั้น ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบ Ugii เป็นสถานที่อาศัยของ หงส์ ห่าน นกกระเรียน เป็ด นกกระสา และนกชนิดอื่นๆ อีกมากมายตลอดฤดูร้อน รวมแล้วกว่า 200 ชนิด สามารถชมและถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชนิด ทะเลสาบ Ugii ตั้งอยู่ในจังหวัด Uvurkhangai นกที่โดดเด่นและหายากคือ นกกระเรียนคอขาว (Grus vipio) , ห่านหงส์ (Anser cygnoides) , นกอีแร้ง (Otis tarda) , เป็ด (Oxyura leucocephala) ,นกกระเรียน (Grus Grus), นกกระเรียน Demoiselle (Anthropoides virgo), นกกระสาดำ (Ciconia nigra) นอกจากนี้ยังมีภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยหุบเขาอันสวยงาม มีฝูงแกะ ม้า วัว และจามรีเล็มหญ้า งดงามราวกับภาพวาดเลยทีเดียว

  ที่พักแบบกระโจมมองโกเลีย หรือ Ger พักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำรวมอยู่ด้านนอกแยกอาคารชายและหญิง

*ควรมีกล้องส่องทางไกลเพื่อสำรวจนกและสัตว์ป่าได้อย่างใกล้ชิด

Tahki.jpg

13 สิงหาคม 2567  Hustain Nuruu Wild Horses National Park

   นำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติ Hustain Nuruu Takhi ที่นี่เป็นบ้านของม้าป่าสายพันธุ์สุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลก โดยในปี 1878 นักภูมิศาสตร์และนักธรรมชาติวิทยา ชาวรัสเซียที่เกิดในโปแลนด์ ชื่อ Nikolai Mikhailovich Przewaslki ได้พบม้าป่าสายพันธุ์ ใหม่ในมองโกเลีย เป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่า Takhi และนำลูกม้าหลายตัวไปไว้ที่สวนสัตว์ในยุโรป ต่อมาในปี 1975 ชาวดัตช์ Ian Bouman และภรรยาของเขา และหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้าร่วมได้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์และคุ้มครองม้า Przewalski (FPPPH) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วย Tahki จากการสูญพันธุ์ด้วยการปรับสภาพให้ชินกับ สภาพแวดล้อมภายในสวนสัตว์ที่มีสภาพเป็นทุ่งหญ้าโล่งเพื่อปล่อยสู่ธรรมชาติในภายหลัง 

  ในปี 1992 FPPPH ได้นำม้าป่า 15 ตัวแรกไปยังพื้นที่ Hustain Nuruu ในมองโกเลีย เป็นการนำม้าเหล่านั้นกลับคืนสู่ถิ่นที่อยู่เดิม ปัจจุบันประชากรทากีในอุทยานแห่งชาติ Hustai Nuruu มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 220 ตัว

  ที่พักแบบกระโจมมองโกเลีย หรือ Ger พักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำรวมอยู่ด้านนอกแยกอาคารชายและหญิง

*ควรมีกล้องส่องทางไกลเพื่อสำรวจนกและสัตว์ป่าได้อย่างใกล้ชิด

m603.jpg
m601.jpg
Mongo_04109.jpg

14 สิงหาคม 2567 อูลานบาตอร์ -  พิพิธภัณฑ์ฟอสซิลไดโนเสาร์ - อนุสาวรีย์เจงกีสข่าน - พิพิธภัณฑ์เจงกีสข่าน

  หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางกลับเมืองหลวงอูลานบาตอร์ ไปชมพิพิธภัณฑ์ฟอสซิลไดโนเสาร์ ที่โดดเด่นคือ Tarbosaurus bataar อัลตราไวโอเลตสูง 4 เมตร หนัก 3 ตัน (ลูกพี่ลูกน้องของ Tyrannosaurus rex) และซอโรโลฟัสที่เล็กกว่า และไฮไลท์คือ Tarbosaurus bataar ที่เคยกลายเป็นข่าวพาดหัวไปต่างประเทศในปี 2012 เนื่องจากขายได้ในราคามากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐในการประมูลที่เท็กซัส รัฐบาลมองโกเลียประท้วง ว่าฟอสซิลดังกล่าวถูกขโมยออกจากมองโกเลียอย่างผิดกฎหมายและเรียกร้องให้ส่งคืน การต่อสู้ทางกฎหมายสิ้นสุดลงเมื่อผู้พิพากษาสหรัฐฯ ตัดสินเห็นชอบกับมองโกเลีย Nicolas Cage สั่งให้คืนกะโหลกไดโนเสาร์หายากให้กับรัฐบาลมองโกเลีย นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ซื้อกะโหลก Tyrannosaurus bataar ในปี โดยไม่รู้ว่ามันถูกขโมยไป เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเขายินยอมโดยสมัครใจที่ จะส่งมอบกะโหลกศีรษะหลังทราบสถานการณ์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังรวมตัวอย่าง Velociraptor และ Protoceratops และรังของไข่ Oviraptor อีกด้วย

  จากนั้นนำท่านไปเที่ยวชมรูปปั้นขนาดใหญ่ของเจงกีสข่าน ซึ่งเปิดตัวในปี 2549 เนื่องในโอกาสครบรอบ 800 ปี จักรวรรดิมองโกเลียอันยิ่งใหญ่แห่งเจงกีสข่าน และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ "เจงกีสข่าน" ซึ่งเปิดให้บริการในวันที่ 11 ตุลาคม 2565 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการออกแบบเพื่อแสดงประวัติ ความเป็นมาของกษัตริย์มองโกลตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าฮุนนู โมดุน ชานยู จนกระทั่ง การสละราชสมบัติของ Jebtsundamba  

  พักที่  Ramada by Wyndham Ulaanbaatar ( 4 ดาว ) พักห้องละ 2 ท่าน  

15 สิงหาคม 2567  อูลานบาตอร์ - กรุเทพฯ

04.00 เดินทางไปเช็กอินสนามบินเจงกีสข่าน

06.20 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน OM 297

10.55 เดินทางถึงฮ่องกง

14.25 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน OM 5637

16.30 เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

bottom of page