
-
ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์ ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113
-
บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150
-
แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line คลิกที่นี่
-
ติดตามข้อมูลข่าวสารทาง line ได้ที่ @thailandphototours
ทัวร์ปาตาโกเนีย ใบไม้เปลี่ยนสี
อาร์เจนตินา + ชิลี 15 วัน ( 11 คืน )
1-15 เมษายน 2570 ( ว่าง 2 ที่ )


ขอเชิญร่วมเดินทางไปสำรวจดินแดนอันไกลโพ้น ใต้สุดของขอบคุณครับโลกนามว่า "ปาตาโกเนีย" ดินแดนที่งดงามอย่างน่าอัศจรรย์ ในแนวเทือกเขาแอนดีสที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในโลก ยาวเหยียดกว่า 8,000 กิโลเมตร เป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก มีทิวทัศน์ที่สวยงามอลังการ และมีกลาเซียร์หรือธารน้ำแข็งใหญ่เป็นอันดับสามของโลก รองจากแอนตาร์กติกา และกรีนแลนด์ ในทริปนี้จะเดินทางในสองประเทศคือ อาร์เจนตินา และชิลี คนไทยที่ถือพาสปอร์ตไทยไม่ต้องขอวีซ่า ชมกลาเซ๊ยร์ธารน้ำแข็งที่กว้างใหญ่ ล่องเรือชมธารน้ำแข็งโบราณอย่างใกล้ชิด ชมทิวทัศน์เทือกเขาสูงและธารน้ำตกที่แวดแล้มไปด้วยป่าเปลี่ยนสีในเดือนเมษายน สำรวจธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจอย่างใกล้ชิด นำทริปและถ่ายภาพให้สมาชิกโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร เดินทางสะดวกสบายด้วยรถมินิบัส 16 ที่นั่งแบบหลังคาสูง รับสมาชิกเพียง 12 ท่านเท่านั้น ( กรุ๊ปนี้เดินเที่ยวปกติ ไม่เดินเขาระยะไกล หรือ Trekking )
*** ไฮไลท์ของทริปปาตาโกเนีย ( อาร์เจนตินา + ชิลี ) ***
-
ล่องเรือชมกลาเซียร์ Viedma Glacier
-
ล่องเรืออุทยานแห่งชาติ Parque Nacional Los Glaciares ( เต็มวัน )
-
ล่องเรือทะเลสาบ Grey
-
เมือง El Calafate
-
เมือง El Chalten
-
น้ำตก Salto El Chorrillo
-
ภูเขา Fitz Roy
-
ทะเลสาบ Laguna del Desierto
-
ธารน้ำแข็ง Glaciar Huemul
-
ธารน้ำแข็ง เปริโต โมเรโน
-
อุทยานแห่งชาติ Torres Del Paine (ชิลี)
-
น้ำตก Cascada Rio Paine
-
ทะเลสาบ Lago Sarmiento
-
ยอดเขา Mirador Cóndor
-
ธารน้ำแข็ง Glacier Grey
-
น้ำตก Cascada del Salto Grande
-
จุดชมวิว Mirador Cuernos
-
ทะเลสาบ Lago Skottsberg
และวิวธรรมชาติ ชีวิตสัตว์ป่า และอื่นๆ อีกมากมายตลอดการเดินทาง


เดินทางด้วยรถ Benz Sprinter 16 ที่นั้่ง (หลังคาสูง) กระเป๋าใบใหญ่ 29 นิ้ว
ค่าทัวร์ ท่านละ 196,000 บาท ( สมาชิกเก่า ลด 3,000 บาท, รับสมาชิกเพียง 12 ท่านเท่านั้น ) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทางด้านล่าง
มัดจำทริป 60,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระภายในวันที่ 1 ธันราคม 2569
แบบฟอร์มจองทัวร์ ( ต้องกรอกทุกท่าน )
วีซ่า : คนไทยถือพาสปอร์ตไทย ไม่ต้องขอวีซ่า
การยกเลิกทริป :
ยกเลิกก่อน 1 ธันวาคม 2569 คืนมัดจำเต็มจำนวน
ยกเลิกก่อน 1 มกราคม 2570 หักค่าใช้จ่าย 50% ของค่าทัวร์
ยกเลิกหลัง 1 กุมภาพันธ์ หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
ค่าใช้จ่ายรวม
1. ค่ารถมินิบัส 16 ที่นั่ง Benz Sprinter หลังคาสูง นำเที่ยวตลอดทริป ( มีคนขับรถท้องถิ่น )
2. หัวหน้าทัวร์ไทย อ.ประสิทธิ์ จันเสรีกร ถ่ายภาพให้สมาชิกฟรี
3. ค่าที่พักโรงแรม 11 คืน ( โรงแรมมีอาหารเช้า )
4. ค่าล่องเรือชมกลาเซียร์ 3 แห่ง ตามโปรแกรม
5. ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ และสถานที่ทุกแห่งตามโปรแกรม
6. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 3,000,000 บาท
ค่าใช้จ่ายไม่รวม
1. ไม่รวมค่าอาหารกลางวันและค่ำ ทานได้ที่ร้านอาหารของโรงแรม ร้านอาหารในตัวเมือง และร้านอาหารระหว่างเดินทาง
2. ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินทุกเที่ยวบิน Bangkok - El Calafate ( แนะนำสายการบิน ตามระบุในรายการทัวร์ กรุณาออกตั๋วหลังจากทัวร์คอนเฟิร์มการเดินทางแล้ว ค่าตั๋วชั้นประหยัด กรุงเทพฯ - บัวโนสไอเรส + บัวโนสไอเรส - เอล กาลาฟาเต ประมาณ 80,000 บาท )
3. ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในรายการทัวร์
พาหนะการเดินทาง : รถมินิบัส Benz Sprinter 16 ที่นั่ง ( สมาชิก 12 ท่าน + หัวหน้าทัวร์ 1 ท่าน )
กระเป๋าเดินทาง : ใบใหญ่ 29 นิ้ว + กระเป๋าลากขึ้นเครื่อง 22 นิ้ว
สภาพอากาศ : เดือนเมษายน เป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อุณหภูมิประมาณ 2-10 องศา ควรเตรียมเสื้อผ้า อุปกรณ์กันหนาว และกันฝนให้พร้อม
เที่ยวบิน : หลังจากจองทัวร์ และยืนยันการเดินทางแล้ว จะตั้งกลุ่มไลน์เพื่อแจ้งรายละเอียดอัพเดทต่างๆ รวมทั้งการจองตั๋วเครื่องบิน




กำหนดการ ( สถานที่เที่ยวทุกแห่งอาจสลับปรับเปลี่ยนได้ขึ้นกับสภาพอากาศ )
1 เมษายน 2570 กรุงเทพฯ
22.00 สมาชิกพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเช็กอิน รับแทกชื่อติดกระเป๋า และเอกสารรายการทัวร์
2 เมษายน 2570 ดูไบ - บัวโนสไอเรส
01.15 ออกเดินทางเที่ยวบิน EK385 สายการบิน เอมิเรตส์แอร์ไลน์
04.45 เดินทางถึงสนามบินดูไบ DXB
08.05 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK247 ( แวะพักที่ Rio de Janeiro 1.35 ชั่วโมง ไม่ลงจากเครื่อง )
21.05 เดินทางถึงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ( กรณีบินสายการบินอื่น ต้องมาถึงสนามบินบัวโนสไอเรส EZE ก่อน 21.00 เพื่อรอคณะเดินทางไปโรงแรมเช็กอินพร้อมกัน )
พักโรงแรม Holiday Inn Express Puerto Madero
3 เมษายน 2570 เอล กาลาฟาเต
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปสนามบินในประเทศ
08.20 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน AR1844 (ใช้เวลาบิน 3.20 ชั่วโมง)
11.40 เดินทางถึงเมืองเอลกาลาฟาเต ประเทศอาร์เจนตินา นำท่านชมวิวเทือกเขาแอนดิสริมทะเลสาบอาร์เจนติโน ถ่ายภาพกับป้ายชื่อเมือง El Calafate จากนั้นเช็กอินเข้าที่พัก อิสระพักผ่อนให้เต็มที่หลังจากเดินทางมายาวนาน เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางเที่ยวชมปาตาโกเนียในวันรุ่งขึ้น
พักที่ Hotel ACA El Calafate ( หรือเทียบเท่า ) ห้องพักคู่ 2 เตียงแยก พร้อมอาหารเช้า




4 เมษายน 2570 เอล ชาลเตน - Salto El Chorrillo Waterfall
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านออกเดินทางขึ้นเหนือไปไปยังเมืองเล็กๆ ชื่อ เอล ชาลเตน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับปาตาโกเนียฝั่งอาร์เจนตินา การเดินทางจะใช้เส้นทางหมายเลข 40 ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของประเทศอาร์เจนตินา เส้นทางนี้มีความยาว 5,194 กิโลเมตร และตัดผ่านสถานที่ท่องเที่ยว สำคัญหลายแห่งของประเทศ ผ่านอุทยานแห่งชาติ 14 แห่ง เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ 26 แห่ง จุดผ่านแดน 41 แห่ง ผ่าน 11 จังหวัด จาก 24 จังหวัดของอาร์เจนตินา และผ่านมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก 5 แห่ง รีสอร์ทสกี 13 แห่ง แม่น้ำสำคัญ 18 สาย และสะพาน 236 แห่ง จากเส้นทางนี้คุณสามารถเข้าถึงทุ่งเกลือ 23 แห่ง และเชื่อมต่อเมืองและชุมชนมากกว่า 200 แห่ง นับเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยทอดยาวขนานไปกับเทือกเขาแอนดีส
ระหว่างเดินทางคุณมีโอกาสพบเห็นสัตว์ป่าหลายชนิดในปาตาโกเนีย ที่โดดเด่นคือ นก Lesser Rhea เป็นนกขนาดใหญ่ บินไม่ได้ มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ มีขนสีเทาอมน้ำตาล ขาและคอยาว คล้ายนกกระจอกเทศขนาดเล็ก และ กัวนาโก สัตว์ป่าที่พบบ่อยมาก บางครั้งพบรวมกันเป็นฝูงใหญ่นับร้อยตัว เป็นอาหารโปรดของเสือพูมา มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าสเตปป์ ป่าละเมาะ และภูเขา มีลำตัวเพรียวบาง ดูผิวเผินคล้ายอูฐตัวย่อมๆ
เมื่อเดินทางเข้าใกล้เมือง จะเห็นภาพของเทือกเขาแอนดีสชัดเจนและสวยงามมาก โดยมียอดเขา Fitz Roy ตั้งเด่นตระหง่านมองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล แวะจอดรถถ่ายภาพทิวทัศน์ริมถนนในจุดที่เหมาะสม
บ่าย นำท่านเดินเที่ยวชมน้ำตก Salto El Chorrillo Waterfall ห่างจากตัวเมืองเพียง 15 นาที รอบๆ น้ำตกเต็มไปด้วยป่าเปลี่ยนสีที่สวยงาม ทางเดินเข้าน้ำตก 400 เมตร เป็นทางราบลัดเลาะผ่านป่าเปลี่ยนสี และทิวทัศน์ภูเขาที่สวยงาม
พักที่ Chalten Hotel (หรือเทียบเท่า) พักห้องละ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า







5 เมษายน 2570 เอล ชาลเตน - Fitz Roy
ตื่นก่อนฟ้าสว่าง นำท่านไปรอชมแสงสีเช้าวันใหม่นอกตัวเมือง ณ จุดชมวิว จากลานจอดรถจะมองเห็นวิวเมืองและภูเขา Fitz Roy ที่สวยงามมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่แสงสีเช้าวันใหม่กระทบกับยอดเขาจนปรากฏเป็นภาพภูเขาสีทองอย่างน่าอัศจรรย์ (หากสภาพอากาศไม่ดี ยังมีโอกาสมาชมอีกในวันถัดไป
โปรแกรมวันนี้จะนำท่านเดินชมวิว ซึ่งจะมองเห็นภูเขา Fit Roy ได้อย่างใกล้ชิดและงดงาม นับเป็นสัญลักษณ์ของปาตาโกเนียฝั่งประเทศอาร์เจนตินาก็ว่าได้ โดยมีธารน้ำสายเล็กๆ เป็นฉากหน้า ระหว่างทางเดินจะพบกับป่าเปลี่ยนสีอันสวยงาม
บ่าย นำท่านไปชมวิวภูเขา Fit Roy จากบริเวณที่ทำการอุทยาน ซึ่งเป็นเทรลยอดนิยม ระยะทางเพียงหนึ่งกิโลเมตรเศษ หากสภาพอากาศปรอดโปร่งจะเห็นวิวกว้างไกลและสวยงามมาก แต่ถ้าอากาศปิด จะกลับมาชมในวันถัดไป
พักที่ Chalten Hotel (หรือเทียบเท่า) พักห้องละ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า




6 เมษายน 2570 ล่องเรือชมกลาเซียร์ Viedma Glacier - ทะเลสาบ Laguna del Desierto - ธารน้ำแข็ง Glaciar Huemul
เช้าวันนี้ มีโปรแกรมพิเศษสุด นำท่านเดินทางไปยังทะเลสาบ Viedma เพื่อล่องเรือชมทิวทัศน์ภายในอุทยานแห่งชาติ ระหว่างล่องเรือจะเห็นวิวของภูเขา Fitz Roy จากบนเรือ และสิ้นสุดที่ธารน้ำแข็งเวียดมา เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ในอุทยานแห่งชาติโลส กลาเซียเรส เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ มีปลายธารน้ำแข็งที่กว้างประมาณ 2 กิโลเมตร เข้าถึงได้ทางเรือเท่านั้น โดยเรือจะล่องให้ท่านได้ชมธารน้ำแข็งอย่างใกล้ชิด เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ
บ่าย เราจะเดินทางขึ้นเหนือไปยังทะเลสาบ Laguna del Desierto ซึ่งอยู่ติดกับพรมแดนชิลี ระหว่างทางจะเห็นวิว Fitz Roy ในอีกมุมมองหนึ่งจากทิศเหนือ และมีเส้นทางเดินเทรลให้เลือกมากมาย รวมทั้งน้ำตกที่สวยงามระหว่างทางหลายแห่ง ถนนจะไปสุดทางที่ทะเลสาบ จากนั้นนำท่านเดินเทรลระยะสั้นเพียง 500 เมตร จะพบกับทะเลสาบสีฟ้า Laguna Huemul แวดล้อมด้วยป่าเปลี่ยนสีอันสวยงาม โดยมีธารน้ำแข็ง Glaciar Huemul มองเห็นชัดเจนอยู่เบื้องหน้า จากนั้นเดินทางกลับเมืองเอล ชาลเตน
พักที่ Chalten Hotel (หรือเทียบเท่า) พักห้องละ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า





7 เมษายน 2570 เอล ชาลเตน - เอล กาลาฟาเต้ - ธารน้ำแข็ง เปริโต โมเรโน
เช้า ไปชมแสงสีเช้าวันใหม่ ณ จุดชมวิว จากนั้นกลับโรงแรมรับประทานอาหารเช้า แล้วเช็กเอ้าท์ออกเดินทางกลับไปยังเมือง เอล กาลาฟาเต้
ระหว่างเดินทางกลับ หากโชคดีจะพบเห็นนกแร้งแอนเดียน ( Vultur gryphus ) เป็นหนึ่งในนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ปีกกว้างมากถึง 3.3 เมตร! น้ำหนักมากถึง 15 กิโลกรัม อาศัยและหากินอยู่แถบเทือกเขาแอนดีสและชายฝั่งแปซิฟิกที่อยู่ติดกันทางตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ เป็นหนึ่งในนกที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก โดยบางตัวมีอายุขัยมากกว่า 70 ปี
นำท่านเดินทางต่อไปยังธารน้ำแข็ง เปริโต โมเรโน เป็นธารน้ำแข็งที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลอส กลาเซียเรส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดซานตาครูซ ประเทศอาร์เจนตินา มีขนาด 250 ตารางกิโลเมตร ยาว 30 กิโลเมตร กว้างมากถึง 4 กิโลเมตร โดยส่วนปลายของธารน้ำแข็งสูงราว 70 เมตร มีทางเดินไม้อย่างดีจากเนินเขาฝั่งตรงข้ามธารน้ำแข็ง สามารถเดินชมได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่ชมกลาเซียร์ได้ชัดเจนจากแผ่นดินแบบนี้ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO ตั้งแต่ปี 1981 ทุกวันนี้ธารน้ำแข็งมีการเคลื่อนตัวไปข้างหน้าประมาณ 2 เมตรต่อวัน ทำให้น้ำแข็งแตกตัวและตกลงสู่ทะเลสาบอาร์เจนติโน (Lago Argentino) โดยน้ำแข็งจะถล่มพังลงมาตลอดทั้งวัน เป็นภาพที่สวยงามและหาชมได้ยาก
พักที่ Hotel ACA El Calafate ( หรือเทียบเท่า ) ห้องพักคู่ 2 เตียงแยก พร้อมอาหารเช้า



8 เมษายน 2570 ล่องเรือชมกลาเซียร์ Parque Nacional Los Glaciares
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านไปล่องเรือชมกลาเซียร์ในอุทยานแห่งชาติลอสกลาเซียร์ เริ่มต้นด้วยรถบัสนำคณะออกเดินทางไปท่าเรือ Punta Bandera ประมาณ 60 นาที การล่องเรือจะใช้เวลาเต็มวัน 8 ชั่วโมง โดยจะมุ่งหน้าไปยังช่องแคบ Upsala และ Spegazzini ที่แวดล้อมไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม มองเห็นธารน้ำแข็ง Upsala และ Spegazzini ได้อย่างชัดเจน โดยธารน้ำแข็ง Upsala เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในทะเลสาบ Argentino และธารน้ำแข็ง Spegazzini เป็นธารน้ำแข็งที่สูงที่สุด คุณจะตะลึงกับภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่มากมายที่ลอยอยู่ในทะเลสาบ ซึ่งแตกออกมาจากธารน้ำแข็งต่างๆ นอกจากนี้ยังชมธารน้ำแข็ง Seco, Heim Sur และ Peineta ในการเดินทางที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย เป็นการล่องเรือแบบเต็มวันที่สามารถมองเห็นเกือบทุกธารน้ำแข็งในแถบนี้
เรือจะแวะที่อ่าว Glacier Bay ไกด์จะนำคุณเดินชมวิวทิวทัศน์ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เราจะแวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่นี่ก่อนเดินทางกลับในช่วงบ่ายในเส้นทางเดิม (ต้องเตรียมอาหารกลางวันไปเอง)
พักที่ Hotel ACA El Calafate ( หรือเทียบเท่า ) ห้องพักคู่ 2 เตียงแยก พร้อมอาหารเช้า




9 เมษายน 2570 ชิลี - อุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล ไปอิเน
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางไกลข้ามชายแดนไปยังประเทศชิลี ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จุดหมายในวันนี้คือ อุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล ไปอิเน (Torres Del Paine)
หลังจากผ่านเข้าเขตอุทยานแห่งชาติ จุดหมายแรกคือทะเลสาบซาร์เมียนโต มองเห็นแนวเทือกเขาในอุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล ไปอิเน เป็นฉากหลังที่งดงาม และเมื่อเข้าใกล้ การเดินทางจะผ่านทะเลสาบอามาร์กา จะเห็นวิวที่งดงามจนต้องตะลึงกันเลยทีเดียว ภาพของทะเลสาบและทิวเขาราวกับหลุดออกมาจากโปสการ์ด ทะเลสาบและที่ดินรอบๆ เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล จึงไม่น่าแปลกใจที่มองเห็นรั้วกันเป็นแนวยาวก่อนถึงริมทะเลสาบ ในอดีตพื้นที่แถบนี้เคยเป็นฟาร์มปศุสัตว์มาก่อน และถูกปล่อยทิ้งร้างมานานกว่า 25 ปี โดยเจ้าของฟาร์มเปลี่ยนธุรกิจมาทำโรงแรมเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวแทนซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่นอกอุทยาน ตลอดช่วงเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา ช่วยให้พืชพรรณฟื้นตัว และสัตว์ป่าในท้องถิ่น รวมถึงกัวนาโกและเสือพูมา ได้กลับคืนสู่ถิ่นฐานดั้งเดิมของพวกมัน และหากคุณโชคดีพอก็จะพบเห็นสัตว์ป่าเหล่านี้ในระหว่างเดินทาง
จากนั้นนำท่านไปเที่ยวชมน้ำตกคาสคาดา ริโอ ไปอิเน ตั้งอยู่บนแม่น้ำปาอิเน ในเขตทะเลสาบอามาร์กา ภาพของเทือกเขาตอร์เรส เดล ปาอิเน ซึ่งตั้งเด่นตระหง่านราวกับหอคอยสามยอดที่โดดเด่นมองเห็นอย่างชัดเจน โดยมีน้ำตกที่มีสายน้ำเชี่ยวกรากเป็นฉากหน้า แวดล้อมไปด้วยไม้พุ่มที่พร้อมใจกันเปลี่ยนสีสันอย่างสวยงาม เป็นภาพประทับใจที่ไม่รู้ลืมเลยทีเดียว
เย็น นำท่านเข้าสู่หมู่บ้านมอร์รีนา เพื่อเช็กอินเข้าที่พัก
โรงแรม Morrena ( หรือเทียบเท่า ) พักห้องละ 2 ท่าน ฟรี WiFi







10 เมษายน 2570 Mirador Cóndor - Cascada del Salto Grande
ตื่นก่อนท้องฟ้าสว่าง นำท่านไปยังจุดชมวิว รอถ่ายภาพแสงสีเช้าวันใหม่กับภูเขา Torres Del Paine สัญลักษณ์ของปาตาโกเนียฝั่งชิลีอันสวยงาม จากนั้นกลับโรงแรมรับประทานอาหารเช้า
ในเช้าวันนี้ นำท่านเดินทางไปเที่ยวชมวิวสุดอลังการภายในอุทยาน จุดเที่ยวชมส่วนใหญ่อยู่ใกล้กับถนน บางจุดเดินเพียงเล็กน้อย ทิวทัศน์ที่สวยงามจะสร้างความประทับใจได้อย่างไม่รู้ลืม จากนั้นไปเดินเทรลชมวิวบนยอดเขา Mirador Cóndor ระยะทางประมาณหนึ่งกิโลเมตรเศษ จุดชมวิวจะมองเห็นวิวเทือกเขาสลับซับซ้อนของ Torres Del Paine และทะเลสาบที่สวยงาม
บ่ายนำท่านไปเที่ยวชมน้ำตก Cascada del Salto Grande มีเส้นทางเดินง่ายๆ ลัดเลาะไปถึงน้ำตกและลำธารซึ่งแวดล้อมไปด้วยป่าเปลี่ยนสีอันสวยงาม ทางเทรลจะไปสิ้นสุดที่ Mirador Cuernos นับเป็นอีกหนึ่งเทรลที่เดินง่ายและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยจะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวเดินเข้าออกหนาแน่นตลอดทั้งวัน
พักที่โรงแรม Morrena ( หรือเทียบเท่า ) พักห้องละ 2 ท่าน ฟรี WiFi
11 เมษายน 2570 ล่องเรือ Grey Glacier
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านเดินทางไปยังทะเลสาบเกรย์ เพื่อลงเรือล่องทะเลสาบและชมธารน้ำแข็งเกรย์ ระหว่างล่องเรือคุณจะได้ชมทิวทัศน์อันงดงามของน้ำแข็งสีฟ้าสดใส ก้อนน้ำแข็งลอยอยู่ในน้ำสีฟ้าอมเทา สัมผัสสายลมแห่งปาตาโกเนียบนใบหน้า และแบ่งปันประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและน่าจดจำกับเพื่อนและครอบครัว คุณจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของภูเขาปาอิเนแกรนด์ เทือกเขาปาอิเน ป่าไม้ที่อยู่ริมทะเลสาบ ภูเขาที่ประกอบด้วยหินอัคนี และยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสูงเสียดฟ้า หากโชคดี เมื่อเรือเคลื่อนเข้าใกล้ธารน้ำแข็ง คุณจะตื่นตาตื่นใจกับธารน้ำแข็งเกรย์ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งขนาดมหึมา 270 ตารางกิโลเมตร กว้าง 6 กิโลเมตร และปลายของธารน้ำแข็งสูงถึง 30 เมตร เป็นอีกหนึ่งภาพประทับใจในวันนี้
พักที่โรงแรม Morrena ( หรือเทียบเท่า ) พักห้องละ 2 ท่าน ฟรี WiFi





12 เมษายน 2570 เอล กาลาฟาเต้
ตื่นก่อนท้องฟ้าสว่างอีกครั้ง นำท่านไปยังจุดชมวิว รอถ่ายภาพแสงสีเช้าวันใหม่กับภูเขา Torres Del Paine จากนั้นกลับโรงแรมรับประทานอาหารเช้า
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เช็กเอ้าท์ นำท่านเดินทางข้ามชายแดนชิลี กลับไปยังอาร์เจนตินา ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง ระหว่างทางจะแวะถ่ายภาพวิว ทิวทัศน์ ในจุดที่สวยงามข้างทาง โดยจะแวะพักรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง จะเดินทางถึงเอง กาลาฟาเต้ ประมาณ 5 โมงเย็น
พักที่ Hotel El Calafate ห้องพักคู่ 2 เตียงแยก พร้อมอาหารเช้า



13 เมษายน 2570 เอล กาลาฟาเต้
หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านไปเช็กอินที่สนามบินเอล กาลาฟาเต้
12.30 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน AR1895
15.30 เดินทางถึงบัวโนสไอเรส สนามบินในประเทศ Aeroparque Jorge Newbery รับกระเป๋าเดินทางจากนั้นนั่งรถไปยังสนามบินบัวโนสไอเรสระหว่างประเทศ EZE (ประมาณ 60 นาที)
19.00 เช็กอินสายการบิน Emirates
22.40 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน EK248 ( แวะพักที่ Rio de Janeiro 2 ชั่วโมง )
15 เมษายน 2026 กรุงเทพฯ
00.30 เดินทางถึงสนามบินดูไบ DXB
02.50 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน EK384
12.15 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมภาพประทับใจที่จะอยู่ในความทรงจำดีๆ ตลอดไป



