top of page
  • ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150

  • แชทพูดคุยกับทีมงานของเราผ่านทาง line  คลิกที่นี่

  • ติดตามข้อมูลข่าวสารทาง line ได้ที่ @thailandphototours

ทัวร์เจาะลึกเปรู - มาชูปิกชู

ชมน้ำตกอีกวาซู ใหญ่ที่สุดในโลก!

ครั้งหนึ่งในชีวิต ชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
3 ประเทศ เปรู - อาร์เจนตินา - บราซิล

20 มีนาคม - 3 เมษายน 2570 ( 15 วัน ) ว่าง 6 ที่

นำทริปและถ่ายภาพให้สมาชิกโดย อาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร
machu picchu.jpg

ขอเชิญร่วมเดินทางเจาะลึกดินแดนอันไกลโพ้น เปรูแห่งอเมริกาใต้ เป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก เยี่ยมชมเมืองหลวงลิมา เดินทางสู่เทือกเขาแอนดิสที่เรียกขานว่า เซียร์รา (Sierra) ตื่นตาตื่นใจกับเมืองหลวงเก่า กุสโก สัมผัสอารยธรรมและวัฒนธรรมของชนเผ่าอินคาที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน นำท่านนั่งรถไฟแบบหน้าต่างพาโนรามา สู่ดินแดนลี้ลับที่เคยหายสาบสูญไปจากโลกใบนี้กว่า 400 ปี มาชู ปิกชู หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เที่ยวกันแบบเจาะลึก พักที่มาชู ปิกชู 3 คืน จากนั้นเดินทางสู่ภูเขาสายรุ้งสุดมหัศจรรย์ บินตรงสู่ปูโน เที่ยวชมทะเลสาบติติกากา ชมวิถีชีวิตชนเผ่าอูรูที่อาศัยอยู่ในแพลอยน้ำ ล่องเรือที่สร้างจากหญ้ากก ปิดทริปที่น้ำตกใหญ่ที่สุดในโลก อีกวาซู ท่องเที่ยวถ่ายภาพกันเต็มอิ่มทั้งฝั่งอาร์เจนตินาและบราซิล พักโรงแรมหรู 5 ดาว มองเห็นวิวน้ำตกอีกวาซูได้จากระเบียงห้องพัก นำทริปและถ่ายภาพให้สมาชิกโดยอาจารย์ประสิทธิ์ จันเสรีกร รับสมาชิกจำนวนจำกัดเพียง 10 ท่านเท่านั้น 

ค่าทัวร์ ท่านละ 218,000 บาท ( สมาชิกเก่า ลด 3,000 บาท, รับสมาชิกเพียง 10 ท่านเท่านั้น ) รวมตั๋วเครื่องบินในประเทศทั้งหมดตามรายการทัวร์ , รวมอาหารเช้าที่โรงแรมทุกมื้อ และอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ในบางวัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทางด้านล่าง
มัดจำทริป 60,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
แบบฟอร์มจองทัวร์ ( ต้องกรอกทุกท่าน )

แบบฟอร์มจองทัวร์ ( กรณีเดินทางมากกว่า 1 ท่าน ต้องกรอกทุกท่าน )
 

วีซ่า : คนไทยถือพาสปอร์ตไทย ไม่ต้องขอวีซ่า

สมุดฉีดวัคซีนไข้เหลือง : ต้องมีทุกท่าน หากไม่มีต้องฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง และนำติดตัวไปด้วยในวันเดินทาง ( กรณีอายุมากกว่า 60 ปี ไม่ต้องฉีดวัคซีนไข้เหลือง แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษ )

 

การยกเลิกทริป : 
ยกเลิกก่อน 1 พฤศจิกายน 2569 คืนมัดจำเต็มจำนวน

ยกเลิกก่อน 1 ธันวาคม 2569 หักค่าใช้จ่าย 50% ของค่าทัวร์
ยกเลิกหลัง 1 มกราคม 2570 หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์


ค่าใช้จ่ายรวม
1. รวมตั๋วเครื่องบินในประเทศ 7 เที่ยวบินตามรายการทัวร์

2. ค่าพาหนะทุกอย่างตามรายการทัวร์
3. ค่าที่พักโรงแรม 10 คืน  

4. ค่าอาหารเช้าที่โรงแรมทุกวัน , บางแห่งมีอาหารกลางวัน และอาหารค่ำ 
5. ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ และสถานที่ทุกแห่งตามโปรแกรม
6. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 3,000,000 บาท 


ค่าใช้จ่ายไม่รวม
1. ไม่รวมค่าอาหารบางมื้อตามโปรแกรม 
2. ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ กรุงเทพฯ - ลิมา , บัวโนสไอเรส - กรุงเทพฯ สายการบิน Turkish ชั้นประหยัด ( ประมาณ 74,000 บาท ราคา ณ เดือนเมษายน 2569 )

3. ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในรายการทัวร์ เช่น ทิปไกด์ท้องถิ่น

พาหนะการเดินทาง : รถบัส รถไฟ เรือ ตามระบุในรายการทัวร์ 


กระเป๋าเดินทาง : ใบใหญ่ 29 นิ้ว น้ำหนัก 23 กิโลกรัม (ในประเทศจำกัดน้ำหนัก)

 

สภาพอากาศ : เดือนมีนาคม เป็นปลายซัมเมอร์ เนื่องจากเดินทางหลากหลายพื้นที่ ตั้งแต่ระดับน้ำทะเล จนถึงพื้นที่สูง 3,600 เมตร อุณหภูมิประมาณ 5-20 องศา ควรเตรียมเสื้อผ้า อุปกรณ์กันหนาว และกันฝนให้พร้อม 


เที่ยวบิน : หลังจากจองทัวร์ และยืนยันการเดินทางแล้ว จะตั้งกลุ่มไลน์เพื่อแจ้งรายละเอียดอัพเดทต่างๆ รวมทั้งการจองตั๋วเครื่องบิน 

กำหนดการ

20 มีนาคม 2570  กรุงเทพฯ - อิสตันบูล

03.00 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ

05.55 ออกเดินทางโดยสารการบินเตอร์กิส เที่ยวบิน TK59

12.35 เดินทางถึงสนามบินอิสตันบูล

13.50 ออกเดินทางต่อโดยสารการบินเตอร์กิส เที่ยวบิน TK903

19.50 เดินทางถึงสนามบินปานามา

21.40 ออกเดินทางต่อโดยสารการบินเตอร์กิส

21 มีนาคม 2570  ลิมา - กุสโก

01.20 เดินทางถึงลิมา เมืองหลวงของประเทศเปรู

05.00 ออกเดินทางต่อโดยสารการบินเจ็ตสมาร์ท เปรู A7013

06.25 เดินทางถึงกุสโก นำท่านเข้าเช็กอินที่โรงแรมย่านใจกลางเมือง กุสโกเป็นเมืองเก่าแก่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเปรูบนเทือกเขาแอนดีส สูงกว่า 3,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อากาศจึงค่อนข้างหนาวตลอดปี ในเดือนมีนาคมกลางวันประมาณ 15 องศา ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิอินคาอันยิ่งใหญ่ และได้รับการยอมรับว่าเป็น "สะดือของโลก" ปัจจุบันเป็นมรดกโลกของ UNESCO ที่ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมผสมผสาน สถาปัตยกรรมหินอินคาและอาณานิคมสเปน และเป็นจุดเริ่มต้นหลักในการเดินทางไปเยือนมาชูปิกชู 

   เราจะออกเดินสำรวจเมืองเก่าที่น่าตื่นตาตื่นใจ คุณอาจจะแปลกใจกับชาวบ้านร่างเล็ก ที่มองดูด้านหลังราวกับเด็กน้อย แต่ความเป็นจริงอาจจะอายุ 60-70 ปีเลยทีเดียว ความสูงเฉลี่ยคนพื้นเมืองที่นี่ราว 140-150 เซ็นติเมตรเท่านั้น ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าทำไมชาวเมืองถึงมีร่างกายที่ดูเล็กผิดจากเมืองอื่นๆ ในเปรู แต่นักมานุษยวิทยาบางกลุ่มเชื่อว่าเกิดจากภูมิประเทศที่อยู่บนที่สูง อากาศเบาบาง ธรรมชาติจึงวิวัฒนาการให้มีร่างกายที่เล็ก ปรับเข้ากับสภาพอากาศ และคุณจะตื่นตาตื่นใจกับสีสันทั้งเครื่องแต่งกายและข้าวของเครื่องใช้ที่เต็มไปด้วยสีสันอันฉูดฉาด ชาวบ้านมักเอาของที่ระลึกต่างๆ มาวางขายแบกะดิน สีสันชวนให้มองดูและถ่ายภาพ หรือจะเลือกซื้อเป็นที่ระลึกกลับไปก็ได้ ระหว่างทางมีร้านค้า ร้านกาแฟ และร้านอาหารที่ตกแต่งแบบคลาสสิค ดูเรียบง่ายน่านั่งชิลมากทีเดียว

   หนึ่งในไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนกุสโกคือ โคริกันชา แปลตรงตัวว่า 'วิหารทองคำ' เป็นวิหารที่สำคัญที่สุดในจักรวรรดิอินคา เดิมทีมีชื่อว่า อินติกันชา หรือ อินติวาซี สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่อินติ (เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ของชาวอินคา) วิหารส่วนใหญ่ถูกทำลายหลังสงครามกับชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 โดยรื้อถอนวิหารเพื่อสร้างโบสถ์และที่อยู่อาศัยของตนเอง หินส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้เป็นฐานรากของโบสถ์และอารามซานโตโดมิงโกในศตวรรษที่ 17 กำแพงเคยถูกปกคลุมด้วยแผ่นทองคำ และลานที่อยู่ติดกันก็เต็มไปด้วยรูปปั้นทองคำ ชาวสเปนกล่าวถึงความมั่งคั่งของวิหารแห่งนี้ว่า "เหลือเชื่ออย่างยิ่ง" 

   จากนั้นเส้นทางเดินจะขึ้นไปตามบันไดหินที่สูงชันไปเรื่อยๆ สองข้างเป็นบ้านเรือนที่ทำจากหิน มองดูราวกับเมืองหินก็ว่าได้ ทางจากไปสุดที่ ซัคเซย์ฮัวมัน หมายถึง 'ป้อมปราการของเหยี่ยวหลวงหรือเหยี่ยว' สถานที่อันน่าทึ่งแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่สำคัญของสถาปัตยกรรมอินคาบนระดับความสูง 3,700 เมตร ป้อมปราการแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของซาปา อินคา ปาชาคูติ และผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา ได้แก่ โทปา อินคา ยูปันกี และฮวยนา คาปัก ภาพแรกที่เห็นคือกำแพงหินขนาดมหึมา สร้างจากหินเกรนิตที่แข็งแกร่ง มีการขัดให้เรียบเพื่อให้ซื้อนกันเป็นชั้นๆ อย่างแนบเนียน ไร้ที่ติ บางก้อนสูงถึง 4 เมตรและหนักกว่า 100 ตัน ทำมุมลาดเอียงเล็กน้อย สามารถคงทนอยู่ได้แม้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในแถบนี้ โดยหินจะสั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่ไม่พงทลาย ในปี 1983 กุสโกและซัคเซย์ฮัวมันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก เป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกเดินทางมาเยือนอย่างหนาแน่นตลอดทั้งปี 

   จากด้านบนสุดของป้อมปราการ มีจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองกุสโกได้ทั้งเมืองแบบพาโนรามา 360 องศา เป็นภาพที่น่าประทับใจสุดท้ายของวันนี้

พักที่โรงแรม Sonesta Hotel Cusco หรือเทียบเท่า ห้องละ 2 ท่าน ( 2 เตียง ) ฟรี WiFi พร้อมอาหารเช้า

22 มีนาคม 2570 อากัวส์ กาเลียนเตส - มาชูปิกชู ( มีอาหารเช้า )

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นั่งรถบัสไปยังเมืองโอรัสเตตัมโบ จากนั้นนั่งรถไฟขบวณพิเศษ Peru Rail ภายในรถไฟผสมผสานความสะดวกสบายและสไตล์ได้อย่างลงตัว ด้วยการตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอินคา สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นเอกลักษณ์ ด้วยที่นั่งขนาดใหญ่และหน้าต่างบานใหญ่ คุณจะได้เดินทางอย่างสะดวกสบายพร้อมชมทิวทัศน์ของเทือกเขาแอนดีส เป็นการเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบก่อนการเยี่ยมชมมาชูปิกชู 

   รถไฟใช้เวลาเดินทาง 90 นาที จะไปสุดทางที่เมือง อากัวส์ กาเลียนเตส เมืองท่องเที่ยวในหุบเขาที่สวยงาม นำท่านเช็กอินเข้าที่พัก จากนั้นเดินเที่ยวชมเมืองซึ่งรายล้อมไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมาย เยี่ยมชมผลงานอันน่าทึ่งของช่างแกะสลักหิน (มาชูปิกชูปวยโบล) โดยจัดทำเป็นเส้นทางเดินเที่ยวชม "บันทึกแห่งหิน" ประกอบด้วยประติมากรรมหินแกรนิตแกะสลักกว่า 40 ชิ้น ส่วนใหญ่เริ่มต้นในปี 2017 โดยศิลปินชาวเปรูและชาวเมืองกุสโก เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบปีของเมือง ประติมากรรมเหล่านี้แสดงภาพเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของชาวอินคาและพืชและสัตว์ในท้องถิ่น ทำหน้าที่เป็นหอศิลป์กลางแจ้งถาวรสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังมาชูปิกชู สามารถเยี่ยมชมได้ฟรีทั้งกลางวันและกลางคืนที่เปิดไฟประดับส่องอย่างสวยงาม

พักที่โรงแรม Machu Picchu Boutique Hotel หรือเทียบเท่า ห้องละ 2 ท่าน ( 2 เตียงแยก ) ฟรี WiFi พร้อมอาหารเช้า

23 มีนาคม 2570 มาชูปิกชู ( มีอาหารเช้า + อาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ )

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม นั่งรถบัสขึ้นเขา ใช้เวลา 25 นาที จากนั้นนำท่านเข้าชมมาชูปิกชู (Machu Picchu) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ สถานที่อันงดงาม มหัศจรรย์ ควรค่ากับการไปเยือนสักครั้งในชีวิต เป็นเมืองโบราณเก่าแก่ที่เคยหายสาบสูญไปจากโลกนานกว่าสี่ร้อยปี เป็นอารยธรรมโบราณของชาวอินคา ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงประมาณ 2,430 เมตร ในปี ค.ศ. 1983 ยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนมาชูปิกชูให้เป็นแหล่งมรดกโลก ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมไปท่องเที่ยวและศึกษาประวัติศาสตร์ ทว่ามีนักท่องเที่ยวมากเกินไปจนแออัด ปัจจุบันจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว และกำหนดเส้นทางเดินชมมาชูปิกชูได้ 6 เส้นทาง โดยนักท่องเที่ยวหนึ่งคนเข้าชมได้วันละหนึ่งเส้นทางต่อวันเท่านั้น และต้องจองล่วงหน้าเป็นเวลานาน

​  การท่องเที่ยวจะนำท่านเข้าชมมาชูปิกชู 2 วัน ในวันแรกจะเดินเที่ยวในจุดชมวิวมุมสูง ที่สามารถมองเห็นมาชูปิกชูได้ทั้งเมืองอย่างสวยงาม เป็นจุดชมวิวมุมมหาชนที่เรามักพบเห็นในโปสการ์ด หนังสือ หรือจากอินเตอร์เน็ต มีเวลาให้ถ่ายภาพกันอย่างเต็มอิ่ม 

   อาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ (รวมในค่าทัวร์) ที่ Sanctuary Lodge บนยอดเขามาชู ปิกชู

  ในช่วงบ่ายจะนำท่านไปสัมผัสกับประสบการณ์แช่น้ำร้อนธรรมชาติในบ่อกลางแจ้งใกล้ๆ เมืองอากัวส์ กาเลียนเตส (ต้องเตรียมชุดลงเล่นน้ำไปด้วย) และเที่ยวชมน้ำตกที่โอบล้อมด้วยผืนป่าเขียวขจี สายน้ำจะไหลไปรวมกับแม่น้ำอูรูบัมมาที่ไหลผ่านเมือง

พักที่โรงแรม Machu Picchu Boutique Hotel หรือเทียบเท่า ห้องละ 2 ท่าน ( 2 เตียงแยก ) ฟรี WiFi พร้อมอาหารเช้า

24 มีนาคม 2570 มาชูปิกชู ( มีอาหารเช้า )

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม จะนำท่านเที่ยมชมมาชูปิกชูอีกครั้งแบบเจาะลึก โดยมีไกด์ท้องถิ่นนำชม เส้นทางจะเดินลัดเลาะเข้าไปในใจกลางเมืองที่สร้างขึ้นมาจากหิน โดยเมืองลึกลับที่สร้างขึ้นมาจากหินแห่งนี้ สร้างโดยกษัตริย์อินคาเมื่อกว่า 500 ปีก่อน มาชูปิกชู ตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนสองแนว จึงมักเกิดแผ่นดินไหวเป็นประจำ แต่โครงสร้างทั้งเมืองที่สร้างจากหิน นำมาตัดแต่งและเรียงต่อกันทีละก่อนอย่างปราณีต คำนวณแนวลาดเอียงอย่างแม่นยำได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว หินจะสั่นสะเทือนแต่ไม่พังทลาย หลังจากนั้นจะกลับเข้าที่ได้อย่างรวดเร็ว น่าอัศจรรย์ ทำให้มาชูปิกชูยังอยู่รอดมาได้ถึงปัจจุบัน 

  ด้วยความที่มีทำเลที่ตั้งซับซ้อน เข้าถึงยาก ทำให้ช่วงที่สเปนเข้ามารุกราน และยึดครองดินแดนของอณาจักรอินคาอันกว้างใหญ่ ไม่ได้ค้นพบมาชูปิกชู แต่นครโบราณแห่งนี้ถูกทำให้เส้นทางเข้าที่เป็นทางเดินบนไล่เขาสูญหายไป และค่อยๆ ถูกทิ้งร้างไปในที่สุด โดยไม่ถูกทำลาย ส่วนที่เป็นหลังคาทำจากไม้ผุพังไปตามกาลเวลา แต่หินยังคงอยู่ และกลายเป็นเรื่องเล่าขานต่อๆ มาว่ามีนครลึกลับแห่งนี้อยู่

  ในปี 1821 เปรู แม้ว่าจะได้เอกราชจากสเปนแล้ว แต่โลกก็ยังไม่รู้จักมาชูปิกชู มีเพียงชาวบ้านใกล้เคียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ในการคงอยู่ จนกระทั่งวันที่ 24 กรกฎาคม 1911 ไฮแรม บิงแฮม นักโบราณคดีชาวอเมริกัน ได้เดินทางมาพร้อมกับชาวบ้านท้องถิ่น ฝ่าฟันบุกป่าดงขึ้นไป เดิมตั้งใจจะค้นหาป้อมปราการแห่งสุดท้ายของอณาจักรอินคา แต่กลับพบซากเมืองโบราณตั้งอยู่บนสันซึ่งเชื่อมยอดเขาสองยอด และเรียกตามชื่อที่คนพื้นเมืองเรียกว่า มาชูปิกชู

  จากวันนั้นเป็นต้นมา ผลงานการค้นพบของบิงแฮมได้รับการเผยแพร่ให้โด่งดังไปทั่วโลก เมื่อวารสาร National Geographic ได้ตีพิมพ์ภาพ รายงานการสำรวจ และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งเล่ม ต่อมาในปี 1983 ยูเนสโกก็ประกาศขึ้นทะเบียนมาชูปิกชูเป็นมรดกโลก อีกทั้งยังได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกเมื่อปี 2007

  ระหว่างเดินเที่ยวชมเมืองโบราณแห่งนี้ ไกด์จะอธิบายให้ทราบถึงระบบน้ำดื่มกินและใช้ในการเพาะปลูก โดยได้รับน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติบนภูเขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำพุธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินบนไหล่เขา น้ำใสสะอาดและไหลอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี น้ำจะถูกส่งผ่านคลองส่งน้ำหลักที่สร้างขึ้นจากหินแกรนิตความยาวประมาณ 750 เมตร มีความลาดชันต่ำ ทำให้น้ำไหลลงมาสู่เมืองอย่างสม่ำเสมอด้วยแรงโน้มถ่วง ไม่ไหลแรงจนกัดเซาะโครงสร้าง โดยส่งผ่านชุดของน้ำพุที่เรียงรายกัน 16 จุด แต่ละจุดเป็นอ่างหินแกะสลักสวยงาม บางส่วนถูกใช้เป็นอ่างอาบน้ำส่วนตัวสำหรับชนชั้นสูงหรือผู้ปกครอง โดย​น้ำที่ใช้แล้วจากน้ำพุและพื้นที่ต่างๆ จะถูกระบายออกผ่านระบบท่อระบายน้ำใต้ดินและคลองระบายน้ำที่ซับซ้อน สิ่งนี้ช่วยป้องกันน้ำขังและการกัดเซาะของโครงสร้าง นอกจากนั้นยังออกแบบชั้นใต้ดินอย่างดีเยี่ยม เพื่อรองรับน้ำฝนปริมาณมากในฤดูฝน ป้องกันปัญหาเรื่องน้ำท่วมได้อย่างน่าทึ่ง

พักที่โรงแรม Machu Picchu Boutique Hotel หรือเทียบเท่า ห้องละ 2 ท่าน ( 2 เตียงแยก ) ฟรี WiFi พร้อมอาหารเช้า

25 มีนาคม 2570 มาชูปิกชู - กุสโก ( มีอาหารเช้า )

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม อิสระเที่ยวชมซื้อของที่ระลึกจาก Mercado Artesanal เป็นร้านค้าที่อยู่รายรอบสถานีรถไฟซึ่งมีอยู่มากมายกว่า 100 ร้านค้า มีสินค้าที่ระลึกนานาชนิด จากนั้นนำท่านนั่งรถไฟ Peru Rail เพื่อเดินทางกลับ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างทาง และเปลี่ยนขึ้นรถบัสที่เมืองโอรัสเตตัมโบ เดินทางกลับกุสโก เข้าเช็กอินในเวลาเย็น และมีเวลาให้ท่านได้เที่ยวชมตลาดสินค้าประเภทงานฝีมือขนาดใหญ่ มีร้านค้ามากมายกว่า 100 ร้านค้าอยู่ตรงข้ามโรงแรม

พักที่โรงแรม Sonesta Hotel Cusco หรือเทียบเท่า ห้องละ 2 ท่าน ( 2 เตียง ) ฟรี WiFi พร้อมอาหารเช้า

26 มีนาคม 2570 ภูเขาสายรุ้ง ( มีอาหารเช้า , อาหารกลาวันแบบบุฟเฟ่ต์ )

03.00 วันนี้จะตื่นเช้าเป็นพิเศษเพื่อเดินทางไปชมภูเขาสายรุ้ง สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเปรู เราจะไปถึงภูเขาเป็นกลุ่มแรกๆ เป็นการหลีกเลี่ยงฝูงชนจำนวนมากในช่วงเช้า โดยแวะรับประทานอาหารเช้าแบบท้องถิ่นที่หมู่บ้านคุซิปาตา จากนั้นเดินทางต่อไปยังฟูลาวาซิปาตา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินเทรลขึ้นไปยังจุดชมวิว ไกด์ผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่นของเราจะให้ข้อมูลและคำแนะนำที่จำเป็นทั้งหมด การเดินเทรลเริ่มต้นที่เชิงเขาออซังกาเตอันงดงาม ใช้เวลาเดินขึ้นเขาประมาณ 1 ชั่วโมงไปยังจุดสูงสุดของภูเขาสีรุ้ง แต่ถ้าเดินไม่ไหว สามารถใช้บริการนั่งม้าได้โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม มีเวลาให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และถ่ายภาพกันอย่างเต็มที่ ขากลับจะแวะทางอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ท้องถิ่นแสนอร่อย จากนั้นเดินทางกลับเมืองกุสโก

พักที่โรงแรม Sonesta Hotel Cusco หรือเทียบเท่า ห้องละ 2 ท่าน ( 2 เตียง ) ฟรี WiFi พร้อมอาหารเช้า

rainbow.jpg

27 มีนาคม 2570 กุสโก - ลิมา ( มีอาหารเช้า )

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปสนามบิน

08.00 เดินทางไปเช็กอินสนามบินกุสโก

11.00 ออกเดินทางโดยสายการบิน เจ็ตสมาร์ท เที่ยวบิน JA7014 

12.40 เดินทางถึงสนามบินลิมา นำท่านเช็กอินเข้าที่พัก และเที่ยวชมเมืองลิมาในช่วงบ่าย ลิมา เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเปรู มีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน เป็นมหานครชายฝั่งที่มีชีวิตชีวาและเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองหลวงแห่งอาหารของอเมริกาใต้ ตั้งอยู่บนชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก เมืองนี้ผสมผสานศูนย์กลางเมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก เข้ากับย่านสมัยใหม่ เช่น มิราฟลอเรส และบาร์รังโก ที่มีบรรยากาศแบบโบฮีเมียน นำท่านไปเดินเล่นชมจัตุรัสพลาซา เด อาร์มาส เราจะเดินผ่านย่านโบฮีเมียนของลิมา ชมปูเอนเต เด โลส ซูสปิรอส (สะพานแห่งเสียงถอนหายใจ) และศิลปะบนถนนในท้องถิ่น

พักที่โรงแรม Hotel Diamond Lima ห้องละ 2 ท่าน ( 2 เตียง ) ฟรี WiFi

28 มีนาคม 2570 ลิมา - ปูโน - ทะเลสาบติติกากา ( มีอาหารเช้า )

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปสนามบินลิมา 

07.30 เดินทางไปเช็กอินสนามบินลิมา

09.40 ออกเดินทางโดยสายการบินลาตัมแอร์ไลน์ เที่ยวบิน LA2210 

11.25 เดินทางถึงสนามบินปูโน ปูโนเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนที่สูงริมทะเลสาบติติกากาในเปรู เป็นที่รู้จักในฐานะ "เมืองหลวงแห่งศิลปะพื้นบ้าน" เนื่องจากมีดนตรีและการเต้นรำพื้นเมืองที่มีชีวิตชีวา ตั้งอยู่ที่ความสูงกว่า 3,800 เมตร เป็นศูนย์กลางหลักสำหรับการเยี่ยมชมเกาะลอยน้ำอูรอสและเกาะทากิเล ซึ่งเป็นเกาะที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ เมืองนี้ผสมผสานวัฒนธรรมแอนเดียนโบราณ ประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคม และการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์  

  ทะเลสาบติติกากา เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดีส บริเวณชายแดนของประเทศเปรูและประเทศโบลิเวีย ด้วยระดับความสูงเฉลี่ย 3,810 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้ทะเลสาบติติกากาเป็นทะเลสาบที่สามารถเดินเรือทางพาณิชย์ที่สูงที่สุดในโลก

  นำท่านเช็กอินเข้าโรงแรม GHL Hotel Lago Titicaca โรงแรมดีที่สุดในปูโนโรงแรมระดับ 5 ดาว ด้วยทำเลที่ยอดเยี่ยมริมทะเลสาบติติกากา มองเห็นทิวทัศน์มุมกว้างของทะเลสาบติติกากา ตั้งแต่เทือกเขาแอนดีสไปจนถึงประเทศโบลิเวีย โรงแรมมีสปาพร้อมอ่างน้ำวนและซาวน่า 

  บ่าย เดินทางไปจุดชมวิวเนินเขาคอนดอร์ (คุนตูร์ วาซี) ต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 700 ขั้น : ด้านบนมีรูปนกคอนดอร์ทำจากโลหะขนาดใหญ่ มองเห็นทิวทัศน์เมืองและทะเลสาบติติกากาแบบพาโนรามาได้อย่างสวยงาม จากนั้นกลับโรงแรมเพื่อเฝ้าชมแสงสีพระอาทิตย์ตกริมทะเลสาบอันงดงาม

พักที่ โรงแรม GHL Hotel Lago Titicaca ห้องละ 2 ท่าน ( 2 เตียง ) ฟรี WiFi

29 มีนาคม 2570  ทะเลสาบติติกากา ( มีอาหารเช้า )

  หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางไปยังท่าเรือ ขึ้นเรือยนต์ไปยังเกาะลอยน้ำอูรอส เดินเล่นบนเกาะกกและถ่ายภาพกับชาวพื้นเมืองที่แต่งตัวสีสันฉูดฉาดสะดุดตา 

   หมู่เกาะลอยน้ำอูรอสเป็นหมู่เกาะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประกอบด้วยเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นประมาณ 120 เกาะ ตั้งอยู่ทางฝั่งเปรูของทะเลสาบติติกากา หมู่เกาะเหล่านี้สร้างขึ้นจากชั้นของต้นกกโทโทราที่ลอยน้ำได้ และเป็นที่อยู่อาศัยของชาวอูรอสพื้นเมือง ซึ่งใช้ต้นกกเหล่านี้ในการสร้างบ้าน เรือ และเพื่อยึดโครงสร้างลอยน้ำให้มั่นคง และยังสามารถเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์บนเกาะลอยน้ำได้อย่างน่าอัศจรรย์ เกาะอูโรสถูกยึดไว้ด้วยเชือกผูกไม้ที่ปักอยู่กับพื้นของทะเลสาบ ชาวอูโรสหรืออูรูต้องซ่อมแซมเกาะโดยการเพิ่มต้นโตโตราจากด้านบนอยู่เรื่อยๆ เพราะส่วนที่อยู่ใต้น้ำจะค่อยๆ เน่าตามกาลเวลา

  ชาวอูรูที่อาศัยบนเกาะในอดีตมีภาษาอูรูของตนเอง แต่ภายหลังที่ชาวสเปนมายึดครอง ทำให้เปลี่ยนไปใช้ภาษาสเปน และถือว่าตนเองเป็นเจ้าของทะเลสาบและผืนน้ำ ตามตำนานเล่าว่า ชาวอูรูมีเลือดสีดำ เพราะพวกเขาไม่รู้สึกหนาว พวกเขาเรียกตัวเองในอดีตว่า ลูพิฮาเกส ซึ่งหมายถึง "บุตรแห่งดวงอาทิตย์" แม้ว่าภาษาอูรูจะใกล้สูญพันธุ์แล้ว แต่ชาวอูรูยังคงรักษาเอกลักษณ์และประเพณีเก่าแก่บางอย่างไว้ 

  ชาวอูรูทำการค้ากับชนเผ่าไอมาราบนแผ่นดินใหญ่ แต่งงานข้ามเผ่ากัน และในที่สุดก็ละทิ้งภาษาอูรูไปใช้ภาษาไอมาราแทน พวกเขาสูญเสียภาษาดั้งเดิมไปเมื่อประมาณ 500 ปีที่แล้ว เมื่อถูกพิชิตโดยจักรวรรดิอินคา พวกเขาต้องจ่ายภาษีให้จักรวรรดิอินคา และมักถูกจับเป็นทาส ตั้งแต่ปี 1722 เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างชาวอูรูและชาวไอมารา แต่ความขัดแย้งเหล่านี้สิ้นสุดลงในทศวรรษ 1970 เมื่อชาวไอมาราเอาชนะชาวอูรู และเข้าควบคุมดินแดนบนแผ่นดินที่เป็นของพวกเขาอย่างถาวร  และหนีไปอาศัยอยู่บนเกาะลอยน้ำที่สร้างขึ้นมาแทน พวกเขาเชื่อว่าเกาะแบบนี้สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายหากมีภัยคุกคามเกิดขึ้น หากสังเกตุให้ดีจะเห็นว่าบนเกาะหลายแห่งมีหอสังเกตการณ์ซึ่งสืบทอดมาจากบุคโบราณ

  สิ่งที่โดดเด่นคือเรือทั้งลำที่สร้างขึ้นมาจากหญ้ากก น้ำหนักเบา รูปร่างเรือเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และนำท่านนั่งเรือกกเที่ยวชมรอบๆ ทะเลสาบ เหมือนกับการเดินทางในชีวิตประจำวันของชาวอูรู 

พักที่ โรงแรม GHL Hotel Lago Titicaca ห้องละ 2 ท่าน ( 2 เตียง ) ฟรี WiFi

30 มีนาคม 2570  ทะเลสาบติติกากา - ลิมา ( มีอาหารเช้า )

   หลังอาหารเช้า เราจะเดินทางไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือไปยังเกาะทากิเล เป็นชุมชนดั้งเดิมที่พูดภาษาเกชัว และเต็มไปด้วยนาขั้นบันไดโบราณ ประเพณีการทอผ้าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและสืบทอดมาตั้งแต่สมัยอารยธรรมโบราณ การทอผ้าทั้งหมดทำด้วยมือ เมื่อมาถึงเกาะ เราต้องเดินขึ้นไปตามทางแคบๆ ระหว่างทางจะได้ชมวิวทะเลสาบติติกากาที่สวยงาม จากนั้นจะเดินลงไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือยนต์กลับไปยังเมืองปูโน 

   บ่ายเดินทางไปสนามบิน

18.00 ออกเดินทางโดยสายการบินลาตัมแอร์ไลน์ เที่ยวบิน  LA2212  

19.45 เดินทางถึงลิมา

22.40 ออกเดินทางต่อโดยสายการบิน อาเอโรลีเนียส เที่ยวบิน AR1365​

31 มีนาคม 2570 น้ำตกอีกวาซู ฝั่งอาร์เจนตินา ( มีอาหารเช้า , อาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ )

05.00 เดินทางถึงสนามบินบัวโนสไอเรส AEP จอร์จ นิวเบอรี่

08.10 ออกเดินทางต่อโดยสายการบิน อาเอโรลีเนียส เที่ยวบิน AR1776

10.05 เดินทางถึงน้ำตกน้ำตกอีกวาซู ฝั่งอาร์เจนตินา นำท่านเช็กอินเข้าโรงแรม Hotel Gran Meliá Iguazú โรงแรมหรูเพียงแห่งเดียวที่อยู่ในอุทยาน และมองเห็นวิวน้ำตกอีกวาซูได้จากหน้าต่างห้องนอนพร้อมระเบียงชมวิว ให้คุณได้ชื่นชมกับวิวหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก แขกที่พักในโรงแรมสามารถเข้าออกน้ำตกได้อย่างไม่จำกัดจากตั๋วอุทยานที่ซื้อเพียงครั้งเดียว และแน่นอนว่าจากโรงแรมสามารถเดินไปชมน้ำตกได้ทันทีตลอดเวลาที่ต้องกา

  เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ที่โรงแรม (รวมในค่าทัวร์)

  บ่าย เที่ยวชมน้ำตกอีกวาซู ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา แม่น้ำอีกวาซู ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำปารานา น้ำตกอีกวาซู (Iguazu Falls) น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างบราซิลและอาร์เจนตินา โดยพื้นที่เกือบทั้งหมดราว 80% อยู่ในฝั่งอาร์เจนตินา แนวน้ำตกยาวเหยียดถึง 4 กิโลเมตร ประกอบด้วยน้ำตกย่อยกว่า 275 จุด ใหญ่กว่าน้ำตกไนแอการาประมาณ 30 เท่า!!! ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความงามและพลังธรรมชาติอันน่าทึ่ง การเที่ยวชมมีเส้นทางสะพานไม้อย่างดีให้ชมได้ใกล้ชิด ช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมคือตุลาคมถึงเมษายน จะมีปริมาณน้ำมหาศาล น่าตื่นตาตื่นใจทุกคนที่ได้เห็น และยังมีกิจกรรมล่องเรือเข้าไปใกล้สายน้ำ (Boat Tour) เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนเลยทีเดียว

   เราจะนำท่านไปยังจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของน้ำตกอีกัวซู การ์กันตา เดล ดิอาโบล หรือคอหอยปีศาจ ที่มีความสูงถึง 80 เมตร โดยนั่งรถไฟฟ้าแล้วเดินเท้าไปตามทางเดินที่จัดทำอย่างดีอีก 1 กิโลเมตร ที่นี่คุณจะได้ชมจุดที่สายน้ำมีพลังมากที่สุด เสียงดังกึงก้องและสายน้ำจำนวนมหาศาลจะทำให้คุณต้องตะลึงไปเลยทีเดียว หากต้องการสัมผัสน้ำตกอย่างใกล้ชิดที่ระเบียงชมน้ำตก ควรจะมีเสื้อกันฝนไปด้วย เนื่องจากมีละอองน้ำจำนวนมาตลอดเวลา 

   กิจกรรมพิเศษคือนำท่านล่องเรือแม่น้ำปารานา โดยเรือจะนำท่านเข้าสัมผัสกับสายน้ำตกอย่างใกล้ชิด 

พักโรงแรม Hotel Gran Meliá Iguazú ห้องละ 2 ท่าน ( 2 เตียง ) ฟรี WiFi มีระเบียงส่วนตัว นั่งเล่นชมวิวน้ำตกอีกวาซูได้อย่างชัดเจน

Hotel Gran Meliá Iguazú.jpg

1 เมษายน 2570 น้ำตกอีกวาซู ฝั่งบราซิล ( มีอาหารเช้า )

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม ท่านเดินทางไปเที่ยวชมน้ำตกอีกวาซู ฝั่งประเทศบราซิล ( ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ฟรีวีซ่า ) เพื่อชื่นชมความงดงามในอีกมุมมองหนึ่ง และมีเทรลเป็นทางเดินอย่างดี สามารถเดินชมวิวน้ำตกตามจุดต่างๆ อย่างใกล้ชิด บางจุดมีสะพานยื่นออกไปถึงตัวน้ำตกเลยทีเดียว ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับโรงแรม

14.00 เดินทางไปสนามบินอีกวาซู 

16.55 ออกเดินทางโดยสายการบินอาเอโรลีเนียส เที่ยวบิน AR1793

18.55 ถึงสนามบินบัวโนสไอเรสในประเทศ AEP จากนั้นเดินทางไปสนามบินระหว่างประเทศด้วยรถบัส ประมาณ 60 นาที

21.00 เช็กอินสายการบินเตอร์กิส

23.55 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน TK16

2 เมษายน 2570  อิสตันบูล

22.45 เดินทางถึงอิสตันบูล

3 เมษายน 2570  กรุงเทพฯ

01.55 ออกเดินทางโดยสายการบินเตอร์กิส เที่ยวบิน TK68

15.25 เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

  • ไทยแลนด์โฟโต้ทัวร์  ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08113 

  • บัตรอนุญาตผู้นำเที่ยว ( Tour Leader ) นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เลขที่ 12.0150 จากกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

152/27 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250  โทร 096-7409991

sale@thailand-photo-tours.com

© 2021-2025 by Thailand Photo Tours

bottom of page